ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/273048
วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาได้อ่านข่าวทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศไม่แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วูบแรกที่ได้เห็นข่าวก็นึกขำ เพราะเข้าใจเอาเองว่าน่าจะเป็นอาการ “งอน” ตามท่านนายกฯ ที่ไม่ยอมสัมภาษณ์สื่อเหมือนกัน
แต่พอได้ฟังเหตุผลจากปากของ “เสธ.ไก่อู” พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกสำนักนายก ก็ต้องเปลี่ยนจากความขำเป็นความ “สมเพช” ทันที
ตามข่าว พล.ท.สรรเสริญ แกอ้างเหตุผลสั้นๆว่า “เนื่องจากคาดว่าวาระพิจารณาในวันนี้ สื่อมวลชนคงไม่สนใจเท่าไร”
ถามว่าทำไมต้องสมเพช?
ก็มันมีอย่างที่ไหนล่ะครับ ที่จะต้องมาคิดเอง เออเอง คิดว่าสื่อไม่สนใจ ชาวบ้านเขาไม่สนใจ ก็เลยไม่พูด ไม่บอก โดยไม่รู้จัก “หน้าที่” ตัวเองว่า คืออะไร และความสำคัญของการแถลงมติที่ประชุม ครม. คืออะไร…แบบนี้ระวังเอาเถอะชาวบ้านเขาจะมองว่า “วุฒิภาวะต่ำ”
นี่ดีนะที่เป็นลูกน้องนายกฯตู่..ถ้าเป็นบ้านผมนะ เจอพนักงานแบบนี้ ผมไล่ออกไปนานแล้วครับ
ต้องไม่ลืมครับว่า ถ้าคุณไม่พูดไม่บอก ไม่พยายามสื่อสารกับชาวบ้านหรือประชาชน แล้วจะมาด่ามาว่า ชาวบ้านไม่รู้ว่ารัฐบาลมีผลงานอะไร คิดอะไร ทำอะไร ทีหลังไม่ได้
เอาละ..ว่ากันแค่พอหอมปากหอมคอวันนี้ไหนๆ ก็พูดถึงมติคณะรัฐมนตรีแล้วก็เลยถือโอกาสแจ้งข่าวดี เพราะในการประชุมเมื่อสัปดาห์ก่อน ครม. เพิ่งให้ความเห็นชอบ “ร่างแผนแม่บทเพื่อพัฒนเกษตรกรรม” พ.ศ.2560-2564 ที่เสนอโดย “สภาเกษตรกรแห่งชาติ” พร้อมกับมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นเจ้าภาพร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย นำแผนแม่บทฉบับนี้ไปบูรณาการร่วมกับแผนพัฒนาการเกษตรในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาการเกษตรของประเทศมีความเชื่อมโยงและสนับสนุนซึ่งกันและกัน นำไปสู่การทำให้ภาคเกษตรมีความเข้มแข็งและเกษตรกรพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงยั่งยืนในอนาคต
ร่างแผนแม่บทฉบับนี้สำคัญยังไง?
อย่างแรกเลยก็ต้องบอกว่า เนื้อหาที่บรรจุในแผนแม่บทถูกระดมความคิดเห็นในลักษณะจาก “ล่าง” ไปสู่ “บน” หรือง่ายๆ คือ มีการระดมความคิดเห็นและข้อเสนอจากเกษตรกร “รากหญ้า” ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ไล่ขึ้นมาจนถูกสกัดออกมาเป็นแผนให้ ครม.พิจารณา ทำให้เกษตรกรค่อนข้างคาดหวังว่า หากแผนได้รับการตอบรับจากภาครัฐ ก็จะทำให้ทิศทางการดำเนินงานพัฒนาด้านการเกษตรสามารถ “ตอบโจทย์” ให้กับเกษตรกรได้อย่างตรงจุดมากขึ้น
เป้าหมายที่วางเอาไว้ตามแผนนี้ มีอยู่ 5 ข้อ ที่สำคัญ คือ 1.กลุ่มหรือองค์กรเกษตรกรสามารถพัฒนาและดำเนินธุรกิจอเนกประสงค์ เช่น ธุรกิจสินเชื่อ รวมซื้อแปรรูป รวมขาย และกิจกรรมแนะนำงานฟาร์ม ให้บริการตามความต้องการของสมาชิกได้ 2.เกษตรกรยากจนที่มีรายได้อยู่ใต้เส้นความจนมีรายได้เพิ่มขึ้น จนเพียงพอแก่การเลี้ยงชีพ 3.ทรัพยากรการผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรทั่วถึงและเพียงพอ คุณภาพดินได้รับการปรับปรุงเหมาะสมแก่การเกษตร ตลอดจนมีโอกาสเข้าถึงเครื่องจักรอุปกรณ์แปรรูป 4.เกษตรกรผู้ผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญทางเศรษฐกิจสามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต รวมทั้งมีการขยายปริมาณแปรรูปและเกษตรอุตสาหกรรมเพิ่มมูลค่า และ 5.เกษตรกรได้รับสวัสดิการเกษตรกร โอกาสเข้าถึงและคุ้มครองสิทธิที่ดินทำกิน
โดยเป้าหมายทั้ง 5 ข้อ จะถูกดำเนินไปภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์ คือ 1.การพัฒนาทรัพยากรบุคคลและความเข้มแข็งขององค์กรเกษตรกร 2.การพัฒนาและคุ้มครองทรัพยากรการผลิตทางการเกษตร 3.การพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและการรักษาเสถียรภาพด้านราคาสินค้าเกษตร และ 4.การแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคเกษตรและการสร้างความเข้มแข็งการบริหารจัดการด้านกองทุนการเกษตร
ดังนั้นหลังจากนี้ก็ต้องมาติดตามกันครับว่า หน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรฯ จะร่วมผลักดันแผนแม่บทฉบับนี้ให้ถูกนำไปปฏิบัติจนเกิดผลได้มากน้อยขนาดไหน ซึ่งไม่แคล้วต้องอาศัย “สภาเกษตรกรแห่งชาติ” ที่จะต้องเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่ในการตรวจสอบและติดตามครับ
มะลิลา