ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/261870
นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ในช่วงที่อากาศร้อนและแดดจัด จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีวิธีการดูแลพืชให้เหมาะสม เนื่องจากพืชจะเกิดการคายน้ำมากกว่าในช่วงฤดูอื่น จึงอาจส่งผลให้พืชแห้งเหี่ยวได้ โดยเฉพาะการให้น้ำแก่พืช ควรจะต้องให้ในช่วงเวลาเช้าหรือเวลาเย็นที่อากาศไม่ร้อนจัดนัก เพราะถ้าให้น้ำพืชในช่วงที่อากาศร้อนจัดก็จะส่งผลเสียต่อต้นพืชก็เปรียบเสมือนการเอาน้ำร้อนมารดต้นไม้นั่นเอง ซึ่งเวลาที่เหมาะสมกับการให้น้ำพืชในช่วงเช้าจะต้องไม่เกิน 09.00 น. ส่วนช่วงเย็น หลัง 18.00 น. เป็นต้นไป จะมีความเหมาะสมเป็นที่สุด วิธีรดน้ำควรรดรอบโคนต้นให้ชุ่ม และรดพุ่มใบด้วย นอกจากวิธีการรดน้ำให้เหมาะสมแล้ว อีกประการที่จะช่วยลดการคายน้ำของพืชก็คือ การตัดแต่งกิ่งกระโดง กิ่งเป็นโรค และกิ่งที่ไม่มีความจำเป็น ให้ต้นพืชมีความโปร่ง ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดการคายน้ำของพืชให้น้อยลง ทำให้พืชดูดซับน้ำไปเลี้ยงต้นได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในพืชจำพวกไม้ผลและไม้ประดับ
ส่วนการปลูกพืชเพื่อเสริมสร้างรายได้ในช่วงฤดูร้อน เกษตรกรควรจะเลือกปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยกว่าปกติ หรือพืชอายุสั้น เช่น พืชผัก เนื่องจากจะใช้น้ำตั้งแต่เริ่มปลูกไปจนถึงเก็บเกี่ยวไม่มาก ซึ่งวิธีการให้น้ำมีหลายวิธี ได้แก่ การให้น้ำด้วยระบบน้ำหยด การคลุมแปลงด้วยฟางหรือพลาสติก เพื่อไม่ให้ความชื้นในดินระเหยออกไป โดยการให้น้ำผักควรให้ในปริมาณที่น้อยแต่สม่ำเสมอ นอกจากนี้ควรจะมีการพรวนดินบ้างเพื่อให้ดินร่วนซุย โปร่ง มีช่องว่างในเนื้อดินและสามารถดูดซับน้ำไว้ได้มาก
นอกจากวิธีการรดน้ำ พรวนดินเพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับต้นพืชแล้ว การใส่ปุ๋ยในช่วงฤดูร้อน เกษตรกรก็จะต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเช่นกัน อาทิ พยายามอย่าให้มีเม็ดปุ๋ยติดค้างอยู่ที่ใบและยอด เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการใบไหม้ได้ สำหรับการใส่ปุ๋ยทางใบและฉีดยาฆ่าแมลง ไม่ควรฉีดพ่นในขณะที่อากาศร้อนจัด เพราะปากใบพืชจะปิดเพื่อลดการคายน้ำ สำหรับเกษตรกรหรือประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้ปลูกพืชผักอายุสั้นในเชิงพาณิชย์ ซึ่งอาจจะปลูกไว้สำหรับบริโภคภายในครัวเรือนก็สามารถนำวิธีการดังที่กล่าวมาข้างต้นไปใช้ได้เช่นกัน