ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/267645
วันเสาร์ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ย้ายบ้านจาก พระราม 4 มาสังกัดวิกหมอชิต ประเดิมละครเย็นเรื่อง “สื่อสองโลก” หนุ่ม แชป-วรากร ศวัสกร บอกเส้นทางนี้
ไม่ง่ายเลย…
เมื่อครั้งยังเด็ก
ผมเป็นเด็กดื้อครับ เป็นเด็กที่ไม่ค่อยฟังพ่อแม่แล้วก็ชอบกลับบ้านดึก แอบออกไปเล่นบ้านเพื่อนโดยไม่ได้บอกแม่ แล้วคือ
เมื่อก่อนก็ยังไม่มีมือถือก็เลยจะติดต่อกันไม่ได้เราก็แอบไปเลยก็เลยทำให้โดนตีบ่อยๆ เพราะว่ากลับบ้านดึกแต่ว่าก็ไม่เข็ด ผมจะอยู่ที่เมืองไทยที่โคราชถึงประมาณแค่ 9-10 ขวบ ผมก็ไปอยู่เยอรมนีที่เบอร์ลิน กลับมาอีกทีก็คือ 17-18

กับชีวิตในต่างแดน
ผมไปเรียนครับไปกับแม่และพี่ชายคือแม่อยากให้เราไปเรียนต่างประเทศ ซึ่งพอไปถึงที่นู่นก็ต้องปรับตัวเยอะเลยครับ เรื่องภาษาก็ไม่ได้แล้วเพราะว่าต้องใช้ภาษาเยอรมันด้วย เราก็ต้องไปเรียนเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่แรก และด้วยความที่เราเป็นเด็กเอเชียด้วยก็เลยจะโดนแกล้งบ่อยแรกๆ จะมีท้อแอบร้องไห้บ้าง พอเริ่มปรับตัวได้เริ่มพูดได้มันก็เลยไม่ค่อยมีความรู้สึกตรงนั้นแล้ว ภาษาเยอรมันถือเป็นภาษาที่สองของผมรองจากภาษาไทยเลยครับ แต่ว่ามันก็ไม่ค่อยได้ใช้ในชีวิตประจำวันเท่าไหร่ ตอนที่อยู่ที่นู่นก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องอยู่นานแค่ไหนแต่ก็อยากกลับเมืองไทยมาก อยากอยู่เมืองไทย

เป้าหมายชีวิตที่คุณแม่วางไว้
คือแม่อยากให้เราได้เรื่องของภาษา อยากให้เป็นนักบินก็ส่งให้ไปเรียน ซึ่งถามความรู้สึกของผมแล้วผมก็อยากเป็นแหละ เพียงแต่ว่านักบินมันไม่ใช่ว่าจะเป็นกันง่ายๆ อาชีพนักบินผมว่าน่าจะเป็นอาชีพในฝันของเด็กผู้ชาย ทุกคนคนแหละรวมทั้งผมด้วย เพราะเป็นอาชีพที่ดูเท่ดูดี แต่ว่าตอนนี้อาจจะยังไปไม่ถึงฝันนั้น แต่ก็คิดว่าจะไปเรียนมีแพลนที่คุยไว้ว่าอาจจะไปเรียนการบินต่อ แต่ว่าตอนนี้ขอมาทุ่มให้กับงานแสดงก่อน

ก้าวแรกกับงานในวงการบันเทิง
เริ่มต้นก็คือผมได้มีโอกาสไปทำบุญปกติที่เชียงรายแล้วบังเอิญได้เจอ “พี่ผักกาด” ที่เป็นดีไซเนอร์ของ HOOK’s เขาก็แนะนำว่าสนใจอยากไปเดินแบบไหม ผมก็สนใจรู้สึกว่าก็ดีเหมือนกันเลยเริ่มไปเดินแบบ พี่ผักกาดได้ฝากผมไปกับพี่อีกคนนึง เลยเริ่มต้น
จากการเดินแบบ ถ่ายโฆษณา ถ่ายเอ็มวี และจนได้เข้าไปแคสละครกับทางช่อง 3 ได้เล่นละครเรื่องแรกคือเรื่องสามี และมีเรื่องต่อมาก็คือสี่หล่อขอสืบ ปาฏิหาริย์รักแม่โพสพ ปาฏิหาริย์รักข้ามขอบฟ้าแล้วก็ดั่งพรหมลิขิตรัก แต่ว่าที่ออนแอร์ไปแล้วก็มีแค่เรื่องสามีกับเรื่องปาฏิหาริย์รักข้ามขอบฟ้า ช่วงแรกที่มาเล่นละครเป็นนักแสดงก็รู้สึกชอบนะครับ รู้สึกว่าชอบอยู่กองชอบการถ่ายทำ แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรคือถ้าเราอยากทำเขาก็ให้ทำแต่เราก็ต้องเรียนไปด้วยต้องไม่ทิ้งการเรียนนะ ส่วนงานเดินแบบก็คือหยุดไปเลย เพราะว่าเราก็มามุ่งกับการแสดงอย่างเดียว ด้วยคิวที่มันไม่แน่นอนกับการถ่ายทำ อีกอย่างคือเราไม่อยากให้เสียงานละครด้วย

ความรู้สึกกับการแสดงละคร
ตอนเล่นละครแรกๆ เราก็รู้สึกว่ามันยากนะครับทำไมเราเล่นไม่ได้ แต่ว่าพอได้สะสมประสบการณ์แล้วก็เลยทำให้รู้สึกว่าสนุกเริ่มโอเคขึ้น แรกๆมันเกร็งตื่นเต้นเขินทำตัวไม่ถูก ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะมาเล่นละครเป็นนักแสดง ก็เลยไม่ได้วาดไว้ว่าการเล่นละครมันจะต้องเป็นยังไงไม่นึกเลยจริงๆ ครับ แต่พอได้มาเล่นเราเห็นอะไรหลายๆ อย่างเรื่องการถ่ายทำเรื่องมุมกล้องมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ กว่าที่ละครเรื่องนึงจะออกมามันใช้เวลานานมากๆ บางเรื่องใช้เวลาเป็นปี ครึ่งปีก็มี พอเห็นผลงานตัวเองก็รู้สึกตื่นเต้นครับมันก็มีพอใจบ้างแต่บางอันก็รู้สึกว่ามันน่าจะทำได้ดีกว่านี้นะ แต่เราก็ทำเต็มที่แหละ ที่บ้านเขาก็ดีใจครับเห่อเหมือนกันด้วยความที่เราเป็นเด็กต่างจังหวัดด้วยและญาติๆ เราโคราชอยู่ขอนแก่นพอเราได้มายืนตรงนี้แล้วมันเป็นอะไรที่สร้างความภูมิใจให้ครอบครัวเป็นอย่างมาก เราเองก็ภูมิใจครับเพราะว่าไม่เคยคิดไม่เคยฝันอยู่แล้ว

กับชายคาบ้านหลังใหม่ วิก 7 สี
ก็เหมือนเป็นการมาเริ่มต้นใหม่กับที่นี่ก็ต้องปรับหลายอย่าง แต่วิธีการทำงานจริงๆ มันก็คล้ายๆ กันแหละครับทุกที่ที่ทำงานเขาก็จะเต็มที่กันแต่ด้วยความที่เราก็ยังไม่ค่อยรู้จักใครเราก็เลยต้องมีการปรับตัวเหมือนมาหาประสบการณ์ใหม่ ตื่นเต้นครับแต่ก็ดีใจที่เราได้ทำอะไรใหม่ๆ ได้เล่นเรื่องแรกกับช่อง 7 คือเรื่อง “สื่อสองโลก” ของค่ายปรากฏการณ์ดีซึ่งกำลังออนแอร์อยู่เป็นละครเย็น คาแร็กเตอร์ของผมในเรื่องนี้คือจะเป็นช่างภาพ และเป็นคนที่มีปมเรื่องความรักทำให้ไม่กล้าที่จะรักใครอีก เพราะว่าเคยโดนแฟนทิ้งไป ซึ่งเราอยู่กับแม่สอง เหมือนแม่หนีตามผู้ชายมาแต่สุดท้ายผู้ชายก็ทิ้งไป เรากับแม่ก็เลยจะมีกันอยู่สองคน และผมก็จะเป็นคนที่รักแม่มากชีวิตดราม่านิดหนึ่ง แต่ว่าพอมาเจอกับนางเอกมันก็จะมีฉากกุ๊กกิ๊กทำให้เราเริ่มรู้สึกชอบใครขึ้นมาใหม่ เขามาเปลี่ยนชีวิตเรา สำหรับเรื่องนี้ก็เล่นยากครับด้วยความที่เป็นละครผีด้วยต้องใช้ซีจี คือนางเอกเขาสามารถสื่อสารกับผีได้ก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่เราได้เรียนรู้ครับ
เรื่องที่สองเรื่อง “ว่าความตามรัก” เล่นเป็นเด็กจบกฎหมายมาจากนอก จะเรียกว่าเป็นทนายก็ได้ แล้วกลับมาที่เมืองไทยที่บ้านเป็นเจ้าของตลาดแต่ว่าจะมีเจ๊หนูที่เป็นภรรยาของปู่ที่เขาจะฮุบตลาดเราไป ปู่เป็นคนที่รักตลาดนี้มากและได้ฝากฝังไว้กับเราว่าห้ามขายตลาดนี้นะทำให้เราต้องลุกขึ้นมาปกป้องตลาด ซึ่งเราก็จะต้องใช้กฎหมายที่เราเรียนมาใช้กับการปกป้องตลาด บทเรื่องนี้จะยากขึ้นเพราะว่าเป็นแนววิชาการซึ่งเราจะต้องเป๊ะและไม่ใช่คำพูดที่คนธรรมดาพูดทำให้ผมมีโอกาสได้เรียนรู้จังหวะในการเล่นซิทคอม และเล่นคอเมดี้ด้วย ผมรู้สึกดีใจและขอบคุณผู้ใหญ่ช่อง 7 นะครับที่มอบโอกาสดีๆ ให้กับผม ผมรู้สึกสนุกกับการทำงานในทุกกองทุกๆ เรื่องที่เราเล่น ไปแต่ละกองเราก็จะมีเพื่อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผมเองเข้ากับใครก็ได้ไม่มีปัญหาอะไร ก็วางตัวเองไว้ว่าจะทำตรงนี้ให้เต็มที่ครับ คือคนอื่นก็ต้องตัดสินด้วยไม่ใช่แค่เราคนเดียว เราก็อยากทำตรงนี้แหละแต่เราก็ต้องรอดูว่ามันจะเป็นยังไงคนจะชอบเราไหม

Special Thanks
สุดท้ายผมขอขอบคุณแฟนคลับทุกคน ทั้งแฟนคลับที่ช่อง 3 ก็ยังตามมาให้กำลังใจเราอยู่ยังสนับสนุนยังรักเราไม่ว่าเราจะอยู่ช่องไหน แล้วก็ขอบคุณที่บ้านที่ไม่ห้าม บางทีเราท้อเขาก็ให้กำลังใจเรา และคอยอยู่เคียงข้างเราตลอดและขอบคุณผู้ใหญ่พี่ๆ ทุกคนทีมงานที่แฮปปี้กับเราคอยสอนคอยให้โอกาสเราในการทำงาน ขอบคุณทุกคนมากๆ ผมเองก็สัญญาว่าจะตั้งใจเต็มที่ทำให้เต็มที่ครับ
