ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/257415
วันพุธ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.
“…หนักเท่าใดไม่เคยคิดบ่น ประชาชนต้องสุขสบาย
ยอมทุ่มเทพระวรกาย แลกกับครองแผ่นดินโดยธรรม
วัน 13 ตุลาฟ้าดับ พ่อนอนหลับลาจากเราไป
น้ำตาลูกท่วมท้นเมืองไทย สุดอาลัยพ่อภูมิพล…”
ข้างต้นเป็นบางส่วนจากบทเพลง “พ่อภูมิพล”ที่แต่งคำร้อง ทำนอง และขับร้องโดยศิลปิน ยืนยง โอภากุล หรือ “แอ๊ด คาราบาว” บอกเล่าถึง “ความเศร้าโศก” ของพสกนิกรชาวไทย หลังทราบข่าว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “ในหลวงรัชกาลที่ 9” เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559

คนไทยทั้งประเทศ “ร่ำไห้” ด้วยความอาลัย เพราะหลังจากนี้ไป “พ่อ” ไม่ได้อยู่กับเราอีกต่อไปแล้ว ซึ่งตลอดห้วงเวลาที่ทรงครองราชย์ พระองค์ทรงประกอบพระราชกรณียกิจมากมาย เพื่อมุ่งหวังยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะที่อยู่ในพื้นที่ทุรกันดารให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ปวงชนชาวไทยต่างยกย่องพระองค์ว่าทรงเป็น “พ่อหลวง”
หากนับตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2559 อันเป็นวันแรกที่สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) จนถึงขณะนี้บรรยากาศบริเวณท้องสนามหลวงและพื้นที่โดยรอบยังคงเนืองแน่นเต็มไปด้วยพสกนิกรจากทั่วสารทิศ ที่ยังคงหลั่งไหลมาถวายสักการะฯอย่างไม่ขาดสาย และจำนวนไม่น้อยมามากกว่า 1 รอบ
นอกจากนี้เพื่อ “ถวายความอาลัย” และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระปรีชาสามารถของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทางรัฐบาลจึงได้จัดนิทรรศการ…
“เย็นศิระ…เพราะพระบริบาล”
เพื่อให้ประชาชนที่ต้องการศึกษาถึง“พระอัจฉริยภาพ” ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้เข้ามาเยี่ยมชม โดยตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ หน้าจุดพักคอย

“นางศศิพร ปาณิกบุตร” ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) กล่าวกับ “วาไรตี้ แนวหน้า” ถึงวัตถุประสงค์ของการจัดนิทรรศการครั้งนี้ว่า เพื่อให้ประชาชนที่เข้ามาชมพระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่าน ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย เพื่อกระตุ้นให้เกิด “แรงบันดาลใจ” เป็นแรงศรัทธาในการทำความดี น้อมเอาแนวคิดและหลักการทรงงานมาพัฒนาตนเอง องค์กรและประเทศชาติ ภายในงานประกอบด้วย “5 โซน” ดังนี้…
# โซนที่ 1 “บุญของแผ่นดิน” เป็นนิทรรศการเกี่ยวกับราชวงศ์จักรี ตั้งแต่รัชกาลที่ 1-รัชกาลที่ 10 มีการแสดงภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ จนถึงการปฏิบัติพระราชกรณียกิจในช่วงต่างๆ จำนวน 89 ภาพ
# โซนที่ 2 “พระราชาผู้ทรงธรรม (ทำ)” เป็นนิทรรศการในหลวง “อย่าทิ้งประชาชน” และมีการฉายวีดีโอแสดงถึงพระราชกรณียกิจและพระปรีชาสามารถตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี ในประเด็น “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ที่สร้างอาชีพด้วยหลักความพอเพียงและยั่งยืน

# โซน 3 “กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่” เป็นการสดุดี “มหาราช” พระผู้ทรงเป็นมากกว่าแรงบันดาลใจและมีการจัดกิจกรรม “ส่งต่อความดี…เพื่อพ่อบนฟ้า” เป็นการเขียนข้อความตั้งปณิธานตามรอยพระยุคลบาท แล้วข้อความที่เขียนจะไปปรากฏบนก้อนเมฆ
# โซนที่ 4 “พระมิ่งขวัญชาวไทย” จัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ พระราชประวัติ และ พระราชกรณียกิจ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร “รัชกาลที่ 10”
# โซนที่ 5 “ร้อยใจไทย” เป็นการแจกการ์ด 89 แบบ ซึ่งด้านหลังมี 89 พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัส ของในหลวงรัชกาลที่ 9
“ในแต่ละวันมีประชาชนเข้าชมนิทรรศการ 3,000-4,000 คน ซึ่งในแต่ละรอบจะให้ประชาชนเข้าชม 100-150 คน ใช้เวลา 30-45 นาทีในภาพรวมการจัดนิทรรศการค่อนข้างน่าพอใจ เพราะมีประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก” ผอ.กองประชาสัมพันธ์ สำนักงาน กปร. ระบุ
ขณะที่ “น.ส.สินใจ อุรัยรำ” อายุ 21 ปี ที่มีโอกาสได้เข้าชมนิทรรศการ กล่าวว่า ที่เข้ามาชม เพราะอยากมาดูผลงาน และสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ หลังจากที่เข้ามาชมแล้วจะนำไปยึดเป็นแบบอย่าง ซึ่งนิทรรศการนี้มีแต่สิ่งดีๆ จึงอยากให้ประชาชนมาชมนิทรรศการ เพื่อได้รับรู้ถึงพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน

เช่นเดียวกับ “นายเจริญ เติมทองทศ” อายุ 59 ปี ประชาชนอีกคนหนึ่งที่มาชมนิทรรศการ กล่าวว่า รู้สึกปลาบปลื้มใจที่ได้เข้ามารับรู้ถึงสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงงานหนัก ถ้าไม่มีพระองค์ท่าน ประเทศเราคงไม่อยู่ดีมีสุขเท่าทุกวันนี้ และอยากฝากถึงคนที่จะเข้ามาชมนิทรรศการว่าควรจะมาชมให้ได้ เพราะโอกาสที่ทุกคนจะได้รู้เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของในหลวงอย่างครบถ้วนนั้นหายากมาก
สำหรับนิทรรศการ “เย็นศิระ…เพราะพระบริบาล” เปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่ 07.00-19.00 น.โดยผู้เข้าชมต้องแต่งกายให้เรียบร้อย สุภาพบุรุษต้องสวมเสื้อแขนยาว สีดำหรือสีขาว กางเกงขายาวสีดำ สุภาพสตรีสวมเสื้อแขนยาว มิดชิด สีดำหรือสีขาว กระโปรงยาวเลยหัวเข่า หากผู้ใดใส่หมวกหรือแว่นตาแฟชั่นต้องถอดออกก่อนเข้าชมนิทรรศการ
นอกจากงานนิทรรศการ “เย็นศิระ…เพราะพระบริบาล” แล้ว สำนักงาน กปร. ยังได้จัดนิทรรศการ “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” บริเวณทางออกจากนิทรรศการ “เย็นศิระ…เพราะบริบาล” ด้วย เพื่อให้ประชาชนเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริในรูปแบบของนิทรรศการที่มีชีวิต เช่น การบริหารจัดการที่ดิน การบริหารจัดการน้ำการบริหารจัดการป่าไม้ เป็นต้น

“ในหลวงรัชกาลที่ 9” เป็นพระมหากษัตริย์ที่ “ทรงงานหนัก” มาตลอด และแม้วันนี้“พ่อหลวง” จะไม่อยู่แล้ว แต่สิ่งที่พระองค์ทรงมอบไว้ให้กับพสกนิกรชาวไทยผ่าน “โครงการพระราชดำริ” ต่างๆ มากมาย ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณ และ…
“มรดกล้ำค่า” อันหาที่เปรียบมิได้…



