‘สุวพันธุ์’ถกอุปถัมภ์คุ้มครองศาสนา ปัดตอบ!เลื่อนคดี’พระธัมมชโย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/238801

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.28 น.

6 ต.ค.59 ที่ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี (เดิม) สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมขับเคลื่อนการดำเนินการเรื่องมาตรการอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนาต่างๆ ในประเทศไทย ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 49/2559 ว่า การประชุมครั้งนี้เป็นถือครั้งที่ 2 โดยเราได้เรียกผู้แทนจากทุกหน่วยด้านศาสนา และผู้แทนศาสนา เพื่อหารือแนวทางการทำงานให้สอดคล้องกับคำสั่ง คสช.ที่ 49/2559 โดยจะพิจารณายุทธศาสตร์ อาทิ การสนับสนุนการศึกษา การส่งเสริมและคุ้มครองศาสนา การเผยแพร่หลักธรรมที่ถูกต้อง การสร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างศาสนาต่างๆ และการสร้างความรับรู้และความเข้าใจในกิจการของศาสนาต่างๆ ซึ่งทางผู้แทนศาสนาได้ช่วยกันคิดมาเรียบร้อยแล้ว และเราจะมาช่วยประมวลสรุปร่วมกันต่อไป

นายสุวพันธุ์ กล่าวต่อว่า ใครที่มีความเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมก็สามารถส่งมาพิจารณา ภายในวันที่ 20 ต.ค.นี้ จากนั้นสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กรมการศาสนา และกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จะร่วมพิจารณาและจะประชุมครั้งที่ 3 อีกครั้ง ในวันที่ 18 ต.ค.เพื่อสรุปเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือน พ.ย.นี้ จากนั้นเราจะออกเป็นแผนดำเนินงานเพื่ออุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนาต่างๆ ในไทยต่อไป อย่างไรก็ตาม ต่อจากนี้เราจะมีการทำงานร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย คือ พศ. , กรมการศาสนา และ วธ.หรือที่เรียกว่าศาสนิกสัมพันธ์เพื่อสนับสนุนกิจการศาสนาร่วมกัน

เมื่อถามถึงร่างรัฐธรรมนูญที่มีการสร้างความเข้าใจผิดเรื่องศาสนา นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ได้อธิบายให้เข้าใจในการประชุมครั้งที่ผ่านมาแล้ว และผู้แทนของทุกศาสนาเข้าใจ และมองเห็นว่าคำสั่งของ คสช.ฉบับที่ 49/2559 ที่ให้เชิญหน่วยงานภาครัฐ และองค์กรทางศาสนาทุกศาสนามาหารือ เพื่อแนวทางปฏิบัติฉบับนี้ช่วยสร้างความกระจ่าง ทั้งนี้ เมื่อมีการเสนอเข้า ครม.และเห็นชอบ คณะกรรมการดังกล่าวนี้ก็ยังจะทำงานโดยจะมีการประชุมทุกๆ 3 เดือน ในเชิงยุทธศาสตร์และนโยบาย ส่วนในเชิงขับเคลื่อนจะให้ พศ.และกรมการศาสนา ไปทำงานร่วมกัน และมาอธิบายให้คณะกรรมการฯ ฟังทุกๆ 3 เดือน

เมื่อถามว่า จะต้องออกเป็นกฎหมายถาวรก่อนหรือไม่ เพราะร่างรัฐธรรมนูญมีปัญหาเรื่องกการบิดเบือนไปแล้ว นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ไม่จำเป็น ในส่วนที่บิดเบือนไปถ้าเรานำข้อเท็จจริงไปตอบ ข้อมูลที่ถูกบิดเบือนก็จะจบไป ตนเชื่อว่าข้อเท็จจริงได้ตอบไปแล้วว่ารัฐบาลคิดอย่างไร รัฐธรรมนูญจริงๆ เขียนอย่างไร และรัฐบาลทำอย่างไร เราสานต่อจนถึงทุกวันนี้ ต่อไปหาก ครม.เห็นชอบในยุทธศาสตร์และแนวทางเกี่ยวกับการอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนาต่างๆ ในประเทศไทย รวมถึงฝ่ายขับเคลื่อน ฝ่ายราชการ และฝ่ายนโยบายจะเดินไปตามกรอบที่วางไว้ ซึ่งจะสามารถติดตามดูแลความก้าวหน้า ทำให้การดำเนินงานของศาสนาต่างๆ เป็นไปอย่างถูกทิศทาง และเป็นประโยชน์ต่อสังคม

เมื่อถามถึงประเด็นอัยการสั่งเลื่อนคดี พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย กับพวกคดีฟอกเงินเป็นครั้งที่ 4 เนื่องจากผลสอบเพิ่มเติมยังไม่ครบถ้วน และมีเอกสารจำนวนมากที่ต้องตรวจสอบ นายสุวพันธุ์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “เป็นเรื่องของอัยการ”

Leave a comment