แตกใบอ่อน : ปัญหาขยะจะช้าไม่ได้ (จบ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/260511

807934531

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สัปดาห์นี้ขออนุญาตคุยต่อจากสัปดาห์ที่แล้วถึงปัญหา “ภัยเงียบ” จากขยะ

ดังที่ทราบกันว่า รัฐบาลหลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมาต่างรู้ดีถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับความย่ำแย่ของสถานการณ์ขยะในบ้านเรา แต่ทุกอย่างก็ถูกปล่อยทิ้งให้ “หมักหมม” เอาไว้ไม่ผิดกับปัญหาขยะที่เกิดขึ้น

จะปู จะแม้ว จะมาร์ค จะใครก็ตามที่ผ่านมา แทบไม่เคยเห็นรัฐบาลไหนหรือเห็นใครที่จะมาสนใจกับปัญหาขยะอย่างจริงๆ จังๆ สักราย เต็มที่ก็ได้แต่พูดๆๆๆสร้างภาพเอาคะแนนกันและก็หันหลังเปิดตูดไป จนมาถึงสมัย “ลุงตู่” นี่แหละที่เริ่มมีการขยับกันอย่างเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง

พูดแบบนี้ไม่ได้ “อวย” นายกฯหรือรัฐบาลทหารนะครับ อะไรดีก็ต้องว่าดี อะไรไม่ดีก็ต้องว่าไม่ดี

จำได้ว่าหลังการยึดอำนาจ หนึ่งในบรรดานโยบายแรกๆที่ คสช. ปล่อยออกมาก็คือ เรื่องการจัดการปัญหาขยะ ซึ่งไม่เพียงแต่จะยกระดับปัญหาให้เป็นถึง“วาระแห่งชาติ” ที่หน่วยงานรัฐทุกหน่วยงานต้องร่วมกันขับเคลื่อน รัฐบาลยังได้ประกาศ “โรดแมป” การจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย ซึ่งมีภารกิจโดยสรุป 4 ข้อ คือ 1.การเร่งจัดการขยะมูลฝอยสะสมในสถานที่กำจัดขยะพื้นที่วิกฤติ 2.การกำหนดรูปแบบที่เหมาะสมเพื่อจัดการกับขยะที่เข้ามาใหม่ 3.การจัดระเบียบมาตรการบริหารจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย และ 4.การสร้างวินัยของคนในชาติ มุ่งสู่การจัดการที่ยั่งยืน

คำประกาศของรัฐบาลครั้งนี้ แม้จะถือว่าเป็นการออกตัวที่ช้าไปบ้างหากเทียบกับวิกฤติปัญหาขยะที่เกิดขึ้นมาช้านาน แต่มาช้าก็ยังดีกว่าไม่มา และถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีเลยทีเดียวสำหรับการตั้งธงจัดการปัญหาขยะอย่างเป็นชิ้นเป็นอันของประเทศไทย

แต่ทีนี้ ปัญหามันอยู่ที่ว่า รัฐบาลได้ทำอะไรไปบ้าง? กับสิ่งที่รัฐบาลได้เริ่มเอาไว้

หากมองกันด้วยสายตาชาวบ้านชาวช่องอย่างผม ก็ต้องบอกว่า การจัดการขยะของรัฐบาลครั้งนี้ นโยบายดี แผนงานดี แต่การปฏิบัติกลับเหมือนไม่เต็มใจเดินไปข้างหน้าสักเท่าไร ยกตัวอย่างง่ายๆ การจัดการขยะตกค้างในพื้นที่วิกฤติและการจัดการปัญหาขยะเกิดใหม่ ถามว่าหลังรัฐบาลประกาศไปแล้วตั้งแต่ปี 2557 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังบ้างหรือไม่

ถ้าบอกว่าทำแล้ว แต่ทำไมยังมีชาวบ้านออกมาร้องเรียนถึงปัญหาการลักลอบนำขยะไปทิ้งตามสถานที่ต่างๆ จนสร้างมลพิษหมักหมมไว้เป็นนานแรมปีอยู่อีกเป็นระยะ เช่น กรณีที่เกิดขึ้นหมาดๆ ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาในพัทยา ซึ่งมีขยะถูกขนเอาไปทิ้งกองเป็นภูเขาห่างจากศาลาว่าการแค่ 500 เมตรเท่านั้น

อีกปัญหาหนึ่งที่อยากจะพูดถึง คือ โรดแมปตามข้อที่ 4 การสร้างวินัยคนในชาติมุ่งสู่การจัดการที่ยั่งยืน ซึ่งมีกระทรวงทรัพยากร
ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รับผิดชอบหลัก

ว่ากันที่แนวคิดก่อน ผมว่าเป็นแนวคิดที่ดี เพราะถ้าให้พูดกัน “ยอมรับความจริง” ก็ต้องบอกว่า เวลานี้ยังมีพวกเราคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ “ขาดวินัย” ในเรื่องขยะอยู่มาก ไม่ต้องพูดถึงหลัก 3Rs หรือการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง หรือพูดถึงเรื่องอะไรให้ยุ่งยาก เอาแค่การทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทางแค่นั้นแหละ พวกเราก็ยังทำกันไม่ได้ ใครอยากจะหย่อนอยากจะทิ้งที่ไหนก็ใส่กันตูมๆๆ ขยะถึงได้เกลื่อนเมืองกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

เรื่องนี้จึงเป็นปัญหาสำคัญ และเป็น “รากฐาน” ที่จะช่วยแก้ปัญหาขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แล้วถามว่าทั้ง 2 หน่วยงานนี้ได้ทำอะไรลงไปบ้าง ก็ต้องบอกว่าเขาก็ทำอยู่ และแต่ละเรื่องก็เป็นเรื่องที่ทำ ก็เป็นเรื่องที่ดี และเป็นเรื่องที่เดินมาถูกทาง เช่น โครงการความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และสถาบันการศึกษาในการส่งเสริมการพัฒนาชุมชนและโรงเรียนปลอดขยะขึ้นมา ซึ่งเป็นโครงการที่หวังผลได้จริงและมาถูกทาง เพราะเป็นเสมือนการกลับไปตั้งต้นปลูกฝังจิตสำนึกกันถึงในครัวเรือน ในชุมชน และในโรงเรียน เพื่อสอนให้รู้จักระเบียบวินัย การคัดแยก การนำกลับมาใช้ใหม่ และการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งโครงการนี้ทำให้หลายโรงเรียน และหลายชุมชนทั้งขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้จากหน้ามือเป็นหลังมือ คือ มีการจัดการขยะ มีวินัย สะอาดสะอ้าน และไม่ได้ทำกันแค่ประเดี๋ยวประด๋าว แต่ทำกันอย่างจริงจังและยั่งยืน

โครงการลักษณะนี้จึงเป็นโครงการที่ตั้งความคาดหวังไว้ได้ แต่ต้องเป็นการหวังผลในระยะยาว เพราะการปูพื้นสร้างจิตสำนึก สร้างความเข้าใจ สร้างวินัยต่างๆเหล่านี้ ค่อนข้างต้องใช้เวลามาก ไม่สามารถทำได้เพียงแค่ช่วงข้ามวัน

ดังนั้นควบคู่ไปกับการดำเนินโครงการเหล่านี้ จึงยังมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ต้องหาทางทำงาน “เชิงรุก” ในการรณรงค์ให้คนไทยเกิดจิตสำนึกให้เข้มข้นมากขึ้น เช่น โครงการร่วมมือกับภาคเอกชนรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติก เหมือนอย่างที่ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เคยทำมา นั่นก็ถือเป็นโครงการตัวอย่างที่ดี แต่ถ้าจะให้ดีมันควรจะต้องมีโครงการอื่นๆ มาช่วยเสริมอย่างต่อเนื่อง

จะจับ จะปรับคนทิ้งขยะไม่เป็นที่ หรือจะออกกฎหมาย จะรณรงค์ หรือจะใช้มาตรการไหน จำเป็นต้องคิดอ่านกันเพิ่มขึ้นได้แล้วครับ

เพราะเท่าที่ทำกันอยู่ทุกวันนี้ มันยังไม่เท่าทันสถานการณ์พอ ปล่อยเอาไว้ขยะก็ท่วมเมือง ท่วมแม่น้ำ ท่วมทะเล ไปเสียเปล่าๆ ต้องรีบลงมือครับ

มะลิลา

Leave a comment