ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/260017
วันจันทร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยเรื่องของเทคโนโลยีและความก้าวหน้า ทำให้เราไม่อาจปฏิเสธเรื่องราวใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นทุกวันแบบไม่หยุดนิ่ง เช่นเดียวกับวงการแพทย์ที่นอกจากจะต้องมีคุณหมอผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาแล้ว “แล็บ” หรือ “ห้องปฏิบัติการ” ก็เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่จะทำให้ผลการวินิจฉัยและแนวทางในการรักษาของแพทย์มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านระบบการตรวจวินิจฉัยโรคในห้องปฏิบัติการทั่วโลกมากว่า 50 ปี จึงได้จัดงาน Roche Scientific Days 2017 ภายใต้คอนเซ็ปต์ Empowering Lab Leadership เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำให้กับห้องปฏิบัติการทั่วประเทศ พร้อมมอบโซลูชั่นและเทคโนโลยีในห้องแล็บทางการแพทย์ให้ทันกับยุคดิจิตัล ในการส่งมอบผลการตรวจวินิจฉัยที่มีความรวดเร็ว และถูกต้องแม่นยำ

นายสมชัย เจิดเสริมอนันต์ นายกสมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า “วงการแพทย์และสาธารณสุขกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด “การตรวจวินิจฉัย” กลายเป็นหัวใจของการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งให้มากกว่าผลการตรวจ แต่เป็นการให้คำตอบ เป็นการไขข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพได้อย่างเฉพาะเจาะจง ช่วยให้แพทย์และผู้ป่วยสามารถดูแลและบริหารสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งช่วยให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น และลดค่าใช้จ่ายทางสุขภาพได้อย่างมหาศาล
งานเทคนิคการแพทย์ เป็นงานเบื้องหลังที่คนมักมองข้ามแต่มีบทบาทและความสำคัญกับชีวิตของเราตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่ว่าจะเป็นงานเจาะเลือด โลหิตวิทยา งานภูมิคุ้มกันวิทยา งานธนาคารเลือด และการให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยเฉพาะในวัยกลางคนอายุระหว่าง 35 ถึง 60 ปี ซึ่งการทำงานของอวัยวะต่างๆ มีประสิทธิภาพลดลง ศักยภาพของห้องปฏิบัติการมีความสำคัญต่องานตรวจวินิจฉัยและคัดกรองโรคเป็นอย่างยิ่ง เพราะการรายงานผลตรวจที่ถูกต้องแม่นยำ ล้วนเป็นปัจจัยหลักสำหรับแพทย์ใช้ประกอบการตัดสินใจในการรักษา ติดตามผลการรักษา พยากรณ์โรค และป้องกันโรค รวมทั้งประเมินภาวะสุขภาพผู้ป่วย ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่สองของโลกที่สามารถป้องกันการติดเชื้อเอดส์จากแม่สู่ลูก โดยกระบวนการนี้ก็ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ตั้งแต่คุณหมอ แล็บ และผู้ที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด”
เช่นเดียวกับมุมมองของ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ วิปร วิประกษิต คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ที่มองว่าการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ถือเป็นหัวใจของการวินิจฉัยสำหรับแพทย์ เพื่อนำไปสู่การป้องกันและรักษาโรคอย่างแม่นยำและรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นโรคทางพันธุกรรม และโรคใกล้ตัวของผู้หญิงอย่างมะเร็งปากมดลูก
“ต้องยอมรับว่าความก้าวหน้าทางเทคนิคการแพทย์นี้เองที่ช่วยให้หมอมีโอกาสดูแลคนไข้ได้ดีขึ้น และมีคุณภาพมากขึ้น เนื่องจากผลการตรวจจากห้องแล็บจะช่วยยืนยันเรื่องการติดเชื้อ ปริมาณไวรัส ซึ่งจะมีผลกับแพทย์ในการเลือกใช้ยา ปริมาณของยาที่ใช้ ถ้าหากว่าเราไม่มีข้อมูลเหล่านี้ ก็จะรักษาลำบาก ยกตัวอย่างเรื่องโรคเฉพาะของผู้หญิงอย่างมะเร็งปากมดลูก ซึ่งในส่วนของห้องปฏิบัติการณ์ก็จะมีการตรวจหาเชื้อไวรัสที่เรียกว่า Human papillomavirus หรือ HPV ซึ่งไวรัสตัวนี้แหละคือสาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งปากมดลูก ฉะนั้นหากเราใช้เทคโนโลยีจากห้องแล็บมาทำการตรวจหาเชื้อไวรัส HPV นี้ได้ก่อนก็จะยิ่งเป็นการป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้มากขึ้น โดยที่ไม่ต้องรอให้เซลล์เกิดความผิดปกติก่อนถึงจะรู้ว่ามีความเสี่ยงเป็นมะเร็งปากมดลูก แล้วหาทางรักษา
ในส่วนของการเป็นกุมารแพทย์ เราไม่ต้องการรักษาเด็กที่ป่วยเป็นโรค เพราะโรคบางโรคมันไม่สามารถที่จะรักษาได้ หรือเมื่อเกิดขึ้นมาแล้วเป็นภาระต่อสังคมและครอบครัวอย่างมาก เช่น โรคทางพันธุกรรม การมีโครโมโซมที่ผิดปกติ เป็นดาวน์ซินโดรม แบบนี้ต้องมีการรักษาตลอดชีวิต แต่ถ้าเรามีการตรวจวินิจฉัยและคัดกรองโรคตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจโครโมโซมและ DNA ของทารกในครรภ์จากการตรวจเลือดแม่ หรือการตรวจเลือดในเด็กแรกเกิดเพื่อดูภาวะผิดปกติ เช่น การตรวจหาโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ซึ่งเทคโนโลยีปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปมาก ก็สามารถบอกรอยโรคได้เร็วขึ้น ทำให้แพทย์มีข้อมูลที่ละเอียดขึ้นมาใช้วางแผนรักษาผู้ป่วย และแนวโน้มของการตรวจรักษาแบบจำเพาะบุคคลจะนำไปสู่การดูแลผู้ป่วยที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งหมดทั้งมวลเป็นการแสดงให้เห็นว่าการวินิจฉัยบางอย่างของแพทย์สามารถส่งผลอย่างยิ่งใหญ่ต่อการดูแลผู้ป่วย ฉะนั้นแพทย์เองก็ต้องตามให้ทันกับการตรวจวินิจฉัยใหม่ๆ เพราะหากใช้วิธีการเดิม ผลการรักษาก็อาจจะไม่ต่างจากเดิม แต่หากรู้จักใช้การวินิจฉัยใหม่ๆ จากทางห้องปฏิบัติการอย่างเหมาะสมก็ย่อมส่งผลให้การดูแลผู้ป่วยดีขึ้นกว่าเดิม”
สอดคล้องไปกับแนวคิดของ นายแพทย์เจริญ ฉันทวานิช ผู้อำนวยการหน่วยธุรกิจตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ โรงพยาบาลบางประกอก 9 ที่มองเห็นบทบาทของห้องปฏิบัติการว่ามีความสำคัญอย่างมากในการวินิจฉัยและหาแนวทางการรักษาโรคต่างๆ ต่อไป
“เป็นเรื่องน่าดีใจที่ยุคนี้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น มีกระแสการออกกำลังกายและกินอาหารเพื่อสุขภาพ และควรใส่ใจเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคด้วยอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งส่วนนี้ห้องปฏิบัติการมีบทบาทที่สำคัญมาก ปัจจุบันแล็บส่งผลต่อการ
ตัดสินใจของแพทย์เพื่อรักษาถึง 60% ในการช่วยให้แพทย์สามารถตัดสินใจและดูแลรักษา และการดูแลผู้ป่วยแบบจำเพาะบุคคล (personalized care) นับเป็นเทรนด์การดูแลสุขภาพในยุคดิจิตัล ซึ่งจะช่วยคนไทยป้องกันและชะลอโรคทางพันธุกรรม โรคร้ายแรง รวมถึงโรคเรื้อรัง อันเป็นการลดค่าใช้จ่ายทางการแพทย์อย่างมหาศาล
ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมเพิ่มสิทธิตรวจสุขภาพฟรีให้แก่ผู้ประกันตน เริ่มตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา การตรวจวินิจฉัยและคัดกรองโรคตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจการทำงานของตับ ไต ระบบเอนไซม์ ฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกาย หรือการตรวจคัดกรองภาวะเบาหวาน หากผู้ป่วยตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ แพทย์จะช่วยทำการวางแผนในการจัดการกับโรคไม่ให้ลุกลาม รวมถึง
การตรวจหาเชื้อ HPV ก่อนที่จะลุกลามเป็นมะเร็งปากมดลูก เป็นต้น การตรวจสุขภาพ ช่วยป้องกันหรือชะลอโรคภัยไข้เจ็บ และส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นสังคมที่ประชากรมีคุณภาพชีวิตที่ดี”
จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเทคโนโลยีและวงการแพทย์ล้วนเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันอย่างหลีกหนีไม่ได้ เพราะหากแพทย์ปราศจากเครื่องมือที่จะช่วยสนับสนุนการวิเคราะห์ วินิจฉัยโรค เพื่อหาแนวทางในการรักษาแล้ว คนไข้อย่างเราอาจจะต้องฝากชีวิตไว้กับความเสี่ยงที่ไม่มีใครสามารถรับรองความปลอดภัยก็เป็นได้
