ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/257955
วันอาทิตย์ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.
หลังจากที่เราประเมินตัวเราแล้วว่าเรามีความพร้อมที่จะเลี้ยงลูกสุนัขสักตัว โดยมั่นใจว่าในอนาคตเราจะไม่เป็นอีกคนที่ทำให้เกิดปัญหาสุนัขจรจัดเพิ่มขึ้นแน่ๆ รวมถึงได้พิจารณาถึงสายพันธุ์และเพศของสุนัขที่ความเหมาะสมกับความต้องการจริงๆ ตามที่ได้เสนอไปทั้งสองสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้วนั้น วันนี้เราจะมาคุยกันว่า ในการเลือกลูกสุนัขใหม่เข้าบ้านนั้นเราต้องคำนึงถึงเรื่องอะไรกันบ้าง
ในการเลือกลูกสุนัขมาเลี้ยงสักตัวนั้น นอกจากเราจะต้องการลักษณะที่ถูกต้องตามพันธุ์แล้ว สุขภาพของเจ้าหมาน้อยก็เป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของอย่างเราๆ อยากได้เช่นกัน หลายคนคงประสบปัญหาว่า เพิ่งซื้อลูกสุนัขมาได้ไม่นาน ทั้งที่ซื้อมาด้วยราคาแพงพอดู แต่พอมาอยู่กับเราได้ไม่กี่วัน ก็ป่วยและตายในที่สุด บางตัวโชคดีหน่อยก็พาไปรักษาได้ทันเลยรอดตาย แต่ก็ต้องเสียเงินไปไม่น้อย ซึ่งเรื่องเงินอาจจะไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่า ก็คือ “ความรักและผูกพันที่เรามีให้น้องหมาตัวนั้น” ไปแล้ว ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอย การคัดเลือกลูกสุนัขที่แข็งแรง รวมถึงการตรวจเช็คสุขภาพของสุนัขในบ้าน (ด้วยตัวเอง) ก็น่าจะเป็นวิธีการที่ดีที่จะช่วยลดการเกิดปัญหาเหล่านั้นได้ครับ

@ สุนัขตัวนี้มีสุขภาพดีมีลักษณะอย่างไร ?
การตรวจเช็คจากลักษณะที่เรามองเห็นจากภายนอกนั้น สิ่งสำคัญที่เราต้องพิจารณานั้น เราต้องดูกัน “ตั้งแต่หัวจรดหาง” กันเลยทีเดียว
1.ขน ขนของสุนัขต้องเรียงตัวเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่แห้งฟูแม้เป็นสุนัขพันธุ์ขนสั้นก็ตาม เวลาใช้มือลูบตามลำตัว ขนต้องไม่ร่วงหลุดเป็นหย่อม และขนต้องไม่หยาบกระด้าง
2.ผิวหนัง ผิวหนังของเจ้าตัวน้อยจะต้องไม่มีปรสิตภายนอกเช่น เห็บ หมัด ไร และเหา ผิวต้องไม่แห้งเป็นสะเก็ดรังแค และผิวไม่มันเยิ้ม ไม่แฉะ แดง ไม่มีแผลหรือตุ่มตามลำตัว ซึ่งเป็นลักษณะของผิวหนังอักเสบ ไรขี้เรื้อน เชื้อรา หรือเนื้องอกที่ผิวหนัง
3.ดวงตา ดวงตาของเจ้าตูบต้องมีประกายแจ่มใส ไม่มีขี้ตาหรือตาแฉะ ไม่มีอาการตาอักเสบ ซึ่งสังเกตได้จากเยื่อบุตาขาวต้องไม่แดงไม่มีอาการระคายเคือง
4.จมูก ผิวหนังบริเวณจมูกต้องชุ่มชื้น แต่ไม่มีของเหลวทั้งชนิดใสและข้นออกจากรูจมูก และต้องไม่มีขี้มูกเกรอะกรัง
5.หู ใบหูด้านในต้อง ไม่แฉะหรือมีคราบเลอะเทอะ ไม่มีกลิ่นเหม็นปราศจากหนอง เลือด หรือความผิดปกติอื่น เช่นไรในหู โรคช่องหูอักเสบ หรือเชื้อราและยีสต์ รวมถึงเนื้องอกต่างๆ
6.เหงือก เยื่อเมือกที่เหงือกต้องมีสีชมพูสด ไม่ซีดหรือแดง ไม่มีหินปูน และไม่มีกลิ่นปาก จากอาการเหงือกหรือช่องปากอักเสบ
7.ฟัน การเรียงตัวของฟันลูกสุนัขต้องสบกันอย่างพอดีไม่ซ้อนหรือเหลื่อมกัน
8.ทวารหนักและอวัยวะเพศ บริเวณท้ายต้องสะอาด ขนบริเวณก้นแห้ง ไม่มีคราบอุจจาระติดเกรอะกรังซึ่งแสดงถึงอาการท้องเสีย และไม่มีของเหลวหรือสิ่งผิดปกติออกไหลออกจากอวัยวะเพศทั้งตัวผู้และตัวเมียด้วย
9.การยืนหรือเดิน ท่าทางการทรงตัวทั้งการยืนและเดิน ต้องปกติไม่ยืนเกร็งลำตัว หลังไม่โก่ง เพราะอาจแสดงถึงอาการเจ็บลำตัวหรือช่องท้องได้ สุนัขต้องเดินหรือวิ่งโดยใช้เท้าทั้งสี่ข้าง ไม่กะเผลก หรือไม่ใช้ขาข้างใดข้างหนึ่งในการรับน้ำหนัก ซึ่งแสดงถึงการเจ็บขาข้างตรงข้าม
10.สุขภาพจิต ลูกสุนัขต้องไม่หวาดกลัวหรือระแวงผู้คนจนเกินไป สุนัขอารมณ์ดีมักจะกระดิกหางหรือแสดงความเป็นมิตรเมื่อมีคนเดินผ่าน
นอกจากนี้ สิ่งที่จะส่งผลให้สุนัขมีสุขภาพแข็งแรงได้นั้น ต้องได้รับการฉีดวัคซีนเป็นประจำทุกปี ซึ่งวัคซีนป้องกันโรคติดต่อที่สำคัญในสุนัข ได้แก่ โรคไข้หัดสุนัข โรคลำไส้อักเสบ และโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งปัจจุบันจะมีเริ่มฉีดตั้งแต่อายุ 6-8 สัปดาห์สำหรับวัคซีนไข้หัดสุนัขและลำไส้อักเสบ ส่วนวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าจะเริ่มทำ เมื่ออายุ 3 เดือนและทำการกระตุ้นเป็นประจำตามโปรแกรมวัคซีนที่สัตวแพทย์แนะนำ
นอกจากนี้ การถ่ายพยาธิภายในทางเดินอาหาร ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ควรทำเป็นประจำทุก 3-6 เดือน เนื่องจากลูกสุนัขอาจได้รับไข่พยาธิปนเปื้อนมาในอาหาร หรือตัวอ่อนของพยาธิที่ไชผ่านผิวหนังได้ รวมถึงการป้องกันปรสิตภายนอก เช่น เห็บและหมัด ก็ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ด้วยครับ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
