ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/260513
วันพฤหัสบดี ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้เดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์รแพร่ระบาดหนอนหัวดำมะพร้าวที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากพบว่ามีความรุนแรงและอาจส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจได้ โดยสถานการณ์การระบาดของหนอนหัวดำในพื้นที่ปลูกมะพร้าวทั้งประเทศ 1,240,874 ไร่ ใน ท55 จังหวัด พบการระบาดของหนอนหัวดำ 28 จังหวัด พื้นที่รวม 78,954 ไร่ หรือประมาณ 6% ของพื้นที่ปลูกมะพร้าวทั้งประเทศ โดยจำแนกการระบาดตามความรุนแรง ได้แก่ ระบาดมาก 55,077 ไร่ คิดเป็น 4% ระบาดน้อย 23,877 ไร่คิดเป็น 2% ไม่พบการระบาด1,161,920 ไร่ 94% พื้นที่ระบาดมาก 5 อันดับ ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ พื้นที่ 62,410 ไร่ สุราษฎร์ธานี 5,536 ไร่ ชลบุรี 4,024 ไร่ สมุทรสาคร 2,669 ไร่ ฉะเชิงเทรา 953 ไร่
ในส่วนของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีพื้นที่ปลูก 457,285 ไร่ พบการระบาดของหนอนหัวดำทุกอำเภอ รวมพื้นที่ 62,410 ไร่ จำแนกการระบาดตามความรุนแรง แบ่งเป็น ระบาดมาก 48,189 ไร่ ระบาดน้อย 14,221 ไร่ ไม่พบการระบาด 394,875 ไร่ ซึ่งจากการประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจหากยังปล่อยให้ลุกลามจะส่งผลให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจของจังหวัดประมาณ 500 ล้านบาท
ขณะที่แนวโน้มสถานการณ์การระบาด จากข้อมูลการติดตามสถานการณ์ศัตรูมะพร้าวในแปลงติดตามสถานการณ์ศัตรูพืช ยังคงพบการทำลายของหนอนหัวดำ และคาดว่าการระบาดจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูแล้ง ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมสำหรับการขยายพันธุ์และการเจริญเติบโตของหนอนหัวดำเบื้องต้นกระทรวงเกษตรฯ ได้กำหนดแนวทางการไขปัญหาระยะสั้นและระยะยาว 5 แนวทางหลัก คือ 1.เร่งตัดทางใบที่ถูกหนอนหัวดำทำลายและนำมาเผา 2.พ่นด้วยเชื้อ BT 3.ปล่อยแตนเบียน 4.พ่นสารเคมีทางใบ และ 5.ฉีดสารเคมีเข้าต้นตามหลักวิชาการที่ไม่ส่งผลต่อผู้บริโภค
ส่วนมาตรการสนับสนุนมาตรการการป้องกันไม่ให้กลับมาระบาดใหม่ในพื้นที่เดิมอีก เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาให้ยั่งยืนอีก 4 มาตรการ คือ 1.ต้องมีการสำรวจและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง 2.ควบคุมการขนย้ายผลมะพร้าว เพื่อป้องกันการระบาดข้ามพื้นที่ 3.กักกันมะพร้าวบริเวณด่านตรวจพืชและจุดผ่านแดน 4.ปลูกทดแทนสวนมะพร้าวที่มีอายุมาก แต่ทั้งนี้ การยับยั้งการแพร่ระบาดของหนอนหัวดำอย่างยั่งยืนนั้น จำเป็นที่ต้องสร้างให้เกิดการมีส่วนร่วมของเกษตรกร ชุมชน และท้องถิ่น ในการดูแล ควบคุมและจัดการศัตรูพืช โดยทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจังหวัดประจวบฯ จะเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาการระบาดในพื้นที่อื่นด้วย ขณะเดียวกัน จากการลงพื้นที่รับฟังแนวทางแก้ไขปัญหา กระทรวงเกษตรฯ จะพิจารณามาตรการต่างๆ เสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาโดยเร่งด่วนภายใน 2 สัปดาห์
“หนอนหัวดำเป็นแมลงต่างถิ่นที่ติดมากับพันธุ์ปาล์มที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ แต่สามารถขยายพันธุ์และเจริญเติบโตได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่พืชตระกูลปาล์ม เช่น มะพร้าว แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ยังไม่ให้ความสำคัญในการป้องกันและกำจัดหนอนหัวดำในพื้นที่ของตนเอง ทำให้เกิดการระบาดอย่างต่อเนื่องและรุนแรง ดังนั้น วิธีการดำเนินงานควบคุมการระบาดในปัจจุบัน นอกจากการถ่ายทอดความรู้ และให้แนะนำเรื่องการป้องกันและกำจัดศัตรูมะพร้าวแก่เกษตรกร ตัดทางใบที่ถูกหนอนหัวดำทำลายและนำมาเผา พ่นด้วยเชื้อ BT ปล่อยแตนเบียน พ่นสารเคมีทางใบ ฉีดสารเคมีเข้าต้นแล้ว กระทรวงเกษตรฯ ได้ดำเนินการเฝ้าระวัง/สำรวจ ปล่อยแตนเบียนภายใต้การดำเนินงานของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) โดยได้รับงบประมาณจากกรมส่งเสริมการเกษตร งบพัฒนาจังหวัด งบองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และใช้สารเคมีฉีดเข้าลำต้นตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรที่ไม่ส่งผลต่อผู้บริโภค สำหรับมะพร้าวที่มีความสูงมากกว่า 12 เมตร” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว
