ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/258227
วันอังคาร ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.
26 กุมภาพันธ์ของทุกปีถือเป็น “วันสหกรณ์แห่งชาติ” เพราะเป็นวันที่ถือกำเนิดสหกรณ์แห่งแรกขึ้นในประเทศไทย คือ “สหกรณ์วัดจันทร์ไม่จำกัดสินใช้” ที่อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งจดทะเบียนเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2459 โดยมีกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์เป็นนายทะเบียนสหกรณ์พระองค์แรก สหกรณ์วัดจันทร์ไม่จำกัดสินใช้ ตั้งขึ้นโดยความสนับสนุนของรัฐบาลในสมัยนั้น เพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาหนี้สินของชาวนาในพื้นที่ โดยมีสมาชิกแรกตั้งเพียง 16 คน ทุนดำเนินงานเพียง 3,080 บาท เนื่องจากการขาดแคลนเงินทุนต้องกู้ยืมจากพ่อค้า และมักถูกเอารัดเอาเปรียบโดยการคิดดอกเบี้ยที่สูง
ก้าวสู่ปีที่ 101 ของการสหกรณ์ในประเทศไทย สหกรณ์ได้เติบโตและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสหกรณ์ทั้งหมด 8,263 แห่ง แบ่งออกเป็น 7 ประเภท ประกอบด้วย สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ประมง สหกรณ์นิคม สหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์ร้านค้า สหกรณ์บริการ และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน มีจำนวนสมาชิกรวมทุกประเภทกว่า 11 ล้านคน ซึ่งอยู่ในทุกๆ แวดวงของสังคมไทยมีปริมาณธุรกิจกว่า 2.2 ล้านล้านบาท
ระบบสหกรณ์ ได้เข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ส่งเสริมและเน้นดำเนินโครงการที่สนับสนุนภาคการเกษตรผ่านสหกรณ์และเชื่อมั่นว่าระบบสหกรณ์จะเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรสมาชิกที่เป็นประชาชนกลุ่มใหญ่ของประเทศ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ และนำมาซึ่งความกินดี อยู่ดี และสร้างสังคมที่เป็นสุข
ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การนำของพลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบนโยบายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาระบบสหกรณ์ให้เป็นสถาบันเกษตรกรที่เข้มแข็ง และสามารถเป็นที่พึ่งให้แก่สมาชิกได้โดยแท้จริงซึ่งกรมได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในบทบาทและหน้าที่ของตน กล่าวคือ ฝ่ายบริหารจัดการ คณะกรรมการ ต้องดำเนินกิจการโดยยึดความต้องการของสมาชิกส่วนใหญ่เป็นสำคัญ มุ่งหวังผลกำไรคือความกินดีอยู่ดีของหมู่มวลสมาชิก สมาชิกมีหน้าที่ในการร่วมดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ในฐานะเจ้าของและผู้ใช้บริการ และส่วนเสริมคือ ภาครัฐซึ่งจะเป็นส่วนที่เพิ่มเติมในการพัฒนาและยกระดับให้สหกรณ์มีศักยภาพในการดำเนินงานเพื่อเป็นองค์กรที่เข้มแข็งและมั่นคงยิ่งขึ้น
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สามารถพิสูจน์ได้แล้วว่า พลังความร่วมมือของเหล่าบรรดาสมาชิกสหกรณ์ที่เป็นหนึ่งเดียว และการรวมกลุ่มกันเพื่อช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ตามอุดมการณ์ หลักการและวิธีการสหกรณ์ นั้นสามารถทำให้พวกเขาสามารถดำเนินชีวิตอยู่ได้ แม้ว่าจะต้องประสบกับวิกฤติเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้ามา ทั้งวิกฤติต้มยำกุ้งและปรากฏการณ์แฮมเบอร์เกอร์ที่ส่งผลให้ธุรกิจภาคเอกชนหลายๆ แห่งต้องล้มลงแต่ระบบสหกรณ์ยังสามารถดำเนินอยู่ได้ ซึ่งระบบสหกรณ์จะเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างยิ่งต่อประชาชนในระดับฐานรากของประเทศที่ยังคงมีอยู่ในทุกๆ แวดวงของสังคมไทย โดยเฉพาะภาคการเกษตร ซึ่งระบบสหกรณ์ได้เข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการลดต้นทุนการผลิต เพื่อเพิ่มโอกาสทางการแข่งขันให้แก่เกษตรกรสมาชิก และเข้ามามีบทบาทตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ด้วยการจัดหาปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพมาให้บริการแก่สมาชิก เป็นแหล่งความรู้ สนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ ส่งเสริมให้เกิดการรวมซื้อเพื่อสร้างอำนาจการต่อรองทำให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่ถูกลง ส่งเสริมและวางแผนการผลิตอย่างเหมาะสมเพื่อให้ได้ผลผลิตที่สูงขึ้นและมีคุณภาพ เป็นแหล่งรวบรวมผลผลิตจากเกษตรกรสมาชิก เพื่อการจำหน่ายและแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร พร้อมขยายช่องทางการตลาด ผ่านเครือข่ายสหกรณ์

นอกจากสหกรณ์ที่มีบทบาทในภาคการเกษตรแล้ว สหกรณ์นอกภาคการเกษตร คือ ออมทรัพย์ ร้านค้า และเครดิตยูเนี่ยน ซึ่งเป็นองค์กรที่ตั้งกระจายอยู่ในชุมชนและมีบทบาทต่อสมาชิกในด้านการเงิน การจัดหาสินค้าอุปโภคบริโภค และการบริการ โดยเฉพาะสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ช่วยให้สมาชิกสามารถวางแผนทางการเงินส่งเสริมการออม สร้างการเข้าถึงแหล่งทุน และตัดวงจรหนี้นอกระบบ ส่งเสริมให้สมาชิกอยู่อย่างพอเพียง สามารถพึ่งตนเองได้ และมีความมั่นคงในชีวิตทั้งในวันนี้และอนาคตได้
ด้านสมาชิกสหกรณ์การเกษตรกรป.กลาง มะปรางมันปัตตานี จำกัด จังหวัดปัตตานี นางสาวอรุณี จันทร์หอม กล่าวว่า “พวกเรารวมกลุ่มกันแล้วก็เข้าไปที่สหกรณ์ บอกสิ่งที่เราอยากจะทำ เราไม่รู้เรื่องอะไรสหกรณ์ก็สามารถให้คำแนะนำเราได้ เราไม่มีเงินลงทุนสหกรณ์สามารถให้เรากู้ยืมได้ สหกรณ์ช่วยเหลือเราทุกอย่างจนเราสามารถตั้งตัวได้และทำให้สมาชิกของเรามีรายได้จนทุกวันนี้
ดร.วิณะโรจน์กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่สำคัญของการพัฒนาสหกรณ์ คือ รากเหง้าความเป็นสหกรณ์ สมาชิกทุกคนต้องมีจิตสำนึกในหน้าที่ เข้าใจอุดมการณ์ หลักการ และวิธีการสหกรณ์ ต้องไม่มุ่งหวังผลกำไรเพื่อมาแบ่งปันกัน สหกรณ์ต้องหันกลับไปดูแลสมาชิกอย่างแท้จริง ซึ่งความยั่งยืนของสหกรณ์จะเกิดขึ้นได้จะต้องดำเนินงานด้วยการมีส่วนร่วม ความซื่อสัตย์สุจริต เปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
