ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์ 30 เม.ย. 2560 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/926349

ภายในสัปดาห์นี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ก็ทำงานครบ 100 วันเต็ม หลังสาบานตนรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 ม.ค. ถือเป็นธรรมเนียมที่สื่อและชาวอเมริกันจะต้องตรวจการบ้านนายทรัมป์เหมือนผู้นำคนก่อนๆ
ขอเริ่มที่คะแนนนิยม…ผลโพลของเอบีซี นิวส์และวอชิงตันโพสต์สำรวจความพึงพอใจของชาวอเมริกันต่อผลงาน 100 วันแรกของนายทรัมป์ ชื่นชอบร้อยละ 42 แต่ที่ไม่ชอบร้อยละ 53 เป็นคะแนนนิยมที่ต่ำกว่าแต้มที่อดีตผู้นำสหรัฐฯก่อนหน้าเขา 2-3 คน รวมทั้งนาย บารัค โอบามา ได้รับในช่วงเดียวกัน
คะแนนนิยมถือว่าไม่น่าประหลาดใจ เพราะทรัมป์ถือเป็นผู้สมัครที่สร้างความปั่นป่วนให้สังคมอเมริกันไม่น้อย ทั้งอุปนิสัยท่าทีไม่ยอมใคร กล้าท้าชนดะทั้งสื่อทั้งนักการเมืองพรรคเดียวกันและฝ่ายตรงข้าม โยนมาพี่แกโยนกลับ
ทรัมป์ยังถูกตีตราภาพลักษณ์หมิ่นเกียรติผู้หญิงแบบสลัดหลุดยาก หลังมีคลิปฉาวที่เขาพูดนานหลายปีแล้วถูกเผยแพร่ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง เขาพูดคุยโม้จะจับโน่นจับนี่ผู้หญิงได้หมดเพราะเป็นคนดัง และยังมีผู้หญิงนับสิบคนดาหน้าออกมาแฉถูกเขาลวนลามและคุกคามทางเพศซึ่งเขาปฏิเสธทุกกรณี

http://www.thairath.co.th/clip/122508
นโยบายหาเสียงของทรัมป์ก็เช่นเดียวกัน แต่ละข้อแต่ละประเด็นล้วนแต่เรียกแขกได้ทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าเสนอ สั่งห้ามชาวมุสลิมเข้าสหรัฐฯ หรือการ สร้างกำแพงกั้นพรมแดนสกัดผู้อพยพจากเม็กซิโก ฯลฯ
และก็นโยบายหาเสียงนี่เองจะเป็นการบ้านที่คนอเมริกันจะตรวจว่าผู้นำสหรัฐฯคนที่ 45 ทำอะไรได้ไม่ได้บ้าง
ขอเริ่มเรื่องที่ทำได้แล้วก่อน….ลำดับที่1 ก็น่าจะเป็นการเซ็นคำสั่งฝ่ายบริหารถอนสหรัฐฯ จากการเป็นภาคี ข้อตกลงหุ้นยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ เอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) ทำได้เหมือนหาเสียงไว้เป๊ะ ไม่ไว้หน้าคนชงอย่างโอบามาเลย ลำดับถัดมาคงเป็นการเสนอชื่อนาย นีล กอร์ซัช ผู้พิพากษากลางหัวอนุรักษนิยม เข้าเสียบร่วมองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาจนผ่านฉลุยอันจะเป็นประโยชน์ในภายหน้า ถ้าหากทรัมป์มีกฎหมายสำคัญที่ต้องสู้กันถึงฎีกา
ส่วนเรื่องที่ทำแล้วแต่ไม่สำเร็จ ก็คือ มาตรการเข้มงวดผู้ลี้ภัย ทรัมป์เซ็นอีกคำสั่งฝ่ายบริหารจำกัดโควตารับผู้ลี้ภัยจากแสนกว่าคนเหลือครึ่งหนึ่ง ห้ามชาวมุสลิมเข้าสหรัฐฯชั่วคราว 120 วัน และระงับการเข้าเมืองของผู้คนจาก 7 ชาติมุสลิมคือ จาก อิรัก อิหร่าน ลิเบีย โซมาเลีย ซูดาน ซีเรีย และ เยเมน นาน 90 วัน เพื่อสกัดกองกำลังหัวรุนแรงโดยเฉพาะกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) ตามมาด้วยคำสั่งฝ่ายบริหารฉบับแก้ไข ระงับเข้าเมืองของผู้คนจาก 6 ประเทศมุสลิม โดยตัดอิรักออกเพราะเป็นพันธมิตรร่วมสู้ผู้ก่อการร้าย
แต่คำสั่งบริหารฉบับแก้ไขก็ถูกสกัดโดยศาลเหมือนกับคำสั่งฉบับแรก หลังได้สร้างความปั่นป่วน มีคนถูกกักหรือห้ามขึ้นเครื่องบินเข้าสหรัฐฯตามสนามบินทั่วทุกมุมโลก ไม่เว้นแม้แต่ผู้ถือเอกสารเข้าเมืองถูกต้อง
เรื่องที่ทำแต่ไม่คืบอีกกรณีคือ กฎหมายหลักประกันสุขภาพ ที่ทรัมป์ประกาศจะหาของใหม่ที่ดีกว่ามาแทนฉบับ โอบามาแคร์ แต่สุดท้ายต้องถอนร่าง ก.ม.ใหม่ที่เขาหวังจะใช้แทนออกจากรัฐสภา เหตุเสียงต้านมีมากกว่าหนุน
ตามด้วยแผนสร้าง “กำแพง” กั้นพรมแดนสกัดผู้อพยพจากเม็กซิโกและจะให้เม็กซิโกเป็นคนจ่ายค่าก่อสร้าง ก็ไม่คืบหน้า เพราะเหตุที่ต้องขออนุมัติงบจากสภาคองเกรสนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แถมงบคาดการณ์ค่าก่อสร้างจริงยังมียอดสูงกว่าที่เขาคิดตั้งไว้อยู่มาก

ทรัมป์ยังไม่ได้ตามคิดบัญชี ดำเนินคดีกับนาง ฮิลลารี คลินตัน อดีต รมว.ต่างประเทศถูกกล่าวหาใช้อีเมลส่วนตัวติดต่องานรัฐจนสุ่มเสี่ยงถูกเจาะระบบล้วงข้อมูล ตามที่เคยลั่นวาจาช่วงหาเสียงและยังไม่ได้ตราหน้าจีนว่าเป็นประเทศปั่นค่าเงินตามที่บอกไว้ว่าจะทำ หรือที่เคยพูดถากถางองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ว่าเป็นองค์กรล้าสมัยและเอาเปรียบสหรัฐฯก็เพิ่งปรับเปลี่ยนท่าทีเป็นตรงข้าม
ไม่นับเรื่องยิบย่อยอื่นๆทั้งแผนสร้างงาน ซ่อมระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่มีอะไรชัดเจน หรือแม้แต่แผนลดภาษีทั้งนิติบุคคลและภาษีเงินได้บุคคลทั่วไปเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่เพิ่งแถลงก็คาดว่าจะผ่านสภาคองเกรสยาก
เวลา 100 วันแรก อาจทำอะไรไม่ได้มาก ทรัมป์ในฐานะผู้นำชาติมหาอำนาจโลก ยังมีงานช้างให้ทำอีกมากทั้งภายในและภายนอก โดยเฉพาะวิกฤตการณ์คาบสมุทรเกาหลีที่รอพิสูจน์ฝีมือเขาอยู่ และยังเหลือเวลาอีก 1,300 กว่าวัน กว่าจะหมดวาระ ผู้นำสไตล์ทรัมป์ที่คนอเมริกันยังไม่เคยมี อาจทำเซอร์ไพรส์อีกเยอะ! และอาจเซอร์ไพรส์กว่าการสั่งยิงจรวดโทมาฮอว์กถล่มที่มั่นทางทหารของซีเรียที่ถูกกล่าวหาใช้อาวุธเคมีถล่มฝ่ายกบฏ และการใช้ “มารดาแห่งระเบิดทั้งปวง” (Mother of All Bombs) ทิ้งบอมบ์ถล่มแหล่งกบดานกลุ่มไอเอสในอัฟกานิสถานเสียอีก!!!
เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์