ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย 8 พ.ค. 2560 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/933965

ร้อยละ 90 ของเศรษฐกิจโลกมาจากเศรษฐกิจของกลุ่มจี 20 นี่แหละครับ และเมื่อเอาประชากรของจี 20 มารวมกันก็จะได้มากถึง 2 ใน 3 ของประชากรโลก เมื่อเดือนมีนาคม 2560 มีการประชุมรัฐมนตรีและผู้ว่าการธนาคารของกลุ่มจี 20 ที่เยอรมนี หลายประเทศในกลุ่มอยากจะให้เอาหัวข้อลัทธิกีดกันการค้ามาคุยกัน
พอเอ่ยถึงลัทธิกีดกันการค้า สหรัฐฯก็สะดุ้ง เพราะนี่เป็นนโยบายใหม่เอี่ยมอ่องของสหรัฐฯ ที่นำโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขืนให้นำมาเป็นหัวข้อในการประชุม สหรัฐฯจะโดนยำเละตุ้มเป๊ะแน่ ผู้แทนสหรัฐฯจึงใช้อิทธิพลของการเป็นประเทศใหญ่กดดันให้มีการเอาเรื่องลัทธิกีดกันการค้าออกไปจากที่ประชุม
แต่แล้วก็ไม่รอดครับ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีการประชุมสภาผู้ว่าการพัฒนาเอเชียที่ญี่ปุ่น นอกจากประชุมสภาผู้ว่าฯแล้ว ก็ยังมีการหารือนอกรอบ 3 ฝ่าย ของจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น หารือเสร็จ ผู้แทนทั้ง 3 ชาติ ก็ออกมาแถลงร่วมกันว่าการค้าเป็นสิ่งสำคัญต่อการเติบโตและการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้ามีผลทำให้เกิดการผลิตและการจ้างงาน ทั้งจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น จะจับมือกันต่อต้านลัทธิการกีดกันการค้าทุกรูปแบบ
แม้ไม่พูดออกมาตรงๆ ผู้คนบนโลกก็รู้กันว่าทั้ง 3 ชาติ จับมือกันต่อต้านสหรัฐฯนั่นเองครับ โอย นี่มันอะไรกันครับ โลกเราทุกวันนี้กลับหัวกลับหาง เมื่อก่อนตอนโน้น สหรัฐฯเป็นหัวขบวนโลกาภิวัตน์เที่ยวบังคับให้ประเทศต่างๆปฏิบัติตามระเบียบโลกใหม่ของตนเอง ซึ่งมีทั้งประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม และการค้าเสรี
แต่ก่อนร่อนชะไร จีนโดนสหรัฐฯไล่บี้เรื่องการค้าเสรีมาตลอด แต่วันนี้สหรัฐฯกลับไปนิยมชมชอบลัทธิกีดกันการค้า ประกาศนโยบายอเมริกาเฟิร์สต์ หรืออเมริกาต้องมาก่อน ไม่ใช่แค่ประกาศนะครับแต่สหรัฐฯยังทำจริงด้วยการถอนตัวจากข้อตกลงการค้าพหุภาคีหลายฉบับ
ลัทธิกีดกันการค้าทำให้สหรัฐฯเสียเพื่อนสนิทมิตรสหายในทวีปเอเชียไปหลายประเทศ ผู้อ่านท่านก็ทราบกันดีอยู่นะครับว่าเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเป็นคอหอยลูกกระเดือกกับสหรัฐฯมาโดยตลอด สหรัฐฯว่ายังไง เกาหลีใต้และญี่ปุ่นทำอย่างนั้น แต่วันนี้ประเทศทั้งสองเริ่มตีตัวออกห่างแล้ว เพราะรู้ว่าสหรัฐฯใจดำทิ้งเพื่อน
เดิมประเทศในเอเชียตะวันออกไกลและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มุ่งหวังตั้งใจจะเกาะสหรัฐฯ เพื่อลดอิทธิพลจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย บรูไน เวียดนาม ฯลฯ ที่กลัวจีนจะเป็นเจ้าเข้าครอบครองทะเลจีนใต้คนเดียว
ตอนที่จีนประกาศยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมใหม่ ประเทศทางแถบนี้ก็ยังเฉยๆ หลายประเทศคิดว่าตัวเองมีความมั่นคงแล้วกับการเข้าไปร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มทีพีพีที่นำโดยสหรัฐฯ ถึงแม้ไม่ยุ่งกับจีน ก็ยังเอาตัวรอด
แต่เมื่อสหรัฐฯ ใช้ลัทธิกีดกันการค้า ละทิ้งพหุภาคี ไม่เอาทีพีพี หลายประเทศก็ถูกลอยแพเท้งเต้ง ต้องวิ่งเข้าไปกอดจีนอย่างชุลมุนวุ่นวาย จีนก็ทำตัวเป็นพี่เอื้อย ไม่เอาเปรียบ ไม่กดดัน ไม่บีบคั้น เหมือนที่สหรัฐฯทำ
30 เมษายน 2560 ผู้นำ 10 ชาติอาเซียนที่ไปประชุมอาเซียนซัมมิต ที่กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ ออกมาแถลงการณ์ร่วมกันโดยตัดข้อความในส่วนที่เกี่ยวดองหนองยุ่งกับการถมทะเล สร้างเกาะเทียม การเสริมกำลังทางทหารของจีนออกไป
ผู้อ่านท่านที่เคารพ แถลงการณ์ร่วม 10 ชาติผู้นำอาเซียน+แถลงการณ์ร่วม 3 ฝ่ายของจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ทำให้เราสามารถหลับตาจินตนาการมองเห็นว่าอิทธิพลของสหรัฐฯเริ่มเบาบางจางลงในเอเชียตะวันออกไกลและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อิทธิพลสหรัฐฯบางจางลง
อิทธิพลจีนเพิ่มขึ้น.
นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com