รักษ์เกษตร : การเพาะเมล็ดไม้ดอกไม้ประดับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/272675

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คำถาม เมล็ดของไม้ดอกไม้ประดับบางชนิดมีขนาดเล็กมาก ขอทราบวิธีการเพาะเมล็ดแต่ละขนาดด้วยครับ

แสงทอง เกื้อการุณย์

อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

คำตอบ การปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ต้องมีความรู้ตั้งแต่เรื่องการเพาะเมล็ด หรือปักชำกล้าไม้ดอก การดูแลเอาใจใส่ รดน้ำ ใส่ปุ๋ย และที่สำคัญที่สุดคือต้องลงมือปฏิบัติจริง ดังนี้

1.ไม้ดอกที่มีเมล็ดพันธุ์ขนาดใหญ่สามารถเพาะและย้ายกล้าได้ง่าย ภายในเมล็ดมีอาหารสะสมอยู่มาก ต้นกล้าที่งอกขึ้นมาจะมีขนาดใหญ่ ได้แก่ ดาวเรือง บานชื่น ทานตะวัน ดาวกระจาย

-การเพาะเมล็ด ต้องเพาะในกระบะพลาสติกรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า วัสดุเพาะควรเป็นวัสดุหาง่าย ไม่จำเป็นต้องมีธาตุอาหารมากนัก โดยใช้ขุยมะพร้าวที่ร่อนแล้ว 1 ส่วน กับทรายร่อน 1 ส่วน ผสมให้เข้ากัน พรมน้ำพอหมาด

-การเตรียมกระบะเพาะ นำกระดาษมาตัดให้พอดีรองก้นกระบะ ตัดกระดาษปิดด้านข้างกระบะ ใส่วัสดุเพาะลงในกระบะประมาณครึ่งกระบะ เกลี่ยวัสดุเพาะให้เรียบเสมอกันด้วยไม้บรรทัด ถ้าเกลี่ยผิววัสดุ เพาะไม่เรียบเสมอกันน้ำจะขังตามแอ่งหลุม ทำให้เมล็ดและต้นกล้าเน่าได้

-ทำร่องปลูก โดยใช้ไม้กดผิวหน้าวัสดุเพาะ ให้เป็นร่องลึก 0.5-1 ซ.ม. เป็นแถวห่างกัน 2.5-3.5 ซ.ม.

-หยอดเมล็ดลงในร่อง 30-50 เมล็ดต่อร่อง ใช้ไม้บรรทัดเกลี่ยวัสดุเพาะให้กลบเมล็ด จากนั้นปิดทับด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ตัดขนาดเท่ากับผิววัสดุเพาะ

-ใช้ฝักบัวรดน้ำที่มีฝอยละเอียดรดน้ำให้ชุ่ม ในวันแรกรดน้ำ 3-5 ครั้ง เพื่อให้ความชื้น ต่อมาให้รดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง เมล็ดจะเริ่มงอกภายใน 3-5 วัน จึงเปิดกระดาษออก เพื่อให้ต้นกล้าได้รับแสงเต็มที่

-เมื่อกล้าอายุ 3-7 วัน ต้องย้ายลงในถุงพลาสติก หรือถาดหลุมที่ใส่ดินผสม

-เมื่อกล้าอายุ 2-3 สัปดาห์ จึงย้ายปลูกลงกระถางขนาดใหญ่ขึ้นต่อไป

2. ไม้ดอกที่มีเมล็ดพันธุ์ขนาดเล็ก ได้แก่ โบรวาเลีย พิทูเนีย แพรเซี่ยงไฮ้

-การเพาะเมล็ด ต้องทำร่องเพาะเมล็ดตื้นๆ ถ้าร่องลึกเกินไป เมื่อกลบเมล็ดแล้ว ต้นกล้าจะไม่สามารถงอกขึ้นมาได้

-การหยอดเมล็ด ต้องนำเมล็ดมาผสมกับทรายก่อน โรยตามร่องเพื่อให้มีการกระจายตัวได้ดีขึ้น

-เมื่อเมล็ดงอกเป็นต้นกล้าแล้ว อาจผสมปุ๋ยเกล็ดละลายน้ำให้มีความเข้มข้นต่ำ ฉีดพ่นให้กับต้นกล้า เพื่อให้ต้นกล้าเจริญเติบโตดีขึ้น

-เมื่อต้นกล้าสมบูรณ์แข็งแรง ให้ใช้วัสดุเพาะ โดยผสมด้วยใบไม้ผุหมัก หรือปุ๋ยหมักเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งส่วน นอกเหนือจากขุยมะพร้าวและทรายร่อน หรือใช้พีทมอสเป็นวัสดุเพาะก็ได้

-เมื่อต้นกล้าอายุ 10-20 วัน จึงย้ายกล้าปลูกลงถุง หรือถาดหลุมต่อไป

3. ไม้ดอกที่มีเมล็ดพันธุ์ขนาดเล็กมากได้แก่ บิโกเนีย กล็อกซิเนีย และแอฟริกันไวโอเลต

-การทำกระบะเพาะ ต้องเพาะในกระถางดินเผาชนิดแบน วัสดุที่ใช้ให้ใช้ทราย ขุยมะพร้าว และใบไม้ผุ ที่ร่อนละเอียด ผสมให้เข้ากันในอัตราส่วน 1:1:1 ให้นำวัสดุเพาะทั้งหมดมาคั่ว เพื่อฆ่าเชื้อ พรมน้ำระหว่างที่คั่ว นำใยมะพร้าวที่ได้จากการร่อนขุยมะพร้าวมาวางรองที่ก้นกระถาง เพื่อกันไม่ให้วัสดุเพาะไหลออก และจะช่วยให้ระบายน้ำได้ดี นำวัสดุเพาะใส่ลงกระถางประมาณครึ่งหนึ่ง เกลี่ยผิวให้เรียบเสมอกัน

-การเพาะเมล็ด นำเมล็ดพันธุ์มาผสมกับทรายละเอียด คลุกให้เข้ากัน แล้วโรยให้กระจายทั่วกระถาง ตัดกระดาษหนังสือพิมพ์ให้เป็นรูปวงกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับกระถาง นำมาวางปิดทับลงบนผิววัสดุเพาะ แล้วรดน้ำด้วยบัวรดน้ำที่มีหัวเป็นฝอยละเอียด ใช้กระจกใสขนาด 30 x 30 ซม. ปิดบนปากกระถางอีกชั้นหนึ่งเพื่อรักษาความชื้น ให้วางกระถางในที่ร่มรำไร ทำการรดน้ำทุก 1-2 วัน

-เมื่อต้นกล้าอายุได้ 10-15 วัน ให้แง้มกระดาษดู ถ้าเริ่มงอกเป็นต้นกล้าเล็กๆ ให้เปิดกระดาษออก

-เมื่อต้นกล้าอายุ 30-45 วัน จึงทำการย้ายปลูกต่อไป

วิธีการย้ายกล้า ก่อนย้ายกล้า ให้งดการให้น้ำกับต้นกล้าก่อน 1 วัน เพื่อให้วัสดุเพาะเกาะอยู่ที่รากของต้นกล้า และควรย้ายขณะที่มีใบเลี้ยงกางเต็มที่ แต่ในบางพืชควรให้ต้นกล้ามีใบจริงก่อน วัสดุที่ใช้ปลูกต้นกล้า ต้องเป็นวัสดุเช่นเดียวกับที่ใช้ในการเพาะกล้า โดยผสมปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยคอกเก่าเพิ่มขึ้น ให้ใส่ไม่เกิน 20% ของวัสดุเพาะ เพื่อเพิ่มธาตุอาหาร โดยต้องแห้งและร่อนให้มีขนาดเดียวกับวัสดุเพาะ หรืออาจใช้ปุ๋ยละลายช้า ใส่ลงในวัสดุย้ายกล้าแทนก็ได้

นาย รัตวิ

Leave a comment