ระวังสีเฮนน่าผสมนํ้ายาย้อมผม ทำผิวพัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/259252

วันพุธ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เฮนน่า คือ การวาดลวดลายต่างๆ ด้วยสีลงบนผิวหนัง เป็นศิลปะแบบฉบับของอินเดีย และได้รับความนิยมไปอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเฮนน่าจะจางหายไปเองตามธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้รักงานศิลปะบนผิวหนังที่ไม่ต้องการสักซึ่งสีจะฝังอยู่ในผิวหนัง ล่าสุด สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย มีคำเตือนมายังผู้นิยมเพ้นท์เฮนน่า ควรเลือกร้านที่น่าเชื่อถือโดยใช้สีเฮนน่าธรรมชาติ เพราะหากโชคร้ายไปเจอร้านที่ใช้สีที่ผสมน้ำยาย้อมผม อาจก่อให้เกิดการแพ้บนผิวหนัง มีผื่นคันหรือตุ่มน้ำใส หรือเป็นรอยดำที่ผิว ให้สังเกตสีที่ใช้มาทำเฮนน่านั้นหากมีสีเข้มหรือทำให้เกิดสีที่ออกดำชัดเจนมาก อาจมีการผสมของส่วนประกอบของพีพีดีอะลาเฟลานีนไดเอมีน ที่ทำให้เกิดการแพ้ค่อนข้างง่ายกว่าการใช้สีเฮนน่าธรรมชาติทั่วไป

รศ.นพ.นภดล นพคุณ นายกสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เผยว่า จากกรณีกระแสโซเชียลมีเดียได้โพสต์เผยแพร่กรณีหญิงสาวชาวต่างชาติเพ้นท์สีเฮนน่าตามร่างกายแล้วเกิดอาการแพ้ ส่งผลให้มือของหญิงสาวคนดังกล่าวเป็นแผลพุพองตามข้อความที่เพ้นท์นั้น สีเฮนน่าตามปกติจะทำมาจากสมุนไพรที่ได้จากธรรมชาติล้วนๆ ซึ่งที่ผ่านมาไม่ค่อยพบว่ามีผู้แพ้ แต่ในปัจจุบันกลับพบว่าเพื่อให้เกิดความคมชัด และมีสีเข้มมากกว่าสีที่มาจากธรรมชาติ ทำให้ตามท้องตลาดของประเทศไทยมักพบสีเพ้นท์เฮนน่า ที่มีการผสมสารย้อมผม ดังนั้นก่อนตัดสินใจจะเพ้นท์ต้องลองสังเกตลักษณะสีที่ใช้ว่าเป็นอย่างไร ถ้ามีลักษณะคมชัด สีเข้มสวยงาม จะผสมสารย้อมผม ถ้าเป็นเฮนน่าธรรมชาติ สีจะออกน้ำตาลแดง สีไม่คมชัด การใช้สีเฮนน่าธรรมชาติจะมีโอกาสแพ้น้อยกว่ามาก

“ผู้ที่เกิดอาการแพ้มากนั้น อาการจะออกมาอย่างรวดเร็ว หลังจากเพ้นท์สีเฮนน่าไม่นาน โดยจะมีอาการผื่นขึ้น มีตุ่มน้ำใสขึ้น คัน บริเวณที่เพ้นท์ แต่บางคนที่แพ้ไม่มาก อาการอาจจะออกภายใน 7-10 วัน ซึ่งหากพบว่ามีอาการแพ้ ขอแนะนำว่าให้รีบเข้าพบแพทย์ในทันที เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยว่าอาการแพ้นั้นเกิดจากสีที่เพ้นท์ หรือเกิดจากการติดเชื้อ ซึ่งหากแพ้สีที่เพ้นท์ แพทย์มักจะรักษาอาการโดยการจ่ายยาทาที่มีสารสเตียรอยด์ ทาเพียงไม่นานอาการแพ้ ผื่นคันหรือตุ่มน้ำใสก็จะหายไป อย่างไรก็ตาม สีเฮนน่าอาจจะทำให้เกิดรอยดำที่ผิวไม่นานก็จะจางหายไปเช่นกัน

ผู้ที่อยากจะเพ้นท์สีต่างๆ ตามร่างกายโดยไม่จำเป็นว่าเป็นสีเฮนน่า หากกลัวว่าจะแพ้ ควรทดลองใช้สีนั้นนำมาแต้มลงที่ร่างกายดูก่อน โดยแต้มในจุดที่หากเกิดอาการแพ้แล้ว จะไม่เห็นเด่นชัด เช่น ต้นแขนหรือในร่มผ้า เมื่อลองแต้มดูสักระยะแล้วไม่พบอาการแพ้ก็สามารถเพ้นท์ได้ตามปกติ แต่หากแพ้ก็ให้เข้าพบแพทย์ทันที เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยให้ถูกต้อง อย่าซื้อยามาทาเองเด็ดขาด”

ด้าน ศ.นพ.ประวิตร อัศวานนท์ ประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เสริมว่า “ตัวที่นำมาเติมในสีเพ้นท์เฮนน่า แล้วทำให้เกิดการแพ้ได้บ่อย มีชื่อว่า พาราเฟนนิลีนไดเอมีน หรือ พีพีดี ซึ่งเป็นสารประกอบตัวเดียวกันกับที่เราใช้เติมในน้ำยาย้อมผม ที่ทำให้เกิดสีเข้มต่างกัน ซึ่งการทำเฮนน่าอาร์ท หรือเฮนน่าแทททูนั้นจริงๆ ทำกันมานานแล้ว แต่การเติมสีเพื่อให้เข้มข้นขึ้นและทำให้เกิดสีเร็วขึ้นนั้น เพิ่งมีการนำมาใช้ในระยะหลัง เข้าใจว่ายังไม่มีการควบคุมโดยหน่วยงานของรัฐ ดังนั้นจึงขอฝากเตือนสำหรับผู้ที่ทำเฮนน่าแทททูหรือเฮนน่าอาร์ต หรือเฮนน่าเพ้นท์ คือ ให้สังเกตสีที่ใช้มาทำเฮนน่านั้น หากมีสีเข้มหรือทำให้เกิดสีที่ออกดำชัดเจนมาก อาจจะมีการผสมของส่วนประกอบของพีพีดี จึงทำให้เกิดการแพ้ค่อนข้างง่ายกว่าการใช้สีเฮนน่าธรรมชาติทั่วไป”

Leave a comment