ชญานิน ปัตตพงศ์ ทำธุรกิจด้วยหลัก ‘คุ้มค่าแก่การลงทุน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/261979

วันเสาร์ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

แขกรับเชิญของเราในวันเสาร์นี้ เป็นนักธุรกิจหนุ่มจากเมืองสองแควพิษณุโลก ชญานิน ปัตตพงศ์ที่มีทั้งความหล่อและดีกรีความสามารถ และไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายน่าสนใจไม่น้อย

ในด้านธุรกิจ ชญานิน นั่งเก้าอี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี.พี.ซี.คอนกรีตอัดแรง จำกัด จำหน่ายคอนกรีตรายใหญ่ของจังหวัดพิษณุโลก มานานกว่า 40 ปี ซึ่งตัวเขานั้นเป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 ที่มารับช่วงต่อบริหารธุรกิจของครอบครัวเป็นเวลา 16 ปีแล้ว รวมถึงการทำธุรกิจด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

“การทำธุรกิจในต่างจังหวัดอาจไม่รุนแรงเท่ากับในเมืองใหญ่ การแข่งขันอยู่ในระดับปานกลาง การทำธุรกิจก็ต้องอาศัยคอนเนคชั่น ความซื่อสัตย์ เพื่อให้ธุรกิจเราอยู่ได้ แต่ข้อดีของการอยู่ต่างจังหวัดสำหรับผมคือ การมีเวลาทำอะไรได้มากกว่า อย่างตอนเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ หรือแม้แต่ทุกวันนี้เข้ามาติดต่อธุรกิจที่กรุงเทพฯ จะรู้สึกว่าทุกอย่างวุ่นวาย รถติด เวลาจะเดินทางในกรุงเทพฯ ก็ต้องเผื่อเวลามาก แต่อยู่พิษณุโลกตื่นเช้ามายังมีเวลาดื่มกาแฟก่อนไปทำงานมีเวลาให้กับครอบครัว แต่ในอนาคตก็คิดที่จะขยายธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใกล้ๆ เมืองหลวง ถึงแม้เราจะเป็นรายเล็กในตลาดใหญ่ อาจจะได้ส่วนแบ่งแค่ 1%แต่มันก็มีมูลค่ามากกว่า 25% ในตลาดเล็ก แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูโอกาสความเป็นไปได้ด้วย”

ในด้านงานเพื่อสังคม ชญานิน ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้พิพากษาสมทบ ศาลแรงงานภาค 6 และผู้ประนีประนอม ศาลจังหวัดพิษณุโลก เป็นการทำงานเพื่อสังคมที่อีกอย่างหนึ่งที่เขาภูมิใจ

“ถึงแม้จะเป็นการรับเชิญ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะได้เป็นกันได้ง่ายๆ เพราะต้องผ่านกระบวนการคัดสรรคุณสมบัติเข้มข้น ทั้งด้านการศึกษา ความน่าเชื่อ ต้องมีการสอบแล้วสอบอีก เพราะหน้าที่ตรงนี้ต้องการผู้ที่จะสามารถไกล่เกลี่ยประนีประนอม เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้รับความเป็นธรรม พอได้มาทำหน้าที่ตรงนี้ก็เหมือนว่าเราได้ช่วยเหลือผู้อื่นที่เขามีความเดือดร้อนจริงๆ ทำให้ผมมีความรู้ด้านกฎหมายมากขึ้น สามารถนำมาใช้ในการทำธุรกิจได้อีกด้วย”

ชญานิน เป็นอดีตนักว่ายน้ำทีมชาติ การเล่นกีฬาและออกกำลังกาย จึงเป็นอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์ที่โปรดปราน ซึ่งปัจจุบันเขากำลังทุ่มเทให้กับ “ไตรกีฬา”

“เพิ่งหันมาเล่นไตรกีฬาได้เกือบสองปีครับ เสน่ห์ของมันคือ เราได้เล่นกีฬาถึง 3 ชนิดไปพร้อมๆ กัน ทำให้ไม่เบื่อ วันนี้ซ้อมวิ่ง วันพรุ่งนี้ซ้อมว่ายน้ำ วันต่อไปซ้อมปั่นจักรยาน ไปเวทเทรนนิ่งบ้าง ผมแข่งในระยะสแตนดาร์ด คือ ว่าย 1.5 กม. ปั่น 40 กม. และวิ่ง 10 กม. ปีที่แล้วลงแข่งได้ 2 รายการ ปีนี้ตั้งไว้ 3 รายการ จริงๆ ไม่ได้หวังชัยชนะหรือแข่งกับคนอื่นแต่แข่งเพื่อเอาชนะตัวเอง เพื่อเป็นการออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่ดีมากกว่า”

นอกจากกีฬาแล้ว ถ้าพูดไลฟ์สไตล์ของหนุ่มๆ ต้องไม่พ้นเรื่องเครื่องยนต์และความเร็ว ซึ่ง ชญานิน ก็เป็นหนุ่มรักความเร็วเช่นกัน จนเพื่อนๆ ยกให้เป็นประธานกลุ่ม Supercar ภาคเหนือตอนล่าง

“ส่วนตัวผมไม่ได้ชอบแต่ Supercar เท่านั้น ยี่ห้อทั่วๆ ไปก็ชอบครับ เพราะแต่ละค่ายแต่ละรุ่นจะมีคาแร็กเตอร์เฉพาะตัวของเขา ตัวผมไม่ได้ถึงขนาดสะสมรถ แค่มีคันที่ชอบๆ ก็ซื้อไว้บ้าง อย่างลัมโบกินีผมว่าเป็นความใฝ่ฝันของผู้ชายทุกคนที่อยากมีไว้ในครอบครอง ทุกวันนี้ส่วนใหญ่เป็นรถที่มีไว้ใช้งานจริงๆ เพราะมีครอบครัว มีลูกด้วย การมีรถไว้เยอะๆแต่ไม่ได้ใช้งาน ก็เป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่าเท่าไร เพราะค่าบำรุงรักษาค่อนข้างสูง คือถ้าจะซื้อมาก็เป็นคันที่ชอบจริงๆ”

ไม่แค่รถยนต์เท่านั้น จักรยานยนต์ ก็เป็นพาหนะที่ ชญานิน ชื่นชอบเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสองล้อค่ายหรู DUCATI โปรดปรานถึงขึ้นที่ควักกระเป๋าหลายสิบล้าน ลงทุนสร้างโชว์รูมสุดหรูจำหน่าย DUCATIที่จังหวัดพิษณุโลกกันเลยทีเดียว

“ที่ตัดสินใจเป็นตัวแทนจำหน่าย DUCATI เพราะผมชอบมอเตอร์ไซค์แบรนด์นี้มาก เป็นแบรนด์มอเตอร์ไซค์อันดับหนึ่งจากอิตาลี แล้วเพิ่งจะมาดังในบ้านเราได้ไม่กี่ปีที่ผ่านมา บอกตรงๆ ว่า เป็นการสนองความต้องการของตัวเองล้วนๆ ครับ ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายไม่ได้คิดถึงผลกำไร หรือจะสร้างยอดขายรถได้เยอะๆ แต่อยากสร้างพื้นที่ให้คนรัก DUCATI คนรักมอเตอร์ไซค์ในต่างจังหวัดได้มาพบกัน เพราะผมเข้าใจว่าคนที่รักรถ ถึงไม่ซื้อแต่แค่ได้มาดู ได้มาสัมผัสก็มีความสุขแล้ว ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างโชว์รูม คาดว่ากลางปีนี้ก็เปิดอย่างเป็นทางการ”

นี่เป็นส่วนหนึ่งของงานและไลฟ์สไตล์ ซึ่งเรามองแล้วว่า เขาเป็นคนที่ทำอะไรหลากหลายได้ประสบความสำเร็จ แต่ในมุมมองส่วนตัวเขาไม่มองเช่นนั้น

“ถ้าด้านครอบครัว ผมคิดว่าประสบความสำเร็จครอบครัวมีความสุข แต่ในด้านธุรกิจ ผมคิดว่ายังไม่ประสบความสำเร็จ ผมยังมีโปรเจกท์ที่อยากจะทำอีกหลายอย่าง ก็ตั้งใจค่อยๆ ทำไป ผมจะไม่ได้ตั้งเป้าว่าปีนี้เราจะอย่างนั้นอย่างนี้ แต่จะดูโอกาสความเป็นไปได้ดูความคุ้มค่าแก่การลงทุน และเป็นสิ่งที่ผมชอบด้วยผมก็จะทำ อาจจะบอกได้ว่าประสบความสำเร็จหรือยังคงสักตอนอายุ 50-60 ปี เป็นตอนที่ผมรีไทร์แล้วถึงจะรู้ว่าที่ทำมาทั้งหมดประสบความสำเร็จหรือเปล่าครับ”

Leave a comment