ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/259146
วันอังคาร ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
“สาวใจแตก-แม่ใจยักษ์”…ฯลฯ
ผู้คนในสังคมมักใช้ถ้อยคำ “บริภาษ” ข้างต้น เมื่อพบ “ทารกถูกทิ้ง” หรือเจ้าหน้าที่รัฐบุกเข้าทลายสถานที่ทำ “แท้งเถื่อน” ซึ่งเป้าถล่ม “ก่นด่า” มักหนีไม่พ้น “ฝ่ายหญิง” ที่หากทำลงไปเพราะ “จำเป็น” สังคมยังพอให้อภัย แต่หากพบว่าไม่ “รักนวล…สงวนตัว” โดยเฉพาะยิ่งเป็น “แม่วัยใส” ที่ปล่อยให้ตัวเอง “ท้องไม่พร้อม” เสียงบริภาษจะยิ่งดังขึ้นอีก แต่เรื่องแบบนี้…
“ตบมือข้างเดียวไม่ดัง”…
บ่อยครั้งที่ผู้คนในสังคมมีคำถามย้อนกลับไปว่าเรื่อง “ท้องไม่พร้อม” นั้น คนที่เป็น “ตัวการร่วม” ให้เกิดขึ้น คือ…
“ฝ่ายชาย” หายไปไหน…
เหตุใดจึง “ท้องไม่รับ”!?!?!

บนเวทีประชุมระดับชาติ เรื่องสุขภาวะทางเพศ ครั้งที่ 2 “SEX เปิดในวัยรุ่น : เปิดพื้นที่ความฉลาดรู้เรื่องเพศ” จัดโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อเร็วๆ นี้ มี “คำตอบ” และ “ข้อเสนอแนะ” ในการแก้ไขปัญหานี้ที่น่าสนใจ…
“ทัศนี บุญเรืองศรี” ผู้แทนจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชาย บ้านกาญจนาภิเษก บอกเล่าถึง “คำสารภาพ” ของวัยรุ่นหนุ่มๆ ที่เคย “ก้าวพลาด” ทำให้ผู้หญิงต้อง “ทุกข์ทรมาน” เพราะตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม ว่า วัยรุ่นที่เป็น “พ่อวัยใส” ต่างมีความเชื่อผิดๆ ในเรื่องเพศ การมีต้นทุนทางครอบครัวต่ำ ประกอบกับมี “ทัศนคติทางเพศ” ที่สุดโต่ง และปฏิเสธความรับผิดชอบ เช่น เมื่อฝ่ายหญิงท้องก็จะไม่รับ เพราะคิดว่าท้องกับคนอื่นมา เป็นต้น
นอกจากนี้เด็กหนุ่มหลายรายเมื่อ “ทำสาวท้อง” มักไม่กล้าบอกผู้ใหญ่ เพราะกลัว “ถูกตำหนิ” แน่นอนผู้ที่วัยรุ่นเลือกไปปรึกษา หนีไม่พ้น “เพื่อน” วัยเดียวกัน และคำแนะนำส่วนใหญ่หนีไม่พ้นให้ไป “ทำแท้ง”

“สิ่งหนึ่งที่บ้านกาญจนาภิเษก พยายามทำ คือ การปรับทัศนคติ สอนให้วัยรุ่นชายเห็นคุณค่าของผู้หญิง ให้เข้าใจถึงผลกระทบที่ผู้หญิงได้รับ หากผู้ชายมีเพศสัมพันธ์โดยไม่สวมถุงยางอนามัย ให้เคารพสิทธิของกันและกัน”
คำถามต่อมา คือ อะไรเป็น “ต้นตอ” ที่ทำให้ผู้ชายจำนวนมากมีทัศนคติ และพฤติกรรม “ท้องแล้วทิ้ง”!?!?!
ประเด็นนี้ “ผศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์” อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า อาจเป็นเพราะสังคมไทย “คาดหวัง” ให้บทบาทของผู้ชายต้องเป็น “ช้างเท้าหน้า” ทำงานนอกบ้าน หาเงินจุนเจือครอบครัว มากกว่าที่จะมาช่วยเลี้ยงลูก เมื่อคิดว่าตัวเอง “ไม่พร้อม” ในประเด็นเหล่านี้ ผู้ชายมักเลือกที่จะ…
“ชิ่ง”!!!
สำหรับการแก้ไขปัญหา “ท้อง-แท้ง” นั้น “ผศ.ดร.พิชญ์” มองว่า คงไม่ใช่คิดแค่ว่า “ถุงยาง” ต้องมีต้องใส่ แล้วก็จบ แต่ต้องให้ครอบคลุมทุกมิติ อาทิ ส่งเสริมบทบาทของผู้ชาย “ปลูกฝังความเป็นพ่อ” ให้ผู้ชายกล้าเลี้ยงลูกมากขึ้น ภาครัฐสามารถส่งเสริมบทบาทความเป็นพ่อวัยรุ่นได้ โดยอาจจัดสวัสดิการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงบุตร เพื่อสร้างแรงจูงใจในการช่วยเลี้ยงดูลูกอีกทางหนึ่ง เป็นต้น

ขณะที่บทความ “ท้องไม่พร้อม การเกิดและสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์” เขียนโดย รศ.ดร.กฤตยา อาชวนิจกุล และ กุลภา วจนสาระ 2 นักวิจัยจากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุถึง “สาเหตุ 6 ประการ” ที่ทำให้ผู้หญิงต้องตกอยู่ในภาวะท้องไม่พร้อม ในจำนวนนี้มี “2 ข้อ” ที่เกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ชายโดยตรง คือ 1.ผู้ชายไม่รับผิดชอบ แรกๆ ที่มีเพศสัมพันธ์กันบอกว่าจะดูแล แต่พอท้องขึ้นมาจริงๆ กลับหนีหน้าหลบหาย หรือเลิกรากันไป
2.ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ เช่น ผู้ชายขอมีเพศสัมพันธ์แบบไม่สวมถุงยางอนามัย ผู้หญิงก็ไม่กล้าปฏิเสธเพราะกลัวว่าผู้ชายไม่รัก หรือกรณีสามีภรรยา ผู้หญิงไม่ต้องการตั้งครรภ์ อยากไปทำแท้ง แต่ฝ่ายชายห้าม กระทั่งเมื่อท้องขึ้นมา ฝ่ายหญิงก็ต้องแอบไปทำแท้ง เป็นต้น
ด้านรายงาน “แม่วัยใส ความท้าทายการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น” จัดทำโดยกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ร่วมกับ
“สภาพัฒน์” สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่เผยแพร่ในปี 2556 กล่าวถึงการต้องสร้าง “ความตระหนักและมีส่วนร่วม” ของผู้ชาย ว่า สังคมไทยนิยมปลูกฝังค่านิยม “ชายเป็นใหญ่” อาทิ คนเป็นพ่อมักมองว่าเป็น “เรื่องธรรมดา” หากลูกชายจะมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน แต่จะ “รับไม่ได้” มากกว่าหากเปลี่ยนเป็นลูกสาวมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน และผู้ชายมักเชื่อว่า “พ่อแม่รับได้” หากรู้ว่าตนไปมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน

ดังนั้นยุทธศาสตร์แก้ปัญหาท้องไม่พร้อม นอกจากจะสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” จากความเสี่ยงให้กับผู้หญิงแล้ว การปลูกฝังความคิดที่ถูกที่ควรกับผู้ชายก็จำเป็นไม่น้อยไปกว่ากัน อาทิ “ให้เกียรติ” เคารพในสิทธิเนื้อตัวร่างกายของผู้หญิง ไม่เห็นเป็นแค่ “วัตถุทางเพศ”
บทความดังกล่าวยังย้ำว่า ที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาเรื่องเพศในวัยรุ่น ยังไม่ได้ดึง “ฝ่ายชาย” เข้ามามีส่วนร่วมเท่าที่ควร ดังนั้นต้องเริ่มตั้งแต่ “ก่อนเข้าวัยรุ่น” ให้เข้าใจถึงการสร้างสัมพันธภาพทางเพศ โดยไม่ใช้ความรุนแรงบังคับ รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย และมีความรับผิดชอบ
ท่ามกลางกลุ่มผู้ชายที่ยังมีทัศนคติ “ท้อง-แท้ง-ทิ้ง” จำนวนมาก ยังพอมีผู้ที่ “คิดต่าง” ออกไป ดังเช่นเรื่องราวของ “โก้” เฉลิมเกียรติ ทิพฤาชา หนุ่มวัย 21 ปี จาก จ.อุดรธานี ที่กลายเป็น “พ่อวัยใส” ตั้งแต่อายุ 17 ปี
“โก้” เล่าว่า ทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์กับแฟนสาว “ไม่ได้ป้องกัน” ทำให้ต้องเป็น “พ่อคน” ตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ไม่คิดที่จะให้แฟนไปทำแท้ง แม้แฟนคนดังกล่าวจะเลิกรากันไปแล้ว ตนได้ขอลูกชาย คือ “น้องข้าวปั้น” มาเลี้ยงเอง โดยพยายามทำให้ลูกไม่รู้สึกว่าขาดอะไรในชีวิต โดยเฉพาะการมอบความรักความอบอุ่น ถึงจะเติบโตมาในครอบครัวแบบ “พ่อเลี้ยงเดี่ยว” ก็ตาม ยอมรับว่าเหนื่อยบ้าง เพราะไปไหนมาไหนต้อง “กระเตงลูก” ไปด้วย แต่จะทำให้ดีที่สุด

“ใครที่กำลังประสบปัญหาเช่นเดียวกัน อยากแนะนำว่าเมื่อเรากล้าทำ ก็ต้องกล้ารับผิดชอบ ขอให้จำไว้ว่าความรักที่มีต่อลูก สามารถเปลี่ยนเราให้มีความรับผิดชอบมากขึ้น หากน้องข้าวปั้นโตอีกหน่อย ก็จะคุยเรื่องเพศให้ลูกฟัง เพื่อที่เขาจะได้รู้เท่าทัน ก่อนที่จะสายเกินไป” พ่อวัยใส ฝากข้อคิดทิ้งท้าย
ณ วันนี้ ประเทศไทยมี พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 ซึ่งใน มาตรา 6 กำหนดให้สถาบันการศึกษาต้องจัดให้มีการสอน “เพศศึกษา” รวมถึงจัดหาและพัฒนาทั้ง “หลักสูตร-บุคลากร” ให้มีความรู้และทักษะในการให้คำแนะนำปรึกษา สำหรับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นกับผู้เรียน…
อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนด กฎหมาย หลักสูตรการเรียนรู้ใดๆ แม้จะจำเป็น แต่คงไม่สำคัญเท่า “จิตสำนึก” ที่ว่า…
“ลูกผู้ชาย” กล้าทำ กล้ารับ!!!
