ยันขึ้นทะเบียนสารเคมีโปร่งใส กรมวิชาการฯย้ำไร้ผลประโยชน์ต่างตอบแทน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/258077

วันจันทร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

x

นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งโยกย้าย นายธรรมนูญ แก้วคงคา นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการกลุ่มวัตถุอันตราย สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร เพื่อปรับปรุงระบบการบริหารจัดการวัตถุอันตรายทางการเกษตร โดยมอบหมายให้ นายศรัณย์ วัธนธาดา ผู้เชี่ยวชาญด้านควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร ซึ่งมีตำแหน่งทางวิชาการสูงกว่า และเคยปฏิบัติหน้าที่ในกลุ่มดังกล่าวมาก่อน ทำหน้าที่แทนอีกหน้าที่หนึ่ง

สำหรับกรณีการอนุมัติคำขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายไปแล้วกว่า 50 คำขอ และการจัดประชุมปล่อยสารเคมีที่มีพิษทุกอาทิตย์นั้น คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร มีหลักเกณฑ์ในการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย โดยลำดับแรกให้ความสำคัญกับการพิจารณาขึ้นทะเบียนกลุ่มวัตถุอันตรายที่มีความปลอดภัย ได้แก่ สารสกัดจากธรรมชาติ สารชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช และกลุ่มสารเคมีที่ใช้ในพืชอาหาร มีข้อมูลความเป็นพิษน้อยตามหลักเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก ลำดับที่ 2 เป็นสารเคมีที่มีความจำเป็นต้องใช้แต่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ในกลุ่มแรก ซึ่งนอกจากหลักเกณฑ์ดังกล่าวแล้วผู้ที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนจะต้องมีหลักฐานเอกสารทางวิชาการ 3 ข้อ คือ ข้อมูลพิษวิทยา ผลการทดลองประสิทธิภาพ และผลการวิเคราะห์คุณภาพผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้การประชุมคณะอนุกรรมการ กำหนดให้มีการประชุมเป็นวาระปกติเดือนละ 2-3 ครั้ง โดยพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนจำนวนครั้งละ 50-90 คำขอ

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องผลประโยชน์ต่างตอบแทน เพื่อแลกกับการที่ได้รับการอนุมัติคำขอขึ้นทะเบียนนั้น ขอยืนยันว่าเป็นเท็จและไม่มีมูลความจริง เนื่องจากการพิจารณามีหลักเกณฑ์และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ต้องให้คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่มีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน ส่วนคณะอนุกรรมการ มีอธิบดีกรมวิชาการเกษตรเป็นประธาน มีนักวิชาการของกรมวิชาการเกษตร และบุคคลภายนอกเป็นคณะอนุกรรมการร่วมพิจารณากันอย่างรอบคอบ

ทั้งนี้ ในความเป็นจริงแล้วการที่มีการพิจารณาให้ผู้ประกอบการรายอื่นๆ มีสิทธิ์ในการผลิตและจำหน่ายวัตถุอันตรายทางการเกษตรชนิดเดียวกัน จะทำให้การผูกขาดทางด้านการตลาดของรายเดิมลดลง อย่างไรก็ตาม การใช้สารเคมีทางการเกษตรจะต้องทำควบคู่ไปกับการควบคุมโรงงานผลิต ร้านค้าจำหน่าย และให้คำแนะนำการใช้ที่ถูกวิธีต่อเกษตรกรด้วย

 

Leave a comment