เลขาธิการ วช.คนใหม่ ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล หนุนอาชีพนักวิจัยพัฒนาประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/257839

วันเสาร์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

แม้จะมานั่งเก้าอี้ เลขาธิการคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ยังไม่ถึงสองเดือน แต่ชื่อของ ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการ วช.คนใหม่ ก็ไม่ได้ใหม่ในแวดวงนี้ ต้องเรียกว่ามีทั้งความ “เก๋า” และ “เก่ง” ที่ได้รับการยอมรับในฐานะนักวิจัยในระดับนานาชาติเลยทีเดียว

“ผมเป็นเด็กขี้สงสัย อยากรู้อยากเห็น ชอบประดิษฐ์ชอบทดลอง เคยอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักฟิสิกส์ แต่สุดท้ายก็เลือกมาเรียนหมอ เพราะสมัยนั้นอาชีพนักวิทยาศาสตร์ หรือนักฟิสิกส์ หรือนักวิจัยคือ อะไรในบ้านเราเป็นเรื่องยากที่มันจะเป็นอาชีพ แต่การเรียนหมอก็ตอบโจทย์ตรงที่หมอคือเห็นปัญหาที่เกิดกับคนไข้ทุกวัน ทำให้ผมคิดอยู่ตลอดเวลาว่าเราจะหาทางรักษาอย่างไร ตั้งแต่เรียนแพทย์ปี 2 ก็เลยทำงานวิจัยด้านการแพทย์ตั้งแต่นั้นมา ตอนนั้นผมสนใจว่า ร่างกายป้องกันตัวเองอย่างไรบ้าง เมื่อมีเซลล์ตายในร่างกายแล้ว ร่างกายมีกระบวนการกำจัดเซลล์นั้นออกไปอย่างไร ก็ทำการวิจัยดูกลไกต่างๆ เหล่านั้น จนได้ผลงานวิจัยเป็นข้อมูลที่นำไปสู่การรักษา และผลงานก็ได้รับการตีพิมพ์ตั้งแต่ผมเป็นนักเรียนแพทย์ ตรงนี้เองที่ทำให้ผมได้รับบทบาทเป็นทั้งหมอ และนักวิจัย ไปพร้อมๆ กัน”

เมื่อสำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์บัณฑิตเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ได้รับพระราชทานทุนมูลนิธิ “อานันทมหิดล” เพื่อศึกษาต่อในประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา โดยได้รับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ และปฏิบัติงานระดับหลังปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยโคโลราโด ประเทศสหรัฐอเมริกา และกลับมาใช้ทุนอยู่ที่ศิริราช จนได้รับการเสนอชื่อให้ได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติตามด้วย เลขาธิการคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ เมื่อ 30 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา

“จากการเป็นหมอ มาสู่บทบาทผู้บริหารที่ดูแลด้านการวิจัยของประเทศ ปัญหาของเราคือ ประเทศไทยมีผลงานวิจัยที่เป็นองค์ความรู้มากมาย แต่ขาดการพัฒนาต่อยอด ทั้งขาดกระบวนการในการผลิตอย่างมีคุณภาพ ขาดผู้ทดลองใช้ แล้วจะทำอย่างไรให้เกิดกลไกการนำเอาเทคโนโลยีต่างๆไปใช้ได้จริงๆ บ้านเรามีคนทำวิจัยที่อยู่ในระดับลึกจำนวนหนึ่ง คนที่อยากใช้งานวิจัยก็มีอยู่ส่วนหนึ่งแต่มันมีหุบเขามรณะอยู่ว่าจะทำอย่างไรให้สองส่วนนี้เชื่อมโยงกัน อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องเร่งแก้ไข ซึ่งการที่จะเอางานวิจัยไปใช้ได้มันมีอยู่หลายขั้นวิธี และจำเป็นจะต้องอาศัยผู้มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และนี่ก็เป็นบทบาทของสิ่งที่เราทำ”

เลขาฯ วช. คนใหม่ พูดถึงงานสำคัญที่ วช. กำลังดำเนินการดำเนินการให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล นั่นคือการทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขาฯร่วม ของสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ซึ่งมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในการกำหนดทิศทางนโยบาย ยุทธศาสตร์ รวมทั้งปรับปรุงระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศตลอดจนกำกับติดตามการบริหารจัดการ การจัดสรรงบประมาณ และประเมินผลการดำเนินการให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและมีเอกภาพ อันเป็นประโยชน์ต่อการ
แก้ไขปัญหาการวิจัยของประเทศและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน

“ในการพัฒนาประเทศเราต้องพัฒนาให้ประเทศเติบโตไปพร้อมๆ กันทั่วประเทศ แต่ที่ผ่านมากิจกรรมด้านการวิจัยหลักๆ จะอยู่ในเมืองหลวงเป็นส่วนใหญ่ แต่จากนี้ไปเราจะให้ความสำคัญกับการวิจัยในระดับภูมิภาคมากขึ้น เพราะเราพบกว่าอัตราการเติบโตของการวิจัยในระดับภูมิภาคมีสูง และหน่วยงานวิจัยในระดับภูมิภาคมีศักยภาพ และสร้างงานวิจัยที่ตอบสนองกับการพัฒนาประเทศของแต่ละภูมิภาค ล่าสุด วช. ก็เตรียมจัดงาน มหกรรมงานวิจัยระดับภูมิภาค ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลกในเดือนมีนาคม 2560 ที่จะถึงนี้ แนวความคิดของการจัดงานครั้งนี้คือ เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยกับการพัฒนาภูมิภาคให้ตรงกัน และสามารถต่อยอดไปสู่ระดับประเทศได้ อย่างมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีชื่อเสียงในเรื่องงานวิจัย เป็นศูนย์กลางของการวิจัยของเครื่องสำอางของประเทศ อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งการผลักดันที่ วช. ให้ความสำคัญ ที่จะสร้างเวทีให้กับนักวิจัยในระดับภูมิภาค”

ในฐานะที่คลุกคลีอยู่กับวงการวิจัยมาทั้งชีวิต ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ บอกว่า อยากเห็น “อาชีพนักวิจัย” เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่คนรุ่นใหม่อยากก้าวเข้ามาสู่สาขาวิชาชีพนี้มากขึ้น

“ในยุคของผม อาชีพนักวิทยาศาสตร์ หรือนักวิจัย เป็นเส้นทางอาชีพยังไม่ชัดเจนมาก พ่อ-แม่ในยุคนั้นก็ไม่รู้หรอกว่าทำอาชีพนี้จะเลี้ยงตัวเองได้อย่างไร แต่ในยุคนี้เป็นยุคของคนที่สนใจเรื่องวิจัย เพราะคนเริ่มเห็นแล้วว่า นวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นจากงานวิจัย และเราก็มีนักวิจัยอาชีพที่ประสบความสำเร็จในเชิงอาชีพและรายได้ มีนักธุรกิจอายุน้อย20-30 ปี ที่เกิดขึ้นจากการวิจัยเพิ่มมากขึ้น และรัฐบาลเองโดยการทำงานของ วช. ก็พร้อมที่จะสนับสนุนนักวิจัยไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงบประมาณ พื้นที่แสดงผลงาน และเชื่อมโยงนักวิจัยและผู้สนใจซื้องานวิจัยไปใช้ ทั้งในและต่างประเทศ ทำให้อาชีพนักวิจัยมีความมั่นคงและมีเกียรติ”

นับว่าเป็นงานหนักมิใช้น้อยสำหรับการบริหารองค์กรที่มีความสำคัญเกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาประเทศ สำหรับ เลขาฯ วช. ป้ายแดง

“การทำงานแต่ละอย่าง ต้องมีการประสานเราต้องรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ดังนั้นสไตล์การทำงานของผมก็คือการรับฟังความคิดเห็นผมชอบคนที่เห็นต่าง คนที่สามารถชี้แนะ พอเห็นต่างกันแล้วก็สามารถทำงานร่วมกันได้ เพื่อให้งานเดินต่อไปได้ เกิดความต่อเนื่อง คือ แตกต่างแต่ไม่แตกแยก นั่นคือความท้าทาย ที่ทำให้ผมรู้สึกสนุกกับการทำงาน และภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาวงการวิจัยบ้านเรา อันนำไปสู่การพัฒนาประเทศต่อไป”

Leave a comment