ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/264464
วันเสาร์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2560, 16.02 น.
กลายเป็นประเด็นร้อนและลุกลามกลายเรื่องราวใหญ่โต ซึ่งก่อนหน้านี้ “หนิง ปณิตา” ได้พาหนุ่ม “เสือ” เข้าแจ้งความเนื่องจากถูกนำชื่อไปอ้างเก็บค่าหัวคิวเด็กที่จะมาแคสติ้งเป็นนักแสดงล่าสุดได้เจอ “หนิง” ในงานแถลงข่าวเปิดตัว บริษัท โอยู อินเตอร์เนชันแนล จำกัด และ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม OU (โอยู) ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9 เจ้าตัวก็อัพเดทเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ฟังว่า
“หลังจากแจ้งความเรายังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เพราะกำลังยุ่งๆ อยู่ แต่ได้รับติดต่อจากคนที่ทำมาแล้ว เขาส่งข้อความมาหาเราว่ามันเป็นเรื่องที่เราเข้าใจผิด จริงๆ แล้วที่รับเงินจากน้องไปไม่ได้มาเล่นละครค่ายเราแต่เป็นค่ายอื่น เขามีละครให้เล่นแล้วเพียงแต่ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นค่ายไหน จะถ่ายในวันที่ 20 พ.ค.นี้ แต่ตอนนี้เขาคงไม่เอาเด็กคนนี้แล้วเพราะเหมือนเป็นเด็กที่ไม่ดีและจ้องจะทำลายเขา เราก็ถามข้อมูลเขาเพิ่มเติมนะเพราะถ้ามีละครจริงๆ ก็ต้องบอกได้ใช่ไหมหละ เอาเป็นว่าถ้าเขาจะพูดอะไรก็แล้วแต่เรามีคลิปเสียงที่เราได้คุยกับเขาและที่เขาได้คุยกับน้องเอาไว้
เรื่องนี้จะบอกว่าไม่ใช่เรื่องของเรามันก็ไม่ถูกซะทีเดียว แต่ที่ออกมาทำแบบนี้เพราะมันคือความฝันของเด็กบ้านนอกคนหนึ่งที่อยากจะมีงานทำ เราก็อยากให้น้องได้เงินคืนเพราะเป็นเงินที่น้องต้องหยิบยืมจากคนอื่นมาให้ 5 หมื่นบาทสำหรับบางคนอาจจะน้อยแต่สำหรับเขามันก็มากพอดู และที่สำคัญคือเขาเป็นคนในวงการบันเทิง ทำแบบนี้มันไม่สร้างสรรค์กับวงการของเรา เท่าที่เรารู้การจะทำอะไรก็ตามในวงการมันไม่มีการกินหัวคิวก่อน ถ้าจะมีค่าหัวคิวคือได้เซ็นสัญญาและได้ทำแน่นอน เราก็อยากจะให้เรื่องนี้เป็นสิ่งเตือนให้กับคนอื่น เราไม่อยากให้มาเป็นเหยื่อ ตัวเราเองก็เคยเกิดเรื่องคล้ายๆ กันมาก่อนเมื่อนานมาแล้ว ซึ่งตัวเราก็ไปแจ้งความอย่างที่หลายคนคงจะจำได้ แต่สิ่งที่เราไม่เข้าใจคือทำไมกะเทยนางนี้จึงยังเฉิดฉายอยู่ในวงการบันเทิง ถ้าเราปล่อยไปอีกจะมีคนกี่คนที่ต้องถูกหลอก เราก็เลยอยากจะรับผิดชอบที่เขาเอาชื่อเราไปอ้าง
ที่ถามว่ารู้จักกับน้องเสือได้ยังไง เอาจริงๆ ก่อนจะไปแจ้งความเราไม่ได้รู้จักน้องมาก่อน เลขาของพี่โน่โทรมาถามกับเราว่าบริษัทเรามีเป็บค่าหัวในการแคสติ้งเหรอ เราก็งงเพราะทำด้วยกันก็เห็นว่าไม่มี ครั้งนี้เราลงในกลุ่มแฟนคลับว่าจะรับนักแสดง เราไม่ได้ใช้ทีมงานทำ เราเป็นคนแคสเอง ฉะนั้นไม่มีการเก็บค่าหัวแน่นอน เราเลยให้เลขาพี่โน่โทรไปหาน้องเขาเพื่อมาคุยกัน น้องเขาก็เลยมาหา เราก็ได้มีการโทรไปสอบถามกับคนที่เอาเงินเด็กไป ตอนแรกเขาก็ทำอึ้งๆ แล้วบอกว่ามีคนแกล้งเขา ในขณะที่เราวางสายจากเขาเขาก็โทรเข้าเบอร์น้องเสือทันทีซึ่งเขาไม่ทราบว่าเรากับน้องเขาอยู่ด้วยกัน เขาก็โวยวายกับทางน้องว่าทำไมไม่เชื่อใจกัน ทำแบบนี้มันพังกันไปหมดแล้ว พอน้องเขาถามว่าจะได้เล่นจริงๆ ไปเขาก็พูดเหมือนเป็นการรับใต้โต๊ะเพื่อยัดเข้า ซึ่งมันเป็นไม่ได้เพราะเราเป็นคนแคสติ้งเอง ถ้ามีรับใต้โต๊ะจริงเด็กคนนั้นก็ไม่มีสิทธิ์ได้เล่นเพราะอำนาจในการเลือกนักแสดงอยู่ที่เรา
กับเรื่องคู่สัญญาของ “แคทรียา มารศรี” คือตอนที่เขาเล่นละครกับทางเราเขาได้รับเงินในนามของบ.ที่มีปัญหานี้ซึ่งเป็นคู่สัญญา เขาก็เอาใบคู่สัญญานี้ให้เด็กดูว่าจะมีสัญญายังไง ได้รับเงินแค่ไหน เสียเงินแค่ 5 หมื่นได้แต่มากกว่า 10-20 เท่า ที่ทำให้เด็กเชื่อเพราะเขาพาไปร่วมงานหนังสือสักแห่งซึ่งการจะมีดาราไปร่วมงานมันไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สำหรับเด็กที่ไม่เคยเห็นมันจะเป็นเรื่องที่ตื่นตาตื่นใจ มันก็เลยทำให้เขาเชื่อถือตรงนั้น
สำหรับเรื่องแจ้งความคือของเราลงเป็นบันทึกประจำวันไว้ แต่ของน้องเป็นบันทึกและแจ้งความเป็น 2 โรงพัก ทางตร.ก็แนะนำว่าถ้าจะมีการคืนเงินให้ลงบันทึกประจำวัน ซึ่งตอนนี้เขาได้คืนเงินน้องแล้ว 5 หมื่นบาท แต่หลังจากที่คืนเงินน้องแล้วรู้สึกจะมีคู่กรณีหลายคนมาแจ้งความต่ออีก เขาก็จะบอกกับทุกคนว่าเขาไม่ได้ทำ ทั้งหมดคือเรื่องเข้าใจผิด เด็กคนนี้พยายามจะดิสเครดิตเขา แต่ถ้าใครได้ฟังคลิปที่ได้สนทนากันมันไม่มีอะไรดิสเครดิตกัน ถามว่าเรื่องนี้กระทบบ.เราไหมมันก็มีแหละ แต่เชื่อว่าวันที่เราได้ออกมาเคลียร์คนจะเข้าใจ การที่จะเรียกรับใต้โต๊ะมันไม่คุ้มกับการที่เราสร้างชื่อเสียงขึ้นมา เอาจริงๆ เรื่องนี้เราไม่ได้ซีเรียสว่าจะกระทบตัวเราเท่าไร แต่เราซีเรียสที่เราไม่อยากให้มีคนใช้ความเป็นคนในบันเทิงไปหลอกลวงคนอื่นที่เขามีฝันที่อยากจะทำงาน เราอยากให้พี่ๆ นักข่าวและคนในวงการบันเทิงมีมาตรการเด็ดขาดกับคนพวกนี้ ไม่งั้นเขาก็จะเดินเฉิดฉายอยู่ต่อไป แล้วคนที่โดนหลอกไปความเดือดร้อนของเขาคืออะไร
ส่วนจะทำอะไรหลังจากนี้ เอาจริงๆ ยังไม่ได้คิดเลย 3-4 วันนี้มาแทบไม่ได้นอนเพราะกำลังตัดละครอยู่ แต่ส่วนตัวเราถ้าเขาทำผิดแล้วยอมรับเราก็ต้องให้โอกาสเขาแก้ไข แต่ไม่ใช่ว่าผิดแล้วแต่ก็ยังแถไปเรื่อยๆ ถ้าเป็นแบบนี้เราก็อาจจะดำเนินคดีที่ทำให้เราเสียหาย กับที่คุยกับเขาครั้งสุดท้ายเขาพยายามพูดว่าไม่เกี่ยวกับบ.เรา ไปเล่นของบ.อื่น ซึ่งเราก็ถามเขาว่าบ.อะไร ผู้จัดคนไหน เพราะเรื่องแบบนี้มันไม่จำเป็นต้องปิด แล้วยิ่งบอกว่าเริ่มถ่าย 20 พ.ค.ก็แสดงว่าละครเรื่องนี้มันไม่ใช่ความลับอีกต่อไปแล้ว แต่เราก็ตัดบทเลิกคุยก่อนเพราะกำลังยุ่งๆ อยู่ ถามว่าเคยเห็นหน้าเขาไหมก็เคยเจอนะ เขาเคยเข้ามาในกองเราด้วยครั้งหนึ่ง ก็อยากฝากบอกว่าคนในวงการบันเทิงอย่าทำแบบนี้กับคนที่เขามีความฝัน อย่าให้เขามาป็นเหยื่อ อย่าทำให้วงการบันเทิงมันดูแย่หรือตกต่ำ”
