แตกใบอ่อน : ขยะในมือ‘คสช.’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/274225

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

807934531

“วันสิ่งแวดล้อมโลก” 5 มิถุนายนที่ผ่านมา ไม่ทราบว่านอกจากการจัดงานใหญ่ที่ห้างพารากอน กับกิจกรรมอื่นๆ เช่น แจกต้นไม้ และเปิดให้ประชาชนได้เข้าไปใช้บริการสถานที่ท่องเที่ยวในสังกัด “กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” กันแบบฟรีๆทั่วประเทศแล้ว ทั้งรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กลับมาคิดมาทบทวนอะไรเกี่ยวกับนโยบายสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะการจัดการมลพิษเรื่องขยะหรือไม่

ถามว่าทำไมต้องกลับมาคิดทบทวนกันตอนนี้?

ก็เพราะว่านี่มันก็ครบ 3 ปีแล้วที่คสช.เข้ามาควบคุมอำนาจการบริหารประเทศ ซึ่งถ้ายังจำกันได้ ตอนนั้นเราจะเห็นว่าหนึ่งในนโยบายที่คสช.ให้ความสำคัญมากๆ ก็คือเรื่องการจัดการปัญหาขยะ จนถึงกับประกาศเป็น “วาระแห่งชาติ” กันเลยทีเดียว

จากนั้นไม่นานรัฐบาลโดย “กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ก็ยังประกาศ “โรดแมป” การจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย ซึ่งว่ากันตั้งแต่การจัดการขยะตกค้างในพื้นที่วิกฤติ เพื่อจัดการขยะเก่าที่มีอยู่แล้ว ไปจนถึงการสร้างรูปแบบการจัดการขยะใหม่ การออกระเบียบ กฎหมาย และไล่ไปจนถึงการสร้างวินัยให้คนในชาติเรื่องการทิ้งและการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง

ขณะที่เมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา รัฐบาลก็ยังได้เห็นชอบ “แผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ” (พ.ศ.2559-2564) เพื่อเป็นแนวทางขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่การเป็นสังคมปลอดขยะ (Zero Waste Society)
โดยวางอยู่บนแนวคิด 3Rs-ประชารัฐ คือ การส่งเสริมการจัดการขยะที่ต้นทาง ซึ่งเป็นการจัดการขยะที่ยั่งยืน โดยลดปริมาณขยะ (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) และการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ภายใต้หลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เพื่อวางรากฐานการดำเนินการจัดการขยะให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

หลังจากนั้นจึงตามมาด้วยการคลอด “แผนปฏิบัติการประเทศไทยไร้ขยะ ตามแนวทางประชารัฐ” ระยะ 1 ปี (พ.ศ.2559-2560) เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการจัดการขยะระยะสั้นภายใต้แผนแม่บทดังกล่าว

ผมไม่ทราบว่าท่านผู้อ่านจะมองเห็นเหมือนผมหรือเปล่าว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาทั้งคสช.และรัฐบาลค่อนข้างมีนโยบายและให้ความสำคัญเกี่ยวกับปัญหาเรื่องขยะมาก ซึ่งถือเป็น “ข้อดี” เพราะถ้าให้ย้อนมองกลับไปในรัฐบาลที่ผ่านๆมา อย่าว่าแต่ “นโยบาย” เลยครับ แค่คิดก็แทบไม่มีใครมานั่งคิดกันด้วยซ้ำ

ดังนั้นประเด็นนี้ต้องชมรัฐบาลและคสช.

แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า หลังจากมี “นโยบาย” ไปแล้ว ในระดับ “ปฏิบัติ” เป็นยังไงกันบ้าง

ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่ผมเห็นในการปฏิบัติเรื่องการแก้ปัญหาขยะ ก็คือ ส่วนใหญ่ยังคงทำงานกันเสมือนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า คือ ได้รับแจ้งว่าเกิดปัญหาขยะที่ไหน น้ำเสียที่ไหน ผู้มีอำนาจก็จะพากันสั่งการให้ส่งทหาร ส่งเจ้าหน้าที่ เฮโลไปจัดการทีหนึ่งให้เสร็จๆ ไป ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการวิ่งตามปัญหา และทำให้เรายังคงเห็นชาวบ้านออกมาโวยวายว่ามีขยะโผล่ตรงนั้นที ตรงนี้ที ไม่เว้นแม้แต่กลางทะเล

นี่จึงสะท้อนให้เห็นความจริงว่า “รากเหง้า” ของปัญหาขยะยังอยู่ และยังไม่ได้รับการจัดการแม้แต่น้อย

ดังนั้นในโอกาสครบรอบ 3 ปี คสช. และใกล้จะครบรอบ 3 ปี การประกาศ “วาระแห่งชาติ” เรื่องการจัดการปัญหาขยะ ก็น่าจะถือโอกาสกลับมาปรับปรุงทบทวนแนวทางการทำงานกันแบบจริงๆจังๆว่า จะแปลงนโยบายเรื่องขยะทั้งหมดที่ว่ามาไปสู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ และสามารถแก้ไขได้อย่างตรงจุดได้ยังไง

แต่ละหน่วยงาน แต่ละภาคส่วน จะร่วมกันเคลื่อนให้เป็นองคาพยพเดียวกันได้แบบไหน จะต้องรณรงค์ปลุกกระแสจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางกันยังไง ขยะพิษ ขยะอุตสาหกรรม และขยะอื่นๆ จะใช้วิธีไหนกำจัด

เหล่านี้ต้องมาคุยต้องลงมือกันแบบต่อเนื่องและจริงจัง

แล้วขอเถอะครับ ไอ้ประเภทจัดงานอีเว้นท์สร้างกระแสรณรงค์กันทีเดียวแล้วหายต๋อมเหมือนอย่างที่เคยทำมา ก็เลิกเสียเถอะครับ มันล้างผลาญชาติเปล่าๆ

มะลิลา 

Leave a comment