ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/274418
วันศุกร์ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
x
“จันทบุรี” โชว์ความสำเร็จ “เกษตรแปลงใหญ่” สร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรได้จริง กลุ่มเกษตรกรมีการบริหารจัดการที่ดี
สามารถพึ่งพาตนเองได้ เกิดความเข้มแข็ง มีอำนาจต่อรองในการจัดหาปัจจัยการผลิตและจำหน่ายผลผลิต ประสบความสำเร็จทั้งด้านการผลิต การลดต้นทุน และการตลาด
นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร เกษตรจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า โครงสร้างการผลิตทางการเกษตรของจังหวัดจันทบุรี
มีพื้นที่ทั้งหมด 3,961,250 ไร่ เป็นพื้นที่ทำการเกษตร จำนวน 2,054,326 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 51.86 ของพื้นที่ทั้งหมด ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวน โดยพื้นที่ร้อยละ 73 ของพื้นที่การเกษตรเป็นพื้นที่ปลูกไม้ผลไม้ ไม้ยืนต้น โดยมีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดจันทบุรี คือ ทุเรียน เป็นผลไม้ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและทำรายได้ให้กับจังหวัดมากที่สุด พื้นที่เพาะปลูกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกทั้งสิ้น 279,923 ไร่ มากที่สุดในภาคตะวันออก และเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ พันธุ์ที่นิยมปลูก ได้แก่ พันธุ์หมอนทอง ชะนี ก้านยาว กระดุม เป็นต้น มีแหล่งผลิตที่สำคัญ ได้แก่ อำเภอท่าใหม่ นายายอาม
กิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ ขลุง มะขาม แก่งหางแมว
เมือง โป่งน้ำร้อน สอยดาว และแหลมสิงห์ ตามลำดับ นอกจากนี้ก็ยังมีเงาะ และมังคุด ที่มีแหล่งผลิตส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่เดียวกันกับทุเรียน
จากนโยบายของรัฐบาลโครงการการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ เป็นการส่งเสริมการเกษตรที่ยึดพื้นที่ (Area-based) เป็นหลักในการดำเนินงานในลักษณะบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้จัดการพื้นที่เป็นผู้บริหารจัดการทุกกิจกรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมกับสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เกษตรกรมีความสามารถในการจัดการผลผลิตสินค้าเกษตรจนถึงการตลาดที่มีมาตรฐาน เช่นเดียวกับฟาร์มขนาดใหญ่ ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรรายย่อยมีการรวมกลุ่ม และรวมพื้นที่ดำเนินการในลักษณะแปลงใหญ่ มีอำนาจต่อรองในการจัดหาปัจจัยการผลิตและจำหน่ายผลผลิต ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง มีรายได้เพิ่มขึ้นการส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่
ปัจจุบันจังหวัดจันทบุรีมีการส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ จำนวน 17 แปลง มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการรวม 985 ราย 8,993 ไร่ ประกอบด้วย แปลงใหญ่ลำไย 3 แปลง แปลงใหญ่มังคุด 5 แปลง แปลงใหญ่หญ้าเนเปียร์ 1 แปลง แปลงใหญ่ยางพารา 1 แปลง แปลงใหญ่ลองกอง 1 แปลง แปลงใหญ่
ชันโรง 1 แปลง แปลงใหญ่ผัก 1 แปลง แปลงใหญ่ประชารัฐ ทุเรียน 1 แปลง แปลงใหญ่ประชารัฐเกุ้งขาว 2 แปลง และแปลงใหญ่ประชารัฐโคนม 1 แปลง ซึ่งผลการดำเนินงานในโครงการแปลงใหญ่ของแต่ละแปลงจะมีกรอบการดำเนินงาน 5 ด้านหลักสำคัญ คือ การลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มผลผลิต การบริหารจัดการ การเพิ่มคุณภาพมูลค่าผลผลิต และการตลาด โดยแผนการพัฒนาดังกล่าวมุ่งเน้นให้กลุ่มเกษตรกรมีความเข้มแข็ง และมีความยั่งยืนในอาชีพการเกษตร
“ที่ผ่านมา การดำเนินงานโครงการแปลงใหญ่ในจังหวัดจันทบุรีมีความก้าวหน้าและสามารถดำเนินงานภายใต้กรอบเป้าหมายทั้ง 5 ด้านได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิต ในเกษตรกรกลุ่มไม้ผลจะสามารถดำเนินการได้ดีเห็นเป็นรูปธรรม เช่นเดียวกับด้านการตลาดของไม้ผลซึ่งมีการรวมตัวกันขาย รวมถึงนำวิธีการประมูลเข้ามาใช้ในบางกลุ่มซึ่งก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการดำเนินงานของแต่ละแปลง จะมีความแตกต่างกันไปตามสภาพปัญหาและความต้องการของเกษตรกรเป็นสำคัญ โดยในพืชจะเห็นค่อนข้างชัดเจนทั้ง 5 ด้าน แต่ในด้านปศุสัตว์ประมงและอื่นๆ จะไม่ครอบคลุมทุกด้าน เนื่องจากปัจจัยที่แตกต่างกันไป อย่างไรก็ตามในปีนี้การดำเนินงานในโครงการแปลงใหญ่จะมีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น จะมีการวิเคราะห์ปัญหาเป็นรายแปลง เพื่อแก้ไขปัญหาและจุดอ่อนที่มีอยู่ต่อไป”นายอาชว์ชัยชาญ กล่าว