Hyperbaric Chamber ออกซิเจนรักษาโรค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/258501

วันพฤหัสบดี ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มช. เผยการรักษาผู้ป่วยด้วยออกซิเจนความดันบรรยากาศสูง Hyperbaric
Oxygen Therapy (HBOT) จะช่วยเพิ่มออกซิเจนในร่างกาย เสริมสร้างการหายของบาดแผล ลดความพิการและสูญเสียอวัยวะ

Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) การบำบัดรักษาผู้ป่วยด้วยออกซิเจนความดันบรรยากาศสูง เป็นการบำบัดผู้ป่วยด้วยเครื่องมือทันสมัยที่ชื่อ “Hyperbaric Chamber” หรือ ห้องปรับบรรยากาศสูง มีลักษณะคล้ายแคปซูล รักษาผู้ป่วยด้วยการหายใจด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% ในขณะที่ผู้ป่วยเข้าไปอยู่ภายใต้สภาพความกดบรรยากาศสูงมากกว่า 1.2 บรรยากาศ ซึ่งการหายใจด้วยวิธีนี้จะทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนในประมาณสูงมากกว่าการหายใจปกติหลายเท่า ส่งผลให้ออกซิเจนจับกับ
เม็ดเลือดแดงได้อย่างเต็มที่ และสามารถรักษาโรคต่างๆ ได้มากมาย

ผศ.นพ.เธียรไชย ภัทรสกุลชัย

ผศ.นพ.เธียรไชย ภัทรสกุลชัย หน่วยศัลยกรรมศีรษะและลำคอ มะเร็งวิทยาและศูนย์บำบัดด้วยออกซิเจนความกดบรรยากาศสูงคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า “การรักษาผู้ป่วยด้วยออกซิเจนความดันบรรยากาศสูง Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT)”ด้วยเครื่อง Hyperbaric Chamber ในระยะแรกถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางทางเวชศาสตร์ใต้นํ้าใช้รักษาผู้ป่วยภาวะสมองขาดเลือดจากการอุดตันของฟองอากาศในนักดำนํ้าและฟองก๊าซไนโตรเจนในกระแสเลือดไปอุดตันตามส่วนต่างๆ ของร่างกายหรือที่เรียกว่าโรคน้ำหนีบ เครื่องนี้สามารถเพิ่มความดันทำให้ฟองอากาศที่อุดตันในเส้นเลือดมีขนาดเล็กลง ทำให้เลือดและออกซิเจนสามารถไหลเวียนไปเลี้ยงสมองและส่วนต่างๆ ได้ดีขึ้น

ชนิดและลักษณะของห้องปรับบรรยากาศ ที่ใช้ดำเนินการรักษาผู้ป่วยอยู่ในปัจจุบันเป็นห้องปรับความดันบรรยากาศสูงชนิดคนเดียว (Monoplace Chamber) มีลักษณะคล้ายหลอดแก้วใหญ่ทำด้วยพลาสติกอะคริลิคใส สามารถทนความกดบรรยากาศได้สูงสุด 3 บรรยากาศ จุผู้ป่วยนอนได้ครั้งละ 1 คน ผู้ป่วยสามารถผ่อนคลาย นอนพัก หรือดูโทรทัศน์ขณะเข้ารับการรักษา ภายในห้องนี้เพิ่มความกดบรรยากาศด้วยออกซิเจนผู้ป่วยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยในการหายใจ มีระบบสื่อสาร ผู้ป่วยสามารถพูดคุยติดต่อกับบุคคลภายนอกได้ขณะเข้ารับการรักษา

ปัจจุบันองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาให้การรับรองโรคต่างๆ ที่สามารถรักษาได้ด้วย Hyperbaric
Oxygen Therapy โดยใช้เครื่อง Hyperbaric Chamber ได้แก่ 1.โรคฟองแก๊สอุดตันในหลอดเลือดแดง 2.โรคลดความดันบรรยากาศหรือ โรคน้ำหนีบ 3.แก้ไขภาวะการเป็นพิษจากแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ แก๊สไซยาไนด์หรือการสำลักควันไฟ 4.โรคติดเชื้อที่ทำให้เกิดการตายของเนื้อเยื่อ 5.การติดเชื้อของเนื้อเยื่อจากแบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจน 6.การติดเชื้อเรื้อรังของกระดูก 7.โรคฝีในสมอง 8.การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อเนื่องจากการถูกบดขยี้ 9.การได้รับบาดเจ็บจากรังสี10. โรคแผลหายยาก 11. การเสียเลือดจำนวนมากในผู้ป่วยกลุ่มเลือดหายาก 12.การปลูกถ่ายผิวหนังและกล้ามเนื้อในผู้ป่วยบางภาวะ 13.แผลไฟไหม้หรือจากความร้อน 14.สูญเสียการมองเห็นจากเส้นเลือดแดงของตาอุดตัน และ 15.สูญเสีย การได้ยินเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุ

ผศ.นพ.เธียรไชย ภัทรสกุลชัย กล่าวต่อว่า “ศูนย์บำบัดด้วยออกซิเจนความกดบรรยากาศสูง โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เริ่มใช้เครื่อง“Hyperbaric Chamber”ชนิดตู้เดี่ยว มูลค่า 6 ล้านบาทจำนวน 2 เครื่อง รักษาผู้ป่วยตั้งแต่ปี 2557 ปัจจุบันผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เข้ามาทำการรักษาจะเป็นผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและลำคอที่มีปัญหาฟันผุและเหงือกอักเสบจากการฉายรังสีรักษา บางรายรุนแรงจนเกิดการตายของกระดูกและเนื้อเยื่อซึ่งต้องได้รับการผ่าตัดร่วมด้วย,แผลเบาหวาน, กระเพาะปัสสาวะอักเสบจากการฉายแสง, โรคเส้นเลือดแดงของจอประสาทตาอุดตัน, แผลจากการผ่าตัดมีปัญหาจากการขาดเลือดไปเลี้ยงหรือหลังผ่าตัดต่อเส้นเลือดแล้วไม่ได้ผล, แผลติดเชื้อรุนแรง และลำไส้ใหญ่ส่วนปลายอักเสบจากการฉายแสงตามลำดับ และได้ทำการรักษาผู้ป่วยมาแล้วกว่า 120 ราย รวมกว่า 3,700 ครั้งซึ่งผู้ป่วยแต่ละรายจะต้องเข้ารับการรักษาโดยประมาณ 30-40 ครั้ง สูงสุดไม่เกิน 60 ครั้งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโรคและวัตถุประสงค์ของการรักษาทั่วไปจะใช้เวลาในการรักษาครั้งละ2 ชั่วโมงโดยประมาณ ใช้ออกซิเจนประมาณครั้งละ 30,000 ลิตร หรือ 200-300 ลิตรต่อนาที ในขณะที่ผู้ป่วยที่ใช้ออกซิเจนข้างเตียงทั่วไปจะใช้เพียง 5-10 ลิตรต่อนาทีเนื่องจากการรักษาแต่ละครั้งต้องใช้เวลาค่อนข้างนานทำให้สามารถรักษาผู้ป่วยได้เพียงวันละ 8 ราย การรักษาให้ผลค่อนข้างดีกรณีหากไม่มีการตายของกระดูกและเนื้อเยื่อมาก่อนจะได้ผลเกือบ 100%

นอกจากนี้การรักษาโรคด้วย Hyperbaric Chamber ยังทำให้สมองและร่างกายได้รับออกซิเจนสูงกว่าการให้ออกซิเจนตามปกติหลายเท่าจนสามารถช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น และยังพบว่ามีผลในด้านความสวยความงามที่ช่วยทำให้ผิวขาวขึ้นผู้ป่วยบางรายพบว่าผมดกดำขึ้นผมขาวลดลงผิวพรรณเต่งตึงสุขภาพแข็งแรงซึ่งเป็นผลจากการที่ร่างกายได้รับออกซิเจนที่เพิ่มขึ้นโดยในอนาคตอาจจะมีการทำวิจัยเรื่องศาสตร์ชะลอวัย (Anti-aging) ร่วมกับนักวิจัยอีกด้วย”

Leave a comment