เก็บมาคิด : การแก้ไขความเสื่อมด้วยการเสียสละ ความหวังของคนไทยในวันนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/237174

วันอังคาร ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นักการศึกษา นักบริหาร และผู้มีสติปัญหาอีกหลายคน เริ่มมองกันแล้วว่า “สถานศึกษา” คือ ปัจจัยสำคัญที่สุดต่อการพัฒนาประเทศในระยะนี้ คนเหล่านี้ มองเห็นพ้องต้องกันว่า “ห้องเรียน” คือแหล่งบ่มเพาะสติปัญญา แหล่งสร้างสรรค์ และแหล่งรวมจิตวิญญาณของคนในประเทศ ต่อการที่จะร่วมกันวาดแผนที่การเติบโตของประเทศในกาลข้างหน้า

เท่าที่ผ่านมา สถานศึกษา ถูกปล่อยปละละเลย ที่ค่อยๆ ลดสีสันความเข้มข้นทางจิตวิญญาณของสถาบันการศึกษาที่มีต่อความรับผิดชอบของการพัฒนาประเทศลงเรื่อยๆ ตั้งแต่หลังจาก 14 ตุลาคม 2516 ค่อยๆ จางลงเรื่อยๆ จนเมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปี สีสัน ความเข้มของการศึกษา ที่มีต่อการรับผิดชอบสังคมแทบจะหมดสิ้นไปจากจิตวิญญาณของนักศึกษาที่นับว่า เป็นอนาคตของประเทศ

จากความมีสาระ จนกลายเป็นความไร้สาระของบรรดาเยาวชนส่วนมาก และจากการไม่รับผิดชอบของผู้บริหารการศึกษา จนกระทั่ง อนาคตของชาติที่เคยฝากความหวังไว้กับเยาวชนแทบจะมองหาความรับผิดชอบไม่เห็น

จนกระทั่งเมื่อวันนี้มาถึง วันที่สังคมไทยพบกับวิกฤติความเสื่อมทางคุณธรรม ที่พึ่งของชาติ โอนเอน จนไม่สามารถเป็นเสาหลักให้กับการจะทำให้เกิดการพัฒนาได้

เพราะไม่ว่าจะหันหน้าไปพึ่งพาทางใด ดูเหมือน ส่วนใหญ่จะมองแต่ผลประโยชน์ที่ตนเองจะได้รับมากกว่า การเสียสละเพื่อสังคม

สุดท้าย ทุกคนก็มองไปถึง แหล่งบ่มเพาะทางปัญญาที่เรียกว่า สถานศึกษา หวังพึ่งพิงที่จะให้สถานศึกษา เป็น
หัวหอกในการนำพาให้เยาวชนของชาติหันมาหาสาระเพื่อดูแลสังคม เฉกเช่นที่เคยมีอยู่ในจิตและวิญญาณในเก่าก่อน

แต่การบ่มเพาะในสถานศึกษามิใช่จะทำขึ้นในเพียงวันเดียว หรือในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ทุกอย่างจริงต้องฝากความหวัง(เอาไว้ชั่วคราว)กับคนที่มีใจภักดิ์ต่อประเทศชาติมากที่สุด เพื่อ “ขอเวลา” สร้างสมพลังจากเยาวชนของนักศึกษาให้เกิดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

แต่จะทำได้แค่ไหน เวลา และความจริงใจ จะเป็นเครื่องพิสูจน์

ระยะหลังๆ มานี้ผมได้เห็นกิจกรรมของนักศึกษาที่ สร้างสาระให้กับสังคมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ผศ.สมทรง นุ่มนวล คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.) ได้กล่าวถึงการสร้างเยาวชนเพื่อรับผิดชอบต่อสังคม เคยกล่าวไว้ว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น เราสร้างบัณฑิตออกไปรับใช้ชุมชนท้องถิ่น ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ต้องปลูกฝังให้กับนักศึกษาก็คือเรื่องของจิตอาสาหรือจิตสำนึกสาธารณะ เพราะวันนี้ หรืออนาคตข้างหน้าต่อให้ผลิตบัณฑิตที่เก่งกาจสักแค่ไหน แต่ถ้าไม่ได้สอนให้เขารู้จักการให้ การแบ่งปัน การคืนกลับให้สังคม ความเก่งกาจนั้นก็ไม่มี
ความหมาย

และมีช่วงหนึ่งที่ได้รับรู้ถึงการทำกิจกรรม “ออกค่าย” ของนักศึกษา ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานีกว่า 50 ชีวิต ที่ยกทีมออกไปช่วยพัฒนาท้องถิ่นโดยการออกค่ายอาสาพัฒนาโรงเรียนในท้องถิ่น นายกิตติศักดิ์ เพชรรัตน์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ได้กล่าวถึงการทำกิจกรรมนี้ว่า นักศึกษาในสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ได้รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มจิตอาสาขึ้น เพื่อให้เพื่อนนักศึกษาได้รวมตัวกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับสังคมและท้องถิ่น ที่ผ่านมาพวกเราได้ออกค่ายอาสาพัฒนาไปหลายโรงเรียนแล้ว แม้การออกค่ายของพวกเราจะไม่ได้สร้างอาคารใหญ่โตอะไรหรือก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทันตาเห็น แต่พวกเราก็ภาคภูมิใจ เพราะการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาก็ต้องเริ่มจากจุดเล็กๆ อย่างนี้แหละ การออกค่ายในครั้งนี้มีชาวบ้านมาช่วยด้วย ทำให้ได้เห็นความสามัคคีของชุมชน เป็นภาพสะท้อนว่าสถาบันการศึกษากับชุมชนต้องพึ่งพาอาศัยกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

จากจุดเริ่มต้นเหล่านี้ น่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดีของการปลุกจิตวิญญาณของเยาวชน ให้หันมามองถึง ความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น เพื่อไม่ให้ต้องเสียเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์

เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่น่าเก็บมาคิดกันอย่างมากในยามที่สังคมไทยกำลังเข้าสู่ยุคแห่งความเสื่อมอย่างแท้จริง

Leave a comment