เสนอมิติท่องเที่ยวไทยยั่งยืน พัฒนาตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 พ.ค. 2560 00:47

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/937478


ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ร่วมประชุมกับองค์การการท่องเที่ยวโลก เพื่อหารือมิติการท่องเที่ยวเมืองไทยแบบยั่งยืน เพื่อสอดรับการประกาศให้ปี พ.ศ. 2560 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน น้อมนำทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาการเที่ยวไทย

เมื่อเย็นวันที่ 10 พ.ค. นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เข้าร่วมเป็นวิทยากรของการประชุมโต๊ะกลม ที่กรุงมาดริด ราชอาณาจักรสเปน โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ทาลิป ริฟาย เลขาธิการองค์การท่องเที่ยวโกล(UNWTO) เป็นผู้ดำเนินรายการในการประชุมครั้งนี้ ที่จัดขึ้นเพื่อหารือถึงมิติของการท่องเที่ยวเมืองแบบยั่งยืน ทั้งนี้ เพื่อให้สอดรับการเป็นปีแห่งการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อการพัฒนา ในปี 2560 โดยมีวิทยากรร่วมในการประชุมดังกล่าว อาทิ รมว.การท่องเที่ยวอาเจนติน่า, รมว.การท่องเที่ยวสาธารณรัฐเกาหลี, นายกเทศมนตรีแห่งสภาเมืองมาลาก้า, ผู้บริหารระดับสูงจากหน่ยงานการท่องเที่ยวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และผู้อำนวยการจากสมาคมสถาปนิกมาดริด

นายพงษ์ภาณุ ได้นำเสนอมิติการท่องเที่ยวเมืองของประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดยได้น้อมนำแนวคิดทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชการที่ 9 มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับคนในชุมชน เพื่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว โดยเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการท่องเที่ยวชุมชนที่ประเทศไทยให้ความสำคัญในการส่งเสริมให้คนในชุมชนต่างๆ อยู่ได้ด้วยตนเองบนพื้นฐานความพอเพียงอย่างยั่งยืน และคนในชุมชนเหล่านี้ จะเป็นผู้ถ่ายทอดแลกเปลี่ยนประสบการร์จากแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ในชุมชนไปสู่การท่องเที่ยวในพื้นที่เมือง

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครได้รับการขนานนามจาก Master Card ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวอับ 1 ของโลก และได้รับการยกย่องจาก CNN เป็นเมือง Best Street Food สองปีติดต่อกัน จากการจัดอันดับให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าเที่ยวอันดับ 1 ของโลกนี้ ส่งผลให้ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งประเทศไทยมีการเตรียมความพร้อมในเรื่องการคมนาคมขนส่ง สาธารณูปโภค ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรม และอาหารที่มีความหลากหลาย ที่สามารถหารับประทานได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะอาหารที่ขายตามริมทาง (Street Food)

“คาดว่าในปี 2030 จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยถึง 60 ล้านคน หากมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ย่อมส่งผลกระทบในด้านต่างๆ เช่น ระบบสาธารณูปโภค ระบบการขนส่ง และการรองรับนักท่องเที่ยวของแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งนี้ ทุกภาคส่วนจะต้องเข้ามามีบทบาท และร่วมกันป้องกันแก้ไขปัญหา โดยการเพิ่มระบบการอำนวยความสะดวกด้านคมนาคมขนส่ง ที่สามารถเชื่อมโยงไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ได้สะดวกมากขึ้น การจัดการแหล่งท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะส่งผลดีในภาพรวมด้านการท่องเที่ยวของไทย สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น และสามารถครองแชมป์การเป็นเมืองน่าเที่ยวของโลกไว้ได้อีกด้วย” นายพงษ์ภาณุ กล่าวทิ้งท้าย.

 

Leave a comment