ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/258502
วันพฤหัสบดี ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ชมรมต้อหินแห่งประเทศไทย ร่วมกับราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย รณรงค์จัดงาน “รวมพลังระวังต้อหิน” เดือนมีนาคม 2560 พร้อมยํ้า “ตรวจพบต้อหินก่อน ป้องกันตาบอดได้”
“ต้อหิน” เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของขั้วประสาทตา มีการทำลายของเซลล์เส้นประสาทตา ซึ่งมีหน้าที่รับสัญญาณภาพส่งไปยังสมอง เซลล์เส้นประสาทที่ตายไปแล้วไม่สามารถทำให้ฟื้นคืนกลับมาได้ โรคต้อหินจึงเป็นโรคที่ถ้าไม่รักษาจะทำให้ตาบอดได้ แต่ถ้ารักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสมจะป้องกันการตาบอดได้
ต้อหิน จัดเป็นภัยเงียบที่เป็นสาเหตุตาบอดถาวรอันดับสองในประเทศไทยและทั่วโลก ในระยะแรกโรคนี้จะไม่แสดงอาการใดๆ หากไม่ตรวจก็ไม่สามารถรู้ได้ ต้อหินจะค่อยๆ เป็นไปอย่างช้าๆ ทำให้ลานสายตาของการมองเห็นแคบลง ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกผิดปกติในระยะแรก กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็อาจมีอาการมากแล้ว

รศ.พญ.งามแข เรืองวรเวทย์
รศ.พญ.งามแข เรืองวรเวทย์ หัวหน้าหน่วยต้อหิน ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า “ต้อหิน คือกลุ่มของโรคที่เกิดจากความผิดปกติของขั้วประสาทตา มีลักษณะจำเพาะที่เกิดจากมีการทำลายของเซลล์เส้นใยประสาทตา โดยมีความดันตาที่สูงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ต้อหินเป็นโรคที่ส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการในระยะแรก
ผู้ป่วยจะมีอาการก็ต่อเมื่อโรคได้ลุกลามในระยะรุนแรงแล้ว นอกจากนี้ ต้อหินยังเป็นโรคที่ไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าต้องอาศัยการตรวจตาโดยจักษุแพทย์
โรคต้อหิน แบ่งตามสาเหตุได้ 3 กลุ่ม คือ
1.กลุ่มที่ไม่ทราบสาเหตุ หรือต้อหินปฐมภูมิ (Primary Glaucoma) มักจะเกิดขึ้นในกลุ่มผู้สูงวัย อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ปัจจัยเสี่ยงมาจากความดันตาที่สูง หรือมีประวัติพันธุกรรมคนในครอบครัวเป็นโรคต้อหิน ผู้สูงวัยจึงควรเข้ารับการตรวจวัดความดันตาทุกๆ ปี
2. กลุ่มที่เกิดจากสาเหตุต่างๆ หรือต้อหินทุติยภูมิ (Secondary Glaucoma) เช่น เกิดจากอุบัติเหตุบริเวณดวงตา, การอักเสบที่ลูกตา, การซื้อยาหยอดตาที่มีสเตียรอยด์มาหยอดติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้ความดันตาสูงขึ้น, เบาหวานที่จอประสาทตา เป็นต้น
3. ต้อหินที่เป็นแต่กำเนิด (Congenital Glaucoma) พบได้ตั้งแต่แรกคลอด
ต้อหินยังสามารถแบ่งตามลักษณะกายวิภาคของมุมตา ซึ่งเป็นส่วนที่อยู่ระหว่างม่านตาและกระจกตาได้เป็น 2 ชนิด คือ ต้อหินชนิดมุมตาเปิด (open angle glaucoma) เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุดผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่มีอาการใดๆ ในระยะแรก และต้อหินชนิดมุมตาปิด (angle-closure glaucoma) เกิดจากมุมตาแคบทำให้ขวางกั้นการระบายของนํ้าในตาเป็นผลให้ความดันลูกตาสูงขึ้น ถ้าเป็นแบบเรื้อรังโดยมากจะไม่มีอาการอะไรในระยะแรก แต่หากเป็นแบบต้อหินมุมปิดเฉียบพลันจะมีอาการปวดตา ตาแดง ตามัวลงทันที ปวดศีรษะคลื่นไส้อาเจียน อาจเห็นแสงสีรุ้งรอบดวงไฟได้
ส่วน วิธีการป้องกันการเกิดโรคต้อหิน เราทุกคนควรเฝ้าระวังและหลีกเลี่ยงต้นเหตุที่อาจจะก่อให้เกิดโรคต้อหินได้ อาทิ หลีกเลี่ยงการใช้ยาหยอดตาโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะยาหยอดตาที่มีสเตียรอยด์ ไม่ควรซื้อยาหยอดตาใช้เอง, กรณีที่มีคนในครอบครัวเป็นโรคต้อหิน ควรเข้ารับการตรวจตาจากจักษุแพทย์ทุกปีเพื่อเฝ้าติดตามดูแลอาการอย่างสมํ่าเสมอจะช่วยป้องกันไม่ให้เป็นต้อหินในระยะรุนแรงได้
สำหรับ กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเป็นต้อหินมากกว่าปกติ ได้แก่ คนที่มีอายุมากกว่า 50 ปี,บุคคลที่มีประวัติในครอบครัวสายตรงเป็นต้อหิน, คนที่มีสายตาสั้นมากๆ หรือยาวมากๆ, คนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน, กลุ่มคนที่เป็นโรคที่มีความจำเป็นต้องใช้ยากินหรือยาหยอดตาที่มีสเตียรอยด์เป็นประจำ
คนกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยจักษุแพทย์ ไม่ควรรอให้เกิดอาการผิดปกติแล้วจึงไปตรวจตา หากตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะแรก สามารถรักษา และป้องกันไม่ให้ตาบอดถาวรได้
ส่วนวิธีการรักษาโรคต้อหิน หลักๆ ได้แก่ การใช้ยา การใช้เลเซอร์ และการผ่าตัด ซึ่งทั้ง 3 วิธีนี้จะช่วยรักษาและป้องกันภาวะตาบอดให้กับผู้ป่วยได้ นอกจากนี้ รศ.พญ.งามแข เรืองวรเวทย์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันความชุกของการเป็นโรคต้อหินทั่วโลก ในปี ค.ศ.2010 พบว่ามีประมาณ 70 ล้านคน คาดว่าในปี 2020 จะเพิ่มขึ้นเป็น 80 ล้านคน ตามวัยของคนทั่วโลกที่อายุยืนมากขึ้น จากวิทยาการทางการแพทย์ที่ทันสมัยมากขึ้น ในประเทศไทยจากการศึกษาของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลในกลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป พบความชุกของโรคต้อหินประมาณ 6.2% จึงขอแนะนำให้ผู้สูงวัยอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เข้ารับการตรวจโรคต้อหินอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง”
ในปี พ.ศ.2560 ชมรมต้อหินแห่งประเทศไทยร่วมกับราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ได้จัดโครงการ “รวมพลัง ระวังต้อหิน” เนื่องในสัปดาห์ต้อหินโลก เป็นประจำทุกปี เพื่อให้ประชาชนคนไทยตระหนักถึงอันตรายและได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคต้อหิน อีกทั้งต้องการรณรงค์ให้คนไทยทุกคนเข้ารับการตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุกปีเพราะวิทยาการสมัยใหม่สามารถป้องกันและรักษาโรคนี้จากการตาบอดได้
ผู้สนใจ สามารถค้นหาข้อมูลโรคต้อหินเพิ่มเติมได้ที่ชมรมต้อหินแห่งประเทศไทย www.thaiglaucoma.org และสามารถมาเยี่ยมชมนิทรรศการให้ความรู้เรื่อง “โรคต้อหิน” ได้ที่ โรงพยาบาลศิริราช ตึกผู้ป่วยนอก ชั้น 5 ระหว่างวันที่ 13 -17 มีนาคม 2560 นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการและกิจกรรมคัดกรองผู้ป่วยโรคต้อหิน ในโรงพยาบาลใหญ่ๆทั่วประเทศ ในระหว่างเดือนมีนาคม 2560
