ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/259803
วันเสาร์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
กลับมาที่บ้านปลายเนิน พระตำหนักส่วนพระองค์ของ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ อีกครั้ง สำหรับสัปดาห์นี้รายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 ช่วง Focus On พิธีกร “ขิม-ทิพย์ลดา พูนศิริวงศ์” จะพาไปพูดคุยกับ“อาจารย์แหวว-ม.ล.จิตตวดี จิตรพงศ์” ทายาทรุ่นที่ 4 เกี่ยวกับผลงานแบบร่างฝีพระหัตถ์ที่ไม่เคยปรากฏสู่สายตาภายนอก แต่ตอนนี้ได้ถูกนำมารวมเล่มออกสู่สายตาประชาชนทั่วไปแล้ว ในชื่อ PRINCE NARIS A SIAMESE DISIGNER
ซึ่งในเรื่องนี้ ม.ล.จิตตวดี จิตรพงศ์ เล่าว่า “หนังสือเล่มนี้ใช้เวลารวบรวมภาพฝีพระหัตถ์ทั้งหมดรวมกันก็ 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปีพ.ศ.2554 ตอนที่ท่านย่า หม่อมเจ้ากรณิกา จิตรพงศ์ ยังมีชีวิตอยู่ท่านทรงเป็นประธานของมูลนิธินริศรานุวัดติวงศ์ แล้วท่านย่าทรงอนุญาตให้พวกเราเข้าไปดูเอกสาร ท่านทรงเก็บรักษาเอาไว้ ซึ่งผลงานภาพร่างฝีพระหัตถ์ของสมเด็จฯ มีอยู่เป็นจำนวนมาก น่าที่จะรวมกันอาจจะสัก 700-800 ชิ้น

ส่วนที่จัดแสดงในวันนริศ ที่มีการจัดแสดงโชว์ผลงานของพระองค์ในบ้านทรงไทยนั้น ไม่ได้เป็นทุกส่วนที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ เป็นแค่ที่แสดงในวันงานนริศ ตั้งแต่ดิฉันยังเป็นเด็ก เป็นแค่ส่วนน้อยนิดเดียวเอง ตอนที่ท่านย่าอนุญาตให้เข้าไปดูผลงานของพระองค์ได้ ท่านก็อนุญาตที่จะให้รวบรวมแล้วตีพิมพ์ เพื่อประโยชน์ทางด้านการศึกษา ท่านเห็นว่าผลงานภาพร่างฝีพระหัตถ์น่าที่จะเป็นประโยชน์
และนอกจากจะมีภาพร่างฝีพระหัตถ์แล้ว ก็ยังมีตึกที่ดังๆ ด้วย ที่เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาของคนไทยที่น่าที่จะโด่งดังที่สุดก็คือ วัดเบญจมบพิตร แล้วอีกที่หนึ่งก็ พระอุโบสถวัดราชาธิวาส อีกที่หนึ่งที่ทันสมัยในรัชกาลที่ 7 คือ พระอุโบสถวัดพระปฐมเจดีย์ ทั้งหมดนี้จะมีแบบร่างฝีพระหัตถ์อยู่ในหนังสือ
สำหรับหนังสือเล่มนี้ถามว่า 5 ปี ใช้เวลาทำอะไรบ้าง ก็เริ่มตั้งแต่แยกเอกสารเลย ซึ่งเอกสารที่เก็บไว้ตั้งแต่สมัยนั้นถามว่ามีการเก็บแล้วต้องซ่อมแซมกันด้วยหรือไม่ มีส่วนหนึ่งที่ทางกรมศิลปากรได้ช่วยซ่อมแซมแล้ว แต่ว่าก็ยังมีส่วนที่เหลือที่ยังต้องซ่อมกันอีก เป็นสิ่งที่ต้องทำกันในอนาคต ก็จะมีทีมงาน มีทั้งกรมศิลป์ และมีผู้เชี่ยวชาญในแขนงต่างๆ มาช่วยกว่าจะรวมมาเป็นหนังสือเล่มนี้

ซึ่งความพิเศษของหนังสือชื่อว่า PRINCE NARIS เล่มนี้นั้น จะเป็นภาษาอังกฤษหมดเลย เหตุผลที่ทำเป็นภาษาอังกฤษ เพราะอยากที่จะเฉลิมพระเกียรติพระองค์ หนังสือเล่มนี้ทำเนื่องในโอกาสที่ว่า วันประสูติพระองค์ท่านครบ 150 ปี แล้วก็อยากที่จะเผยแพร่เรื่องของพระองค์ให้กับคนต่างชาติด้วย ก็ถือว่าเป็นศิลปะของประเทศเลยก็ว่าได้เพราะมีฝีพระหัตถ์ต่างๆ แบบร่างสถานที่สำคัญที่รวบรวมอยู่หนังสือเล่มนี้
ข้อมูลในหนังสือ แบ่งออกเป็น 4 หมวดหมู่ หมวดหมู่ที่ 1 เป็นเรื่องเกี่ยวกับอาคาร หมวดหมู่ที่ 2 เป็นกายวิภาคมนุษย์ กายวิภาคสัตว์ แล้วก็ตัวอักษร การวาดแล้วก็การเขียนตัวอักษร คือจะเห็นได้ว่า ดิฉันเรียกว่าพระองค์ท่านเป็นดีไซเนอร์ เพราะว่าสิ่งที่ทรงออกแบบมันเป็นองค์รวมของทั้งศาสตร์แห่งศิลปะและสถาปัตยกรรม
เราเปิดตัวหนังสือไปเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา เราจัดพิมพ์ออกมา 1,500 เล่ม ผลตอบรับดีมาก ส่วนของที่มูลนิธิจัดขายเหลืออีกแค่100 เล่ม ก็จะกระจายไปทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งเราจะแบ่ง 100 เล่มส่งไปที่อังกฤษเพราะว่าคนที่ช่วยทำที่มีบทบาทมากเลยชื่อ SERINDIAPublications จะเป็นตัวแทนที่ช่วยเราจัดจำหน่ายที่ต่างประเทศ ก็มีอยู่ตามอะเมซอนด้วย

หนังสือเล่มนี้สังเกตดูจะมีความประณีตมาก มีการพิมพ์ทั้งตัวนูนต่ำนูนสูง ส่วนทำไมต้องเป็นสีชมพูนั้น ก่อนอื่นต้องขอบคุณคนที่ช่วยออกแบบหน้าปก คุณเนรมิต สิทธิราช เราเลือกสีชมพูนี้ออกมาจากภาพเขียนของพระองค์ท่าน ภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ แล้วก็เอามาเพิ่มความหรูหราโดยการใส่สีทองเข้าไป
ส่วนตราสัญลักษณ์หน้าปกจะเป็นสัญลักษณ์ของพระองค์ท่าน ซึ่งสัญลักษณ์อันนี้เป็นสัญลักษณ์ชื่อว่า ตรา น.ในดวงใจ ซึ่งรูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่พระองค์ท่านใช้ทำกราฟิกให้สำหรับคนที่มากราบขอพรพระองค์ท่านตอนวันสงกรานต์ ก็จะเปลี่ยนรูปแบบของการเขียน ตรา น.ในดวงใจ ไปทุกๆ ปีใครที่มาไหว้พระองค์ท่าน ท่านก็จะให้ของขวัญกลับ ก็เป็นภาพที่เรียกว่าภาพพสชาดก ที่อยู่ข้างในแพ็กเกจจิ้งที่พระองค์ท่านทรงออกแบบนี้
สำหรับทีมงานถามว่ามีเยอะมากมายขนาดไหนกว่าจะมาเป็นหนังสือเล่มนี้ ถ้าเป็นฝั่งสำนักพิมพ์ คุณเชน-สุวิทย์ กปกรณ์กุล เป็นเจ้าของสำนักพิมพ์ SERINDIA ก็จะมีทีมงานที่เป็นเอดิเตอร์ของแหวว ชื่อคุณซาร่า รูนี่ แล้วก็มทีมที่ว่าเป็นครีเอทีฟดีไซเนอร์ของสำนักพิมพ์ ชื่อคุณอาภรณ์ บุษบก แล้วก็มีคนที่เป็นปรูฟรีดเดอร์ มีคนที่เหมือนกับว่าช่วยตรวจเอกสาร อันนี้ก็จะเป็นทีมของ SERINDIA

ส่วนทีมของแหววจะมีคนที่สำคัญก็คือ มาร์ค คาร์คเซิล เป็นไดเรคเตอร์ที่ลอนดอน เขาเป็นคนช่วยแหววเหมือนกับว่าแง่คิดต่างๆ ที่จะพูดถึงภาพแบบร่างเหล่านี้ แล้วก็ช่วยเอดิสด้วย สำหรับคนที่สนใจอยากเป็นเจ้าของ ที่หาซื้อได้ง่ายก็คือไปซื้อที่ร้านชื่อ ฮาร์ทคัฟเวอร์ อยู่ชั้น 4 เซ็นทรัล แอมบาสซี่ แล้วก็ที่ร้านหนังสือภายใต้สำนักพิมพ์ SERINDIA Publications ราคาเล่มละ 2,950 บาท
แต่ถ้าหนังสือขายหมดแล้ว ถามว่ามีแพลนที่จะจัดพิมพ์อีกไหม ตอนนี้ยังไม่มีค่ะ ที่เอ่ยว่าเหลืออีก 100 เล่มนี่เป็นส่วนของมูลนิธิฯ ซึ่งจัดจำหน่ายเองด้วย ต้องติดต่อมาทางเฟซบุ๊คของมูลนิธิฯ แต่ส่วนของ SERINDIA Publications จะมีอีก 500 เล่มซึ่งตอนนี้แหววไม่แน่ใจว่าเหลืออยู่เท่าไหร่แล้ว

การที่ภาพในหนังสือเล่มนี้ออกมาสวย คนที่ช่วยถ่ายภาพแบบร่างฝีพระหัตถ์ เป็นทีมช่างภาพมาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ส่วนช่างภาพที่ช่วยแหววไปถ่ายตามสถานที่จริง เช่น พระที่นั่งบรมพิมาน หรือพระอุโบสถวัดราชธิวาส คือช่างภาพที่ชื่อ คุณชูศักดิ์ วรพิทักษ์ ที่ภาพออกมาสวยได้ขนาดนี้ ก็เพราะทีมงานนี้
เรื่องฟีดแบ๊ก เนื่องจากหนังสือเป็นภาษาอังกฤษ ถามว่าฟีดแบ๊กจากต่างชาติเป็นอย่างไรบ้าง ตอนนี้ฟีดแบ๊กที่ได้ยินจะเป็นคำชมเกี่ยวกับเรื่องการออกแบบรูปเล่ม แต่ว่ากำลังรออยู่ว่าอยากฟังเรื่องของคอนเทนต์ ก็ต้องติดตามกันต่อไป”




