ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/258780
วันเสาร์ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ยามนี้ถ้าพูดถึงศูนย์กลางแฟชั่นของบ้านเราคงจะหนีไม่พ้น ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ ที่รวบรวมแบรนด์ดังระดับเวิลด์คลาสมาไว้ในที่เดียว ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จส่วนหนึ่งต้องยกให้ อรธิรา ภาคสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ดิ เอ็มโพเรียม กรุ๊ป จำกัด ซึ่งรับหน้าที่ไปเจรจาชักชวนลักชัวรี่แบรนด์ต่างๆ มาลงไว้ที่สองห้างสุดหรูย่านสุขุมวิท จนทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็น District Fashion Luxury เป็นจุดหมายของบรรดาแฟชั่นนิสต้าไทยและนักท่องเที่ยวต้องไม่พลาดมาอัพเดทแฟชั่นแบรนด์ระดับโลก
“ต้องบอกว่าเหมือนลูกคนหนึ่งกับความรับผิดชอบที่มีต่อ ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ ย้อนกลับไป 3 ปีที่แล้วตอนที่เจ้านาย คือคุณศุภลักษณ์ อัมพุช มีโปรเจกท์ที่จะสร้าง ดิ เอ็มควอเทียร์ และปรับโฉมใหม่ ดิ เอ็มโพเรียม ซึ่งตอนนั้นวิกกี้ดูแลงานด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์อยู่ นายก็ให้เรามาดูแลด้านพัฒนาธุรกิจและฝ่ายขาย ก็คือการไปดิวกับแบรนด์ต่างๆ ระดับเวิลด์คลาส ให้มาเปิดที่นี่ อย่างที่เป็นลักชัวรี่แบรนด์ก็จะมีที่เราที่เดียวในประเทศไทย ช่วงนั้นก็หายหน้าหายไปจากสื่อพักใหญ่ พอทุกอย่างเรียบร้อยดี ห้างทั้งสองฝั่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการ นายก็ให้กลับมาดูแลด้านการตลาดกลุ่มแฟชั่นลักชัวรี่ พูดง่ายๆ คือสรรหากิจกรรมต่างๆ ที่จะช่วยกระตุ้นยอดขายให้ร้านค้าที่เป็นลักชัวรี่แบรนด์ภายในศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรี่ยม และ ดิ เอ็มควอเทียร์”
ต้องทำงานอยู่กับแฟชั่นแบรนด์ ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋า รองเท้า ที่เป็นสุดยอดแบรนด์ของโลก เมื่อถามถึงแฟชั่นและสไตล์ของเธอ อรธิรา บอกว่า เป็นคนเกาะแฟชั่นแต่ไม่ได้ตามกระแสแฟชั่น
ไปเสียทุกเรื่อง
“ด้วยวัยและการทำงานก็ต้องแต่งให้เหมาะสมกับกาลเทศะด้วย ที่สำคัญเราต้องรู้จัก มิกซ์แอนด์แมทช์ ไม่จำเป็นว่าต้องซื้อของใหม่ทุกชิ้น ในซีซั่นหนึ่งๆ จะดูว่าชิ้นไหนสมควรซื้อ ซื้อแล้วจะมามิกซ์แอนด์แมทช์กับสิ่งที่เรามีอยู่แล้วอย่างไร เพราะการมิกซ์แอนด์แมทช์สามารถทำให้เราเป็นแฟชั่นนิสต้าได้ในแบบของเราเอง อีกอย่างคือ ต้องเป็นสมาร์ทช็อปเปอร์ คือ ต้องรู้ว่าจะซื้ออย่างไรแล้วคุ้มค่า”
เมื่อพูดถึงกระแสแฟชั่นของโลก อรธิรา ยังบอกอีกว่า ปัจจุบันแบรนด์ต่างๆ หันมาให้ความสนใจกลุ่มที่เป็น Young Fashion มากขึ้น และแฟชั่นไม่ได้เกิดขึ้นบนรันเวย์แต่เป็น Street Fashion มากขึ้นด้วย
“ในปัจจุบันลูกค้าที่สนใจแฟชั่นนั้นเด็กลง แฟชั่นบล็อกเกอร์เยอะขึ้นทั่วโลก แบรนด์ต่างๆ ก็มองว่าตรงนี้
เป็นอีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพ ทำให้แบรนด์เองก็นำเสนอคอลเลคชั่นที่เด็กลง มีความเป็น Street Fashion มากขึ้น ราคาก็เด็กลง ทำให้กลุ่มลูกค้าที่เด็กลงสามารถจับต้องเป็นเจ้าของแบรนด์ดังได้ไม่ยาก ซึ่งที่ ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ เราก็มีพร้อมที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม แถมมีโปรโมชั่นเด็ดๆ ที่จะคืนกำไรให้กับลูกค้าที่เป็นสมาร์ท
ช็อปเปอร์มากมาย”
เพราะวางตัวเองว่าเป็น District Fashion Luxury ในฐานะที่ดูแลการตลาดและประชาสัมพันธ์ลักชัวรี่แบรนด์ภายในศูนย์การค้าทั้งสองแห่ง ไม่ใช่ว่าหวังจะสร้างยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่เธอยังหวังว่า ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ จะเป็นศูนย์กลางที่ให้บรรดาแฟชั่นนิสต้าได้อัพเดทคอลเลคชั่นแบรนด์โปรดของทุกคนที่มาเยือนอีกด้วย อย่างล่าสุดจัดงาน ดิ เอ็มโพเรียม
แอนด์ ดิ เอ็มควอเทียร์ แฟชั่นไอคอน สปริง แอนด์ ซัมเมอร์ 2017 เพื่อให้ลูกค้าได้อัพเดทคอลเลคชั่นล่าสุดสปริง/ซัมเมอร์ 2017 ของแบรนด์ดังที่พาเหรดกันมาเกือบ 100 แบรนด์ระดับเวิร์ดคลาส พร้อมเปิดโอกาสให้เป็นเจ้าของด้วยโปรโมชั่นโดนใจ ตลอดเดือนมีนาคมนี้
ภาพภายนอกที่เราเห็นผู้หญิงคนนี้ ได้อยู่กับของสวยงามที่เป็นแบรนด์ชั้นนำของโลก แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นการทำงาน ไม่มีอะไรสวยหรูอยู่ตลอดเวลา
“เรียกว่าการทำงานนี่กี้เลยวัยที่เรียกว่าหัวชนฝามาแล้ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนไอ้นั้นก็ไม่ได้ ไอ้นี่ก็ไม่ได้นะ ต้องเป๊ะๆ แต่เดี๋ยวนี้ด้วยวัย ด้วยประสบการณ์ ทำให้เราเย็นมากขึ้น และรู้ว่าถ้าเราไตร่ตรอง วางแผนดี มีการเตรียมรับมือที่ดี ต่อให้งานนั้นๆ จะมีอุปสรรคหรือตัวแปรอะไรเข้ามา เราจะสามารถรับมือและแก้ปัญหานั้นได้ ที่เอ็มโพเรียม กรุ๊ป เหมือนบ้านหลังที่สอง คือเราทำงานกันแบบครอบครัว เป็นครอบครัวที่อบอุ่น เข้าใจกัน ช่วยเหลือกัน นายก็ดี ลูกน้องก็ดี ที่สำคัญตัวกี้เองมองว่าการจะทำงานหรือใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ เราต้องมี Positive Thinking มองทุกอย่างเป็นบวก เวลาเราเจออะไรก็ตาม เราจะผ่านมันไปได้ ทำให้เราไม่เหนื่อย และสนุกกับการทำงานด้วยค่ะ”
และนี่คงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้หญิงเก่งคนนี้ทำงานภายใต้ชายคา ดิ เอ็มโพเรียม กรุ๊ป มาอย่างยาวนาน และไม่คิดจะย้ายไปไหน และขอโฟกัสกับความท้าทายที่อยู่ตรงหน้า กับการทำให้ ดิ เอ็มควอเทียร์ เติบโตอย่างแข็งแรงควบคู่ไปกับพี่ใหญ่อย่าง ดิ เอ็มโพเรียม และเป็น District Fashion Luxury ของคนไทยและคนทั่วโลก ที่เมื่อไหร่คิดจะช็อปปิ้งแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ต้องคิดถึง ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ เท่านั้น
