กยท.ผลักดันทำสวนยาง‘ผสมผสาน’ แนะยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง สร้างความยั่งยืนอาชีพ‘เกษตรกร’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/261338

วันอังคาร ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

x

กยท.หนุนสวนยางผสมผสานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มั่นใจช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับอาชีพการทำสวนยาง เผยเกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงและประสบผลสำเร็จ แม้ราคายางวิกฤติ หรือสวนยางถูกน้ำท่วม ก็สามารถอยู่รอดได้อย่างมั่นคง

ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.)เปิดเผยว่า กยท.มีนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนยางนำแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาประยุกต์ใช้ในการทำสวนยางแบบผสมผสานซึ่งที่ผ่านมามีเกษตรกรหลายรายประสบผลสำเร็จในการทำสวนยางตามแนวดังกล่าว ทำให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

นายวิเวก บุญช่วย เกษตรกรชาวสวนยาง หมู่ 7 ต.เกาะขันธ์อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช วัย 65 ปี เปิดเผยว่า ได้นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของรัชกาลที่ 9 มาใช้ทำสวนยาง หลังจากได้เรียนรู้วิธีการปลูกไม้ผลแซมสวนในยางที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นราธิวาส เมื่อ 15 ปีที่ผ่านมา จนทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป ครอบครัวมีกิน มีใช้ อย่างพอเพียง และยังมีเงินเหลือเก็บไว้ให้ลูกหลานจากเดิมตั้งแต่เกิดมาจนถึงอายุ 50 ปี ชีวิตไม่มีความมั่นคง อยู่ไปวันๆ ไม่มีเงินเก็บ ยิ่งช่วงฤดูปิดกรีด แทบจะไม่มีจะอยู่จะกิน

ทั้งนี้สวนยางของนายวิเวก มีทั้งหมด 14 ไร่ เดิมนั้นปลูกยางพาราเป็นพืชเชิงเดี่ยวทั้งหมด ต่อมาเมื่อ 15 ปีที่แล้วได้ปรับเปลี่ยนมาปลูกไม้ผลแซมยางพารา โดยแบ่งเป็นปลูกร่วมกับมังคุด ขนุน และหมาก 10 ไร่ ส่วนอีก 4 ไร่ ปลูกบ้าน เลี้ยงวัว เลี้ยงเป็ดไข่ เลี้ยงไก่พื้นเมือง ไก่ดำ และขุดบ่อเลี้ยงปลา ขนาด 15X15 เมตร อีก 2 บ่อ มีทั้งปลาทับทิม ปลานิลและปลาดุก

“แปลงผลไม้ผสมสวนยางพารา สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นทุกๆ ปี โดยมีรายได้จากยางประมาณปีละ 40,000 บาท จากมังคุดผลผลิตปีละ 280,000 บาท ขายเป็ด ไก่พื้นเมืองและไก่ดำ ได้อีกปีละ 50,000 บาท ส่วนวัว อีก 6 ตัว จะมีรายได้20,000 บาท และปลามีรายได้ 10,000 บาทเฉพาะปี’59 ที่ผ่านมา ได้รายได้กว่า 400,000บาท ทั้งๆ ที่ยางราคาตกต่ำ ถ้าปีไหนราคายางดีก็จะมีรายได้มากกว่านี้” นายวิเวกกล่าว

สำหรับการดูแลไม้ผลที่ปลูกแซมสวนยางนั้น ก็ดูแลเช่นเดียวกับยางพารา คือ ใส่ปุ๋ย ใช้มูลวัว ขี้ไก่ หมักผสมกับสารชีวภาพที่กรมพัฒนาที่ดิน นำให้มาใช้ฟรีทำให้ลดต้นทุนค่าปุ๋ย

“เมื่อครั้งน้ำท่วมที่ผ่านมา หลายคนเดือดร้อนเพราะกรีดยางไม่ได้ บางสวนเสียหาย แต่ผมไม่เดือดร้อน เพราะมีผลไม้ไว้กินอย่างขนุน แม้มันจะดิบเอามาต้มกินได้แถมยังมี ไก่ ที่เลี้ยงไว้ ส่วนปลา ถึงแม้จะไปตามน้ำ แต่พอน้ำลดลงยังมีบ่อเหลืออยู่ให้เลี้ยงต่อไป” นายวิเวก กล่าว

Leave a comment