ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/257029
ที่ผ่านมา ผลพวงและแรงสั่นสะเทือนของวิกฤติการเมืองไทยที่ก่อตัวและดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนำความสูญเสียและความชะงักงันมาสู่ประเทศไทยอย่างรุนแรง ซึ่งเรื่องราวความซับซ้อนซ่อนปมปัญหาที่แฝงอยู่ในวิกฤติคราวนี้เต็มไปด้วยโยงใย และรากแก้วรากแขนงที่หยั่งรากลึกเกินกว่าหลายคนจะคาดถึง
“จุด (ไม่) จบของการเมืองไทย” เป็นหนังสือที่แต่งขึ้นโดย “ฐิติกร สังข์แก้ว สราวุธ ทับทอง อรรถสิทธิ์ พานแก้ว” จัดพิมพ์ขึ้นโดยสถาบันพระปกเกล้า เนื้อหาเป็นคล้ายบทบันทึกดีๆ ที่เก็บช่วงตอนและภาพฉากอันสลับซับซ้อนของการเมืองไทย ในช่วง
ปี พ.ศ. 2548-2559 มาย้อนภาพให้เห็นถึงปรากฏการณ์ทางการเมืองไทยให้ปรากฏเด่นชัดขึ้นมา เพื่อตอกย้ำผู้ที่เคยร่วมอยู่ในวิกฤตการณ์ หรือคนรุ่นหลังที่ยังไม่ซาบซึ้งกับเรื่องราวอันซ่อนเร้นซับซ้อนให้ได้รับรู้กัน และโดยการจัดทำของ สถาบันพระปกเกล้าย่อมเป็นตัวรับประกันในเรื่องของความถูกต้องชัดเจน
ผู้แต่งหนังสือเล่มนี้ได้เก็บภาพประวัติศาสตร์การเมืองระยะใกล้มานำเสนอเป็นฉากๆ จากมุมมองทางวิชาการ แล้วประมวลเข้าไว้เป็นจุดอ้างอิงต่างๆ ที่คนไทยสามารถจะย้อนกลับมาอ่านแล้วระลึกนึกโยงไปถึงภาพเหตุการณ์ และสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาได้ไม่ยากเลย เพราะความซับซ้อนที่ว่านั้นได้ถูกย่อยมาให้ผู้อ่านขบเคี้ยวได้อย่างสนุกสนาน ตามคอนเซ็ปต์ของหนังสือที่ว่า “กินไม่ต้องบ่อย แต่อร่อยได้นานๆ”
ตลอดทั้งเล่มของหนังสือได้หยิบ “คำการเมือง” ที่เคยเป็นที่สนใจของคนไทย ให้ผุดขึ้นมาแจ่มชัดอีกครั้งหนึ่ง ราวกับว่าเหตุการณ์วิกฤตการเมืองที่สังคมไทยเพิ่งจะผ่านมานั้นยังคงมีชีวิตชีวาโลดแล่นอยู่ในปัจจุบัน
แม้กาลเวลาอาจทำให้ความลืมเลือนกัดกินพื้นที่ความทรงจำร่วมของคนไทยไปบ้างแล้ว และก็คงมีผู้คนอีกจำนวนไม่น้อยที่อยากจะลบเลือนภาพอันสับสนอลหม่านที่เคยเกิดขึ้นในอดีตให้ผ่านพ้นไปโดยเร็ว แต่หนังสือ จุด (ไม่) จบ : ช่วงฉากการเมืองไทย ’48-’59 จะช่วยปลุกตะกอนความทรงจำในส่วนนี้ให้กลับมาอีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อตอกย้ำซ้ำเติมวิกฤติให้รุนแรงไปกว่าเดิม หากเพื่อก้าวผ่านจาก “จุดวิกฤติ” ไปสู่ “จุดหมายปลายทาง” ของสังคมที่เราทุกคนวาดหวัง
ความน่าตื่นตาตื่นใจของหนังสือเล่มนี้ จึงไม่เพียงกระตุ้นตื่นคนไทยให้จดจำและเรียนรู้พิษภัยจากการเมืองที่ต่อสู้กันอย่างรุนแรงเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การประมวลภาพอันซับซ้อนให้อ่านง่ายย่อยง่าย พร้อมเสิร์ฟแก่สายตาผู้อ่านคนไทยทุกผู้ทุกนามอีกด้วย….นี่แหละคือจุดเด่นของหนังสือเล่มนี้

กะเทาะเปลือกเด็กขาดความอบอุ่น
แนะให้ทิ้งความรู้สึกที่แตกต่างออกไปจากชีวิต
“ฉันอยากได้รับความอบอุ่น” เป็นหนังสือการ์ตูนสี่สี เขียนโดย “Heo Yun-mi” แปลเป็นไทยโดย “นริศร์ จิตปัญโญยศ” จำหน่ายเล่มละ 185 บาท เป็นหนังสือที่อ่านสนุกในด้านของความบันเทิง ที่ตัวเอกจะต้องผจญภัยพบกับเรื่องราวที่ชวนให้ติดตาม ซึ่งแฝงข้อคิดดีๆ ให้กับชีวิตของ เด็กที่เกิดความรู้สึกว่าตัวเองขาดความอบอุ่น โดยเนื้อเรื่อง เริ่มเมื่อเด็กชายที่อยู่กับแม่เพียงสองคน ถูกคนรอบข้างตอกย้ำให้รู้ถึงความอาภัพของตนเองแถมยังถูกขู่ว่าตนเองจะถูกยมทูตมาทวงวิญญาณคืนทำให้เด็กชายเกิดความว้าวุ่นกับชีวิตจนอยากจะตาย แต่เมื่อเขาได้ใช้สตินั่งคิดแล้วเขาก็ได้พบทางออก

ค้นหาความลับในสมาคมหน้ากาก
เรื่องของนักสืบสาวป้ายแดงที่ต้องพิสูจน์
“ระบำผีเสื้อ”เขียนโดย “จรสจันทร์” เป็นนิยายรักสืบสวนสอบสวนของ หญิงสาวที่เพิ่งจะก้าวเข้าสู่แวดวงนักสืบเป็นครั้งแรก โดยต้องการจะพิสูจน์ความกระจ่างถึงความตายของผู้เป็นพ่อที่เกี่ยวข้องกับสมาคมอันหรูหราในสังคม ซึ่งสมาชิกทุกคนจะสวมหน้ากากเข้าไปสังสรรค์หาความสุข ความบันเทิงแบบไม่ต้องเปิดเผยตัวเอง แต่เบื้องหลังเมื่อเธอได้เข้าไปสัมผัสทำให้เธอพบว่าในสมาคมหน้ากากแห่งนี้เต็มไปด้วยความชั่วร้าย ซึ่งเกี่ยวข้องมาถึงการตายของพ่อเธอด้วย จำหน่ายเล่มละ 280 บาท

พิสูจน์ความจริงจากบันทึกเหมาซาน
ความลี้ลับอำนาจเวทมนตร์ของจีนโบราณ
“มหากาพย์แห่งเหมาซาน” เขียนโดย “ต้าลี่จินกังจ่าง” แปลเป็นไทยโดย “หลินหยาง” เป็นเรื่องราวการผจญภัยของชายหนุ่มในช่วงปลายของ เหตุการณ์การปฏิวัติวัฒนธรรมของจีน โดยตัวละครเด่นของเรื่องเกิดบังเอิญไปได้รับ สมุดบันทึกของวิชาเหมาซาน ซึ่งเป็นหลักการของวิชาและศาสตร์อันลี้ลับของจอมยุทธจีนโบราณ ซึ่งในเล่มที่สองที่กำลังวางตลาดอยู่ในเวลานี้ เป็นเรื่องราวในตอนที่ชายหนุ่มผู้ครอบครองบันทึกแห่งอาคมได้บุกไปยังประเทศอียิปต์เพื่อพิสูจน์ความเป็นไปได้ของศาสตร์แห่งเหมาซาน ทำให้เขาต้องพบกับเรื่องราวลี้ลับมหัศจรรย์ยากที่จะคาดเดาถึง ตั้งแต่เริ่มจนจบ เรื่องราวจึงเต็มไปด้วยคำถามที่ต้องหาคำตอบอยู่ตลอดเวลา จำหน่ายเล่มละ 290 บาท

หมี่เยวี่ย จอมนางพลิกบัลลังก์ ในประวัติศาสตร์จีน
เรื่องราวที่พลิกผันความเป็นมาของสุสานทหารม้าดินเผา
“หมี่เยวี่ย จอมนางพลิกบัลลังก์” เขียนโดย “เจี่ยงเซิ่งหนาน”แปลเป็นไทยโดย “ดารินทิพย์” เป็นเรื่องราวของหมี่เยวี่ย เด็กสาวที่ต้องพบกับชีวิตที่ไม่มีใครคาดฝันจากชาวบ้านธรรมดากลายเป็น สตรีที่ทรงอำนาจมากที่สุดในยุคชุนซิวจ้านกั้ว ผู้รวบรวมแผ่นดินฉินให้กลายเป็นหนึ่ง โดยผู้เขียนได้สืบค้นลงลึกตามหลักประวัติศาสตร์อย่างละเอียด ซึ่งได้พบว่า ในยุคของเธอนี่เอง คือ บันทึกแห่งความเป็นจริงของ สุสานทหารม้าดินเอาที่ถูกฝังอยู่ใต้ดิน ที่ใครๆ คิดว่าอยู่ในรัชสมัยของ จิ๋นซีฮ่องเต้ ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดมานานหลายศตวรรษ จำหน่ายเล่มละ 275 บาท
