ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/259255
วันพุธ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ปัจจุบันคนไทยมีอัตราเสียชีวิตเนื่องจากป่วยเป็น “โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง” ได้แก่ โรคมะเร็ง โรคหัวใจ เบาหวาน ไตวายเรื้อรัง อัมพาต อัมพฤกษ์ ซึ่งอยู่ในกลุ่มโรคที่มีความสัมพันธ์กับปัจจัยเสี่ยงคือ ไขมันในเลือดสูง ความดันสูง สูบบุหรี่ และดื่มสุรา เป็นต้น เพิ่มสูงขึ้นทุกปีๆ โรงพยาบาลพญาไท 2 จึงจัดกิจกรรมเวิร์กช็อป “สร้างสุขภาพดี ด้วยการปรับวิถีชีวิต” โดยมี นายแพทย์สันต์ ใจยอดศิลป์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลพญาไท 2 มาให้ข้อมูลความรู้อันเป็นสาระและน่าสนใจสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์เสี่ยงต่อโรค
นายแพทย์สันต์ ใจยอดศิลป์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลพญาไท 2 ให้ข้อมูลว่า “การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตทั้งการทำงาน การออกกำลังกาย การรับประทานอาหารและการพักผ่อนนอนหลับของเรา จากแบบเดิมๆ ที่ไม่ค่อยมีการขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว รับประทานอาหารแบบเอาเร็วและเอาง่ายเข้าว่า ทำงานหนัก ทำงานมาก พักผ่อนไม่เพียงพอ มีความเครียดสูง ไม่ใส่ใจสุขภาพไปสู่วิถีชีวิตใหม่ ที่ประกอบด้วยการออกกำลังกายจริงจังสม่ำเสมอ มีโภชนาการที่ถูกต้องพักผ่อนอย่างเพียงพอ และมีการจัดการความเครียดอย่างเป็นระบบ ในลักษณะของการดูแลสุขภาพตนเองอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ”

สำหรับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น ป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังสามารถทำได้ง่ายๆ โดยเริ่มจาก การปรุงอาหารแบบแคลอรีต่ำ ได้แก่ การทอดด้วยลมร้อน สำหรับผู้ที่ยังติดอาหารทอด สามารถทอดอาหารทุกชนิดด้วยลมร้อน เช่น เฟรนช์ฟรายด์ ผักต่างๆ โดยไม่ใช้น้ำมันเลย ใช้เครื่องทอดด้วยลมร้อนแทน หรือจะผัดแบบไม่ใช้น้ำมัน ซึ่งเป็นเมนูอาหารไทยทั่วไปที่ปรุงขึ้นมาด้วยการผัดโดยใช้น้ำแทนน้ำมัน เน้นการใช้ผัก ธัญพืชทั้งเมล็ด และถั่วต่างๆ เช่น ข้าวผัดผักกับถั่ว ผัดผักรวมมิตร ผัดกระเพรา เป็นต้น รวมไปถึง การอบถั่วและนัทไว้เป็นอาหารว่างกินกับกาแฟ
หรือถ้าใครติดการดื่มน้ำหวาน ก็หันมาดื่มน้ำปั่นไม่ทิ้งกากแทน โดยนำผักผลไม้ปั่นด้วยเครื่องปั่นความเร็วสูง โดยไม่ทิ้งกาก ซึ่งส่วนที่มีคุณค่าที่สุดของผลไม้คือเมล็ดและผิวเปลือก ในการปั่นจึงควรปั่นทั้งเมล็ด เช่น องุ่น และไม่ต้องปอกเปลือก เช่น แอปเปิล ถ้าเป็นไปได้ และรับประทานน้ำปั่นที่ได้ทั้งหมด โดยไม่แยกกากทิ้ง และควรมีครบทุกรสชาติ ทั้ง เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เผ็ด ฝาด และขม เนื่องจากพบว่าสารในพืชนั้นสามารถลดอุบัติการณ์ของมะเร็งและโรคหลอดเลือดได้อีกด้วย

ต่อด้วย การฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เป็นการออกกำลังกายแบบฝึกกล้ามเนื้อ หรือการเล่นกล้าม คือ การออกกำลังกายที่มุ่งเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อกลุ่มต่างๆ ของร่างกาย โดยใช้วิธีให้กล้ามเนื้อได้ออกแรงไปทีละกลุ่ม ด้วยท่าออกกำลังกายแบบต่างๆ ซึ่งแต่ละท่าใช้ฝึกกล้ามเนื้อแต่ละกลุ่ม แต่ละท่าจะใช้วิธีทำซ้ำๆ หลายๆ ครั้ง โดยอาจมีหรือไม่มีอุปกรณ์ช่วยต่างๆ ก็ได้ เช่น สปริงยืด ดัมเบล ซึ่งแตกต่างจากการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ที่มุ่งให้กล้ามเนื้อทั่วร่างกายได้ออกแรงพร้อมๆ กันแบบต่อเนื่องกันไปเพื่อเพิ่มสมรรถนะของระบบหัวใจหลอดเลือด เช่น การวิ่งจ๊อกกิ้ง การเดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือการเล่นกีฬาต่างๆ เป็นต้น ส่วนผู้สูงอายุ มีงานวิจัยพบว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่ดีที่สุดคือการเดินเร็ว และ การสร้างและธำรงรักษาแรงบันดาลใจ เป็นขั้นตอนติดตาม เป็นระยะหลังจากที่ทุกคนมีทักษะที่จะดูแลตนเองได้แล้ว และกลับไปใช้ชีวิตปกติที่บ้านแล้ว เป็นการติดตามกระตุ้นไม่ให้หมดแรงกลางคัน ผ่านกลไกการสื่อสารกันทางโทรศัพท์ อีเมล์ ทุกเดือนโดยมีแพทย์ประจำตัวและพยาบาลประจำตัวเป็นศูนย์กลาง มีระบบเพื่อนช่วยเพื่อนเป็นกลไกเสริม มีระบบฐานข้อมูลติดตามตัวชี้วัดรายบุคคล โดยขั้นตอนนี้จะทำไปอย่างต่อเนื่องตลอดไป แม้จะครบกำหนดแล้วก็ตาม
