‘ฮิลลารี สเต็ป’ เส้นทาง 12 ม.สุดท้ายสู่ยอดเขาเอเวอเรสต์ ถูกทำลายแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 พ.ค. 2560 11:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/948613


ฮิลลารี สเต็ป ในอดีต (ซ้าย) ปัจจุบัน ไม่มีอีกแล้ว (ภาพจาก Facebook / Everest Expedition)

นักปีนเขาผู้ดียืนยัน ฮิลลารี สเต็ป ปราการด่านสุดท้ายอันโด่งดังในการพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ จากเส้นทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ พังทลายแล้ว โดยเชื่อว่าเป็นเพราะผลกระทบจากแผ่นดินไหวในเนปาล…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ‘ฮิลลารี สเต็ป’ ซึ่งเป็นเส้นทางช่วง 12 ม. สุดท้ายก่อนถึงยอดเขาเอเวอเรสต์ และเป็นเส้นที่ถูกใช้ในการพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกแห่งนี้เป็นครั้งแรก โดยเซอร์ เอ็ดมันด์ ฮิลลารี ในปี 1953 ถูกทำลายแล้ว โดยเชื่อว่าเป็นเพราะผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในประเทศเนปาลเมื่อปี 2015

ฮิลลารี สเต็ป เป็นเส้นทางสันเขาหินที่มีลักษณะเกือบตั้งฉาก ถูกขนานนามให้เป็นปราการด่านสุดท้ายที่ยากที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ด้วยเส้นทางปีนเขาทิศตะวันออกเฉียงใต้

ทิม มอสเดล นักปีนเขาชาวสหราชอาณาจักร เป็นผู้ยืนยันชะตากรรมของ ฮิลลารี สเต็ป โดยเขาโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กของเขาหลังจากปีนถึงยอดเขาเอเวอเรสต์เมื่อวันที่ 16 พ.ค. นอกจากนี้ เขายังให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบีบีซีด้วยว่า การสูญเสีย ฮิลลารี สเต็ป ไป เปรียบเหมือนเป็น จุดจบของยุคสมัย “มันเกี่ยวโยงกับประวัติศาสตร์ของยอดเขาแห่งนี้ และเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าขานของการปีนเขาต้องหายไป”

ทั้งนี้ มีรายงานตั้งแต่เมื่อปี 2016 แล้วว่า ฮิลลารี สเต็ป เปลี่ยนรูปทรงไป แต่เนื่องจากหิมะปกคลุมหนาทำให้ไม่อาจยืนยันได้ จนกระทั่งในปีนี้ หิมะมีน้อยลงจึงสามารถยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า ฮิลลารี สเต็ป หายไปแล้ว โดยนายมอสเดลเชื่อว่า ทางเดินนี้ตกเป็นเหยื่อของแผ่นดินไหวรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศเนปาลเมื่อปี 2015 “มันอาจเป็นเพียงเพราะแรงโน้มถ่วง แต่ผมสงสัยว่าแผ่นดินไหวครั้งนั้นเป็นสาเหตุ” นายมอสเดลบอกกับบีบีซี

ทั้งนี้ ยังไม่แน่ชัดว่าการหายไปของ ฮิลลารี สเต็ป จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อการพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ด้วยเส้นทางตะวันออกเฉียงใต้บ้าง โดยนักปีนเขาหลายคนแสดงความเห็นว่า การปีนเขาลักษณะลาดชันอาจทำได้ง่ายกว่าการปีนบนเขาหินขรุขระ แต่ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาคอขวด เมื่อมีนักปีนเขาไปพร้อมกันหลายคนทำให้ใช้เวลาปีนเขานานขึ้น ซึ่งจะยิ่งเพิ่มอันตรายต่อสภาพร่างกายของนักปีนเขาที่ต้องต่อสู้กับอากาศหนาวติดลบและออกซิเจนที่ต่ำ

 

Leave a comment