ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/256768
วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.
มิสคาเรน แคมเบลล์
หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand: ENZ) ร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ จัดงานนิทรรศการการศึกษานิวซีแลนด์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 22 ภายใต้แนวคิด “Think New…New Zealand” โดย มิสคาเรน แคมเบลล์ ทูตพาณิชย์ สำนักงานทูตพาณิชย์นิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน และมีผู้สนใจเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท เมื่อเร็วๆ นี้
มิสคาเรน แคมเบลล์ ทูตพาณิชย์สำนักงานทูตพาณิชย์นิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ประเทศนิวซีแลนด์มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทยมายาวนานกว่า 60 ปี ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษา ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนนานาชาติได้เข้าเรียนในหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ไม่ว่าจะในระดับมัธยม สถาบันฝึกอบรมเอกชน สถาบันเทคโนโลยี โรงเรียนสารพัดช่าง และมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ ที่มีรูปแบบการเรียนการสอนแบบอินเตอร์แอคทีฟมุ่งเน้นการสอนให้แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ตลอดจนการใช้ชีวิตและประสบการณ์ต่างๆ แบบชาวกีวี หรือนิวซีแลนด์อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีโปรแกรมการศึกษาที่มีคุณภาพสูงในสาขาต่างๆ เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศ สื่อและบันเทิง การท่องเที่ยวและการโรงแรม การเกษตร กระบวนการผลิตอาหาร สาธารณสุข รวมทั้งการค้าและการบริหาร การจัดการ สังคมศาสตร์และวัฒนธรรมด้วย
ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา มีนักเรียนไทยกว่า 3,300 คน ได้ศึกษาอยู่ในนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความสงบสุขที่สุดในโลก โดย The 2016 Global Peace Index เมื่อเทียบกับอีก 162 ประเทศ ในด้านความปลอดภัยและความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรง
ภายในงานนิทรรศการการศึกษานิวซีแลนด์ นอกจากจะมีสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั้งสถาบันสอนภาษาและมหาวิทยาลัยชั้นนำ พร้อมใจมอบทุนการศึกษาและข้อเสนอพิเศษสำหรับนักเรียนไทยที่สนใจไปเรียนต่อนิวซีแลนด์แล้วยังมีการเสวนาเพื่อไขข้อข้องใจ และค้นพบศักยภาพเส้นทางสู่ความสำเร็จในชีวิตจากผู้มีประสบการณ์ตรง

(ซ้าย) เฉกชนก สุนทรศารทูล
เฉกชนก สุนทรศารทูล ผู้จัดการฝ่ายนโยบายและกิจการสัมพันธ์ บริษัทบีจี ประเทศไทย เล่าถึงเหตุผลที่ส่งลูกชายไปเรียนต่อนิวซีแลนด์ว่า “การเรียนที่เมืองไทยค่อนข้างหนักและกฎระเบียบข้อบังคับเยอะ เด็กต้องตื่นเช้าตรู่ไปโรงเรียน เย็นเลิกเรียน กว่าจะถึงบ้านก็ค่ำเสาร์-อาทิตย์ยังต้องเรียนพิเศษอีก ทำให้เด็กไม่มีเวลาทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ทั้งที่ลูกผมเป็นคนเรียนเก่งและชอบเล่นกีฬามาก แต่กลับไม่ได้รับการส่งเสริมด้านกีฬา คนเรียนเก่งเมืองไทยต้องเรียนต่อสายวิทย์ ต้องไปเป็นหมอ หรือเป็นวิศวะ แต่ผมดูลูกผมแล้วไม่ใช่ ก็เริ่มหาข้อมูลและพบว่าประเทศนิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาดีมาก เน้นการสอนให้ผู้เรียนเป็นตัวของตัวเอง เราจึงไปเที่ยวนิวซีแลนด์ พร้อมกับไปดูโรงเรียนกันทั้งครอบครัว และตัดสินใจให้ลูกไปลองใช้ชีวิตที่นั่นตั้งแต่อายุ 14 ปี โดยที่เขาเป็นคนเลือกโรงเรียนด้วยตัวเองและเลือกเรียนกฎหมายตามที่เขาชอบ ทำให้ลูกมีความสุขกับการเรียนมากขึ้น ซึ่งไปปีแรกสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดนอกจากการเรียนและภาษาที่ดีขึ้น ก็คือ วุฒิภาวะ ความมีระเบียบวินัย ความ
รับผิดชอบ โดยเฉพาะเรื่องการใช้เงินจะมีการระมัดระวังมากขึ้น และความกล้าที่จะตัดสินใจในสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง”
นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยกับผู้บริหารหนุ่มไฟแรงถึง “7 สูตรสำเร็จของชีวิตที่ได้จากการเรียนต่อที่นิวซีแลนด์” ที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์และการใช้ชีวิตในนิวซีแลนด์ที่ได้มากกว่าแค่ภาษา ได้แก่ 1) ความหลากหลายของวัฒนธรรม 2) การทำหลายอย่างไปพร้อมๆ กัน 3) การทำงานในสาขาที่แตกต่างกัน 4) ความมีวินัย 5) ความรู้ด้านธุรกิจ 6) ประสบการณ์การเป็นผู้ประกอบการ และ 7) การมีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ และทักษะการคิดในเชิงวิพากษ์ สำหรับผู้ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการศึกษานิวซีแลนด์ สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ http://www.studyinnewzealand.com
