ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/260201
วันอังคาร ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ทีมดีไซเนอร์ 11 แบรนด์ไทย นำโดย พลพัฒน์ อัศวะประภา นายกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ
สร้างความตื่นตาตื่นใจ ให้กับวงการแฟชั่นไทยอีกครั้ง “สมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ” หรือ Bangkok Fashion Society (BFS) ที่เกิดจากความร่วมมือของเหล่าสมาชิกแบรนด์แฟชั่นไทยชั้นนำ ที่มีอุดมการณ์ด้านความคิดสร้างสรรค์และวิถีการทำงานร่วมกัน ซึ่งนับเป็นปีที่ 7 แล้วที่เหล่าดีไซเนอร์ยังคงร่วมมือกันสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพประดับวงการแฟชั่นไทยอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ถ่ายทอดไอเดียสดใหม่ผ่านผลงานการออกแบบคอลเลคชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2017 บนรันเวย์หน้าร้อนสร้างแรงบันดาลใจในการแต่งตัวให้กับเหล่าแฟชั่นนิสต้าที่มาร่วมงาน บริเวณโซนคิวเรเตอร์ ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์ ชั้น 2 อย่างคับคั่ง
โดยในปีนี้ได้มีการจัดโชว์คอลเลคชั่นจาก 11 แบรนด์ไทยชั้นนำ ได้แก่ “อาซาว่า” (ASAVA), “เกรย์ฮาวด์ ออริจินัล” (GREYHOUND ORIGINAL), “อิชชู่” (ISSUE), “คลอเส็ท” (Kloset), “มิลิน” (MILIN), “เพนคิลเลอร์” (PAINKILLER), “ตุ๊ดตี้ แอนด์ ตุ๊ดตี้ฟรุตตี้” (TUTTI & TUTTI FRUTTI), “วิคธีร์รัฐ” (VICKTEERUT) รวมถึงสามแบรนด์สมาชิกใหม่ ได้แก่ “เอ เอส วี” (ASV), “ปฏิญญา” (PATINYA) และ “ที แอนด์ ที” (T AND T)

พลพัฒน์ อัศวะประภา ในฐานะนายกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า “เรามีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้แฟชั่นไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์และคุณภาพของงานฝีมือซึ่งในปีนี้ทางสมาคมก็เติบโตขึ้นมากเพราะได้รับการตอบรับที่ดีจากทุกฝ่ายมาโดยตลอด และเราก็ได้มีการเพิ่มสมาชิกใหม่เข้ามาเพื่อสร้างสรรค์ผลงานให้หลากหลายและตอบโจทย์คนแฟชั่นให้ครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งโดยปกติเสื้อผ้าที่นำมาโชว์จะยังไม่สามารถให้คนเลือกชมกันได้ แต่ครั้งนี้เราตั้งใจอยากให้คนที่มาชมแฟชั่นโชว์ได้สัมผัสกับเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ทันที ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งความพร้อมที่เราต้องการผลักดันอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้เติบโตขึ้นโดยเร็ว”
และสำหรับฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2017 นี้ ทาง “สมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ” หรือ BFS ได้นำเสนอคอลเลคชั่นใหม่ผ่านรูปแบบการจัดแฟชั่นโชว์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “SEE NOW- BUY NOW!” ให้เหล่าแฟนคลับแบรนด์ได้ร่วมชม และสามารถสัมผัสกับคอลเลคชั่นล่าสุดได้ทันทีหลังจบแฟชั่นโชว์ ซึ่งแต่ละแบรนด์ต่างก็มีผลงานการออกแบบที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว แบ่งออกเป็น3 เทรนด์หลัก ได้แก่ อะราวด์ เดอะ เวิลด์ (Around The World)แรงบันดาลใจจากการเดินทางไปสู่ดินแดนต่างๆ ทั่วโลกได้ถูกนำมาถ่ายทอดลงบนงานดีไซน์เสื้อผ้าได้อย่างน่าสนใจ ผ่านการผสมผสานวัฒนธรรมที่แตกต่างให้เข้ากันได้อย่างลงตัว มายด์ส ทริป (Mind’s Trip) ความฝัน และจินตนาการ รวมถึงการหวนรำลึกถึงตัวตนของจิตใต้สำนึก ได้ถูกนำมาผนวกให้เข้ากัน จนเกิดเป็นไอเดียการออกแบบสุดสร้างสรรค์อันล้ำสมัย ไทม์ แมทชีน (Time Machine) การเดินทางกลับสู่ความทรงจำที่ถวิลหาในอดีต และการรำลึกถึงผลงานศิลปะชิ้นมาสเตอร์พีซที่มีส่วนช่วยขับเคลื่อนแฟชั่นในยุคปัจจุบัน

ส่วนเทรนด์ โครงร่างของเสื้อผ้าที่เหมาะกับฤดูกาลนี้ แบ่งออกเป็น 3 เทรนด์ด้วยกัน แฟลร์ (Flair) ความบานของเสื้อ, กระโปรง และขากางเกง ถูกนำมาใช้ในซีซั่นนี้เพื่อสร้างลุคแปลกใหม่ที่พลิ้วไหว และสนุกยิ่งขึ้น ลูส (Loose) ความหลวมโคร่งที่ดูสบาย เหมาะสมกับฤดูกาลนี้และอากาศร้อนของเมืองไทย เทเลอร์ด (Tailored) โครงร่างของเสื้อสูท และยูนิฟอร์มสุดเนี้ยบ ถูกนำมาเพิ่มเทคนิคการตัดเย็บที่หลวมสบาย ช่วยเพิ่มความโก้หรูและสวมใส่สบายได้ในขณะเดียวกัน
รวมถึงดีเทลและเทคนิคการตัดเย็บที่ถูกนำมาใช้ในซัมเมอร์นี้ ได้แก่ ระบายรัฟเฟิล (Raffles) ที่ช่วยสร้างวอลลุ่มและเพิ่มความพลิ้วไหวให้กับเสื้อผ้าได้เป็นอย่างดี, โชลเดอริสม์ (Shoulderism) งานออกแบบที่เน้นเผยช่วงไหล่ ช่วยเพิ่มความเย้ายวนชวนมองให้กับผู้สวมใส่, บล็อกกิ้ง (Blocking) การตัดต่อเนื้อผ้าต่างสีและต่างชนิดกัน ถ่ายทอดความสนุกสนานลงบนชุด ให้เหมาะกับฤดูร้อนนี้,ซีทรู (See-through) งานดีไซน์ที่ช่วยเผยผิวของหญิงสาวได้อย่างน่าค้นหาและไม่โป๊จนกินไป และ สเปเชี่ยล ทัช (Special Touch) การเลือกใช้เนื้อผ้าและวัสดุที่ให้ความรู้สึกแปลกใหม่เมื่อสวมใส่ ซึ่งเทคนิคเหล่านี้ได้ถูกนำมาใช้ในการดีไซน์ให้เข้ากับลวดลายต่างๆ อาทิ ลายดอกไม้, ลายทาง รวมไปถึงลายพิมพ์กราฟิกย้อนยุคได้อย่างลงตัว
นับเป็นความร่วมมือกันสร้างสรรค์เทรนด์ใหม่รับฤดูร้อนได้อย่างน่าประทับใจ


