ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/259132
ภาวิณี ทิพย์เพชร ช่วยดูแลน้องๆ อย่างใกล้ชิด
เพราะเด็กคือรากฐานสำคัญของสังคม บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) จึงจัดตั้งโครงการรอยยิ้มเพื่อเรา ในปี 2552 มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานักเรียนจากห้องเรียนการศึกษาพิเศษ โรงเรียนวัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ สำหรับดูแลเด็กที่มีปัญหาจากความบกพร่องและข้อจำกัดด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ล่าสุดสานต่อโครงการต่อเนื่องพาน้องๆ ไปทำกิจกรรม “อาชาบำบัด สร้างรอยยิ้มให้น้อง ส่งต่อรอยยิ้มเพื่อเรา” เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ และฝึกฝนทักษะพัฒนาการให้กับน้องๆ ณ กรมการสัตว์ทหารบก ค่ายทองฑีฆายุ จ.นครปฐม
ภาวิณี ทิพย์เพชร ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกรรมการและสื่อสารองค์กรบริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า เป็นระยะเวลากว่า 8 ปี ที่เทเวศประกันภัย ได้สนับสนุนกิจกรรมเพื่อพัฒนาและฝึกฝนทักษะของเด็กพิเศษ เพื่อให้พวกเขาสามารถพึ่งพาตนเองและอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ โดยเริ่มตั้งแต่การปรับปรุงห้องเรียนให้เหมาะสม การจัดกิจกรรมเพื่อบำบัด อย่างอาชาบำบัดและวารีบำบัด รวมถึงจัดทัศนศึกษานอกสถานที่ ซึ่งถือว่าเราเดินมาถูกทาง เพราะมีเด็กหลายคนที่สามารถปรับตัวจนย้ายไปเรียนในชั้นเรียนปกติหรือชั้นที่สูงขึ้นได้

น้องพี-กฤษณพงศ์ วงศ์เลิศ มีความสุขบนหลังม้า
อาชาบำบัด หรือศาสตร์แห่งการขี่ม้าเพื่อพัฒนาเด็กที่มีความต้องการเป็นพิเศษ เป็นการบำบัดที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะการขี่ม้าจะช่วยให้เด็กมีการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้น มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่ทำ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความมั่นใจและลดความกลัวให้กับเด็ก โดยกิจกรรมจะเริ่มต้นด้วยการให้เด็กสร้างความคุ้นเคยกับครูฝึกและอุปกรณ์ ตามมาด้วยการอบอุ่นร่างกายที่ให้เด็กๆ เป็นผู้คิดท่าทางและผลัดเปลี่ยนกันออกมาเป็นผู้นำหลังจากนั้นก็ถึงเวลาลงสนามจริง ที่ครูฝึกจะให้น้องๆ จูงม้าเดินเล่นรอบสนามเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับม้าการทำกิจกรรมบนหลังม้า ไม่ว่าจะเป็นขี่ม้าเดิน ขี่ม้าวิ่งช้าๆ หรือทำท่าทางต่างๆ เช่น ให้กางแขน จับหมวก ฝึกการสื่อสาร เป็นเวลากว่า 20 นาที ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้อยู่ในความปลอดภัย 100% เพราะมีครูฝึกถึง 3 คนต่อการดูแลเด็ก 1 คน
จ.ส.อ.ประยุทธ ยังมงคล ครูฝึกชมรมกีฬาขี่ม้า กรมการสัตว์ทหารบก ค่ายทองฑีฆายุ จ.นครปฐม กล่าวว่า “อาชาบำบัดจะช่วยพัฒนาเด็กๆ ในด้านร่างกายได้อย่างชัดเจนที่สุด เพราะต้องใช้กล้ามเนื้อเพื่อการทรงตัวอยู่บนม้า การฝึกพูดเพื่อสื่อสารกับม้าและครูฝึกที่จะช่วยปรับบุคลิกภาพให้กับเด็กๆนอกจากนี้ยังมีการเล่นเกมให้เด็กนำผลไม้ไปซ่อนแล้วกลับมาหาที่ช่วยฝึกเรื่องความจำ เมื่อทำเช่นนี้ซ้ำๆ ก็จะเห็นถึงพัฒนาการของเด็กที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีจนทำให้รู้สึกดีใจมากที่ได้มาช่วยงานตรงนี้”

สายฝน แสวงวงค์ ครูห้องการศึกษาพิเศษ กล่าวว่า “เมื่อเด็กมีความภูมิใจและมีความสุขกับกิจกรรมที่เขาได้มีส่วนร่วม พัฒนาการด้านอื่นๆ ก็จะเกิดขึ้นตามมา ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกายอย่างการเดินและการทรงตัว มีอารมณ์ที่ดี มีความมั่นใจ รวมไปถึงรู้สึกอยากที่จะเข้าสังคม นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังได้นำกิจกรรมอาชาบำบัดมาต่อยอดพัฒนาเด็กอย่างต่อเนื่อง เช่น การวาดภาพ การปั้น การระบายสี หรือแม้กระทั่งนำคำศัพท์จากการขี่ม้ามาแต่งประโยค เพื่อเพิ่มทักษะที่จำเป็นในการใช้ชีวิตให้กับเด็ก”
น้องพี-ดช.กฤษณพงศ์ วงศ์เลิศ นักเรียนจากห้องเรียนการศึกษาพิเศษ ที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมอาชาบำบัดตั้งแต่ปีแรกจนถึงปัจจุบัน เล่าว่า “วันนี้สนุกมากครับ เพราะได้ขี่ม้าและได้กอดม้าด้วย” โดย คุณแม่ยุพินนามกรณ์ เสริมว่า “น้องพีมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากที่เคยทรงตัวไม่ดี ไม่กล้าขึ้นบนที่สูง และขาดความมั่นใจ แต่ปัจจุบันน้องพีกล้าแสดงออกมากขึ้น มีความมั่นใจในตัวเอง และสามารถเดินได้เหมือนเด็กปกติ นอกจากนี้ทุกครั้งที่น้องพีกลับจากการทำกิจกรรม ก็จะไปเล่าให้คุณพ่อและเพื่อนๆ ฟังอยู่เสมอว่าตัวเองได้ไปขี่ม้าซึ่งเห็นได้ชัดว่าเขามีความสุขและพยายามที่จะสื่อสารกับคนอื่นเพิ่มมากขึ้น”

น้องๆ ฝึกการทรงตัวบนหลังม้า
