ปวดหลังเรื้อรัง วิถีของคนทำงานหน้าจอคอมพ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/259461

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นพ.วัลลภ สำราญเวทย์

โรงพยาบาลกรุงเทพ เผยสถานการณ์ของโรคกระดูกและข้อ รวมไปถึงกระดูกสันหลัง ในประเทศไทย มีแนวโน้มที่จำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มสูงขึ้นแม้จะไม่มีการเก็บสถิติไว้อย่างชัดเจนแต่ด้วยวิถีชีวิตของคนโดยเฉพาะวัยทำงานที่จะต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ และอาการเจ็บป่วยด้วยโรคปวดหลังเรื้อรัง ความผิดปกติโดยกำเนิด ซึ่งโรคเหล่านี้ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างไม่มีความสุขในความผิดปกติที่เกิดขึ้นนั้นมักจะไม่มีอาการแสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนอาจมีแค่อาการปวดเท่านั้น แต่อาจส่งผลร้ายในระยะยาวกับสุขภาพได้ แนะควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อหาแนวทางวินิจฉัยโรคได้อย่างตรงจุด ด้วยเครื่องเอกซเรย์
3 มิติแบบเต็มตัว Biplane Imaging (EOS)

นพ.สมศักดิ์ จิระพลังทรัพย์ หัวหน้ารังสีแพทย์ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า ปัจจุบันจึงมีเครื่องเอกซเรย์ที่จะช่วยตรวจหาความผิดปกติของกระดูกได้แบบเต็มตัว นั้นก็คือเครื่องBiplane Imaging (EOS) เครื่องนี้จะช่วยให้ภาพเอกซเรย์ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแบบองค์รวม หรือ Global Balance ในท่าที่ผู้ป่วยยืนลงนํ้าหนักตัวตามธรรมชาติ ช่วยวินิจฉัยหาที่มาที่ไปของโรคกระดูกและข้อได้ดียิ่งขึ้น เป็นนวัตกรรมของเครื่องเอกซเรย์แบบต่อเนื่อง 2 แกน ที่สามารถสร้างภาพ 3 มิติได้ภายในการถ่ายภาพในครั้งเดียว เทคโนโลยีนี้เป็นผลมาจากการพัฒนาอุปกรณ์รับสัญญาณภาพรังสีด้วยเทคโนโลยีระดับโนเบิลไพรซ์(Nobel Prize Technology) ที่ได้พัฒนาอุปกรณ์รับสัญญาณพลังงานสูง high energy physicsparticle detector โดยนักรังสีแพทย์และแพทย์กระดูกและข้อ ใช้ปริมาณรังสีน้อยกว่าเครื่องเอกซเรย์ทั่วไป 6-9 เท่า  ซึ่งส่งผลให้แพทย์สามารถวินิจฉัยอาการป่วยของคนไข้ได้อย่างตรงจุดสามารถวินิจฉัยเรื่องของแนวกระดูกและโครงสร้างไม่ว่าจะเป็นกระดูกคอ สันหลังไปจนถึงข้อเท้า


นพ.สมศักดิ์ จิระพลังทรัพย์

เครื่องเอกซเรย์ Biplane Imaging (EOS) แตกต่างจากเครื่องเอกซเรย์ในปัจจุบันตรงที่ เครื่องทั่วไปที่ใช้ในวงการแพทย์นั้นจะต้องฉายทีละส่วนแล้วนำภาพที่ได้มาประกอบกันจึงจะได้ภาพรวมของกระดูกทั้งหมดของร่างกาย รวมถึงปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับจากการฉายรังสีจะมีปริมาณที่มากกว่าเครื่องเอกซเรย์แบบใหม่ ภาพที่ได้ยังมีอัตราการขยายส่วนบนและล่างของฟิล์มผิดเพี้ยนไป ในบางรายอาจมีความจำเป็นที่จะต้องนอนเอกซเรย์ซึ่งไม่สามารถเผยให้เห็นถึงรูปร่างปกติของกระดูกสันหลัง ภาพที่ได้จึงเกิดความคลาดเคลื่อน แต่หากคนไข้ได้รับการสแกนตลอดทั้งร่างกายนั้นแพทย์จะเห็นถึงความผิดปกติของกระดูกทั้งหมดได้ชัดเจน

นพ.ปรเมษฐ์ เจริญธนากร ผู้อำนวยการสถาบันโรคกระดูกสันหลังกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ เปิดเผยว่า กระดูกมีความสำคัญต่อร่างกายของมนุษย์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกระดูกสันหลังเป็นแกนกลางของร่างกาย หากมีปัญหาอาการคด เคลื่อน ผิดรูป ย่อมส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่พบสาเหตุที่ชัดเจน ผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษา บางรายมาด้วยอาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดหัว ได้รับการรักษามาเบื้องต้นแล้วแต่ก็ไม่หายขาด อาการก็กลับมาอีก ในส่วนของผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของกระดูกสันหลังหรือการที่กระดูดคด อาจมีสาเหตุมาจากอวัยวะที่เป็นฐานรองรับ สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก แพทย์จึงต้องทำการวินิจฉัยอย่างละเอียด หาถึงที่มาของอาการเจ็บปวดเหล่านี้ ด้วยเครื่องเอกซเรย์ 3 มิติแบบเต็มตัว BiplaneImaging (EOS) ที่ช่วยในการตรวจหาความผิดปกติของผู้ป่วย ในบางรายอาจมีความผิดปกติมากกว่าหนึ่งตำแหน่ง ดังนั้นการประเมินแนวสมดุลของผู้ป่วยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า Global Balanceซึ่งกลุ่มเป้าหมายหลักๆ คือ เด็กวัยรุ่นที่เสี่ยงเป็นโรคกระดูกสันหลังคดชนิดที่ไม่ทราบสาเหตุ และอีกกลุ่มคือ ผู้สูงอายุที่มักจะมีปัญหาทั้งเรื่องกระดูกสันหลังสะโพก และเข่า ซึ่งการตรวจหาความผิดปกติแบบ Global Balance จะช่วยให้แพทย์เห็นถึงปัญหาทุกๆ ส่วนไปพร้อมๆ กัน แล้ววางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด

นพ.วัลลภ สำราญเวทย์ ผู้อำนวยการศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่ากรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวเสริมว่า การวินิจฉัยด้วยเครื่อง Biplane Imaging (EOS) สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ใช้เวลาในการสแกนหาความผิดปกติทั้งตัวด้วยเวลาที่สั้น เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของการทรงตัว ไม่สามารถยืนลงน้ำหนักได้เป็นเวลานาน กลุ่มผู้ป่วยที่น้ำหนักมาก ใช้ประโยชน์ได้กับกลุ่มคนไข้ที่เข้ารับการผ่าตัดข้อเทียมเพราะการทำข้อเทียมนั้นต้องให้ความสำคัญในการติดตั้งอุปกรณ์เข้าไปในร่างกายของผู้ป่วย โดยส่วนใหญ่จะเป็นข้อสะโพกเทียม ดังนั้นการรักษาจะต้องมีวิธีการวัดมุมและองศาของสะโพกในแต่ละราย เพื่อให้ข้อเทียมที่ใส่ลงไปทำงานได้ดี เพราะจะทำให้รู้ว่าตำแหน่งที่ใส่เข้าไปมีความจำเป็นที่จะต้องตั้งมุมเท่าไหร่ และหลังจากการรักษาใส่ข้อเทียมไปแล้วผู้ป่วยจะต้องกลับมาสแกนซ้ำเพื่อให้เห็นว่าสิ่งที่ใส่เข้าไปนั้นดีหรือไม่ดีอย่างไรกับตัวผู้ป่วยเอง ทำให้เห็นถึงปัญหาก่อนที่จะรักษาและประเมินผลหลังทำการรักษาไปแล้ว นอกจากนั้นกลุ่มคนที่สงสัยว่าพบความผิดปกติ ขาโก่ง บิด ผิดรูปรวมไปถึงกลุ่มคนที่มีพันธุกรรมผิดปกติ ก็สามารถวินิจฉัยด้วยวิธี Global Balance ได้เช่นกัน

Leave a comment