แพทย์เตือนอายุ50ปีขึ้นไป เสี่ยงโรค’จอประสาทตาเสื่อม’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/259211

วันอังคาร ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2560, 10.32 น.

หมอเตือนผู้สูงวัย เสี่ยงจอประสาทตาเสื่อม สัญญาณเตือนตามัวลง มองเห็นภาพบิดเบี้ยว  เห็นเส้นตรงเป็นเส้นคดและการมองเห็นสีลดลง แม้รักษาไม่หายขาดแต่สามารถชะลอความเสื่อมได้

นายแพทย์ปานเนตร ปางพุฒิพงศ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า  จอประสาทตาเสื่อม เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อม ในส่วนกลางของจอประสาทตา  ซึ่งจะเกิดเมื่อมีอายุมากขึ้น  และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ความสามารถ ในการมองเห็นของผู้สูงอายุลดลง  โรคนี้มักพบในผู้ที่มีอายุ  50 ปีขึ้นไป  จึงมักเรียกว่าจอประสาทตาเสื่อมเนื่องจากอายุ แต่จอประสาทตาเสื่อมอาจจะพบได้ในผู้ที่มีอายุน้อย  ซึ่งมักพบในผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวป่วย เป็นโรคนี้  อาการของโรคจอประสาทตาเสื่อม คือ มองเห็นภาพบิดเบี้ยว มองเห็นเส้นตรงเป็นเส้นคด มองไม่เห็นส่วนกลางของภาพ การมองภาพต้องใช้แสงเพิ่มมากขึ้น และการมองเห็นสีลดลง ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม คือ อายุ จะพบมากในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี พันธุกรรมโดยร้อยละ 50 ของผู้ป่วย จะมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมาก่อน พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และพบมากในผู้ที่สูบบุหรี่ โดยจะมีโอกาสเป็นโรคนี้เร็วกว่าผู้ที่ไม่สูบถึง10 ปี

จอประสาทตาเสื่อมมี 2 ชนิด คือแบบที่1แบบแห้งหรือแบบเสื่อมช้า เป็นชนิดที่พบได้มากที่สุด โดยเซลล์จอประสาทตาจะค่อยๆ เสื่อมไปอย่างช้าๆ การมองเห็นจะลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น แบบที่ 2 แบบเปียกหรือแบบเร็ว พบร้อยละ 10-15 ของโรคจอประสาทตาเสื่อม โดยจะเกิดการสูญเสียการมองเห็นอย่างรวดเร็วทันที เป็นผลจากจุดกลางรับภาพจอประสาทตาบวม หรือมีเลือดออกที่จอประสาทตา

รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคจอประสาทตาเสื่อมแม้จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดแต่สามารถป้องกันภาวะจอประสาทตาเสื่อมได้โดย หมั่นตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี หรือมประวัติบุคคลในครอบครัวมีภาวะจอประสาทตาเสื่อม งดสูบบุหรี่ เลือกรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ ผักใบเขียว และผลไม้  เป็นต้น จะสามารถป้องกันภาวะจอประสาทตาเสื่อมได้

Leave a comment