ลูกชายควาญช้างพระที่นั่งปลาบปลื้ม พ่อนำ’ในหลวง’เสด็จภูกระดึงปี2498

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240696

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.09 น.

18 ต.ค. 59 พระราชกรณียกิจสำคัญในการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรภาคอีสานหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันที่ 2-20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 ในพื้นที่จังหวัดเลยระหว่างวันที่ 6-7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498ที่พสกนิกรชาวจังหวัดเลยและภาคอีสาน ไม่รู้ลืมพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์จากจากจังหวัดขอนอก่น ไปถึงภูกระดึง จุดแรกเพื่อทอดพระเนตรทัศนียภาพอันสวยงามของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง

ในระหว่างที่เสด็จบนภูกระดึงครั้งนั้นทางกรมป่าไม้และจังหวัดเลยได้นำช้างสองเชือกมาถวายเป็นพระราชพาหนะ โดยคัดเลือกช้างของ นายทองหนัก สุวรรณสิงห์ (บิดานายทนงค์) ประธานสภาจังหวัดเลยในขณะนั้น ซึ่งปัจจุบันได้เสียชีวิตไปแล้วนายทนง สุวรรณสิงห์  บุตรชายคนสุดท้องของ นายทองหนักปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญ สำนักงานจังหวัดเลย

และเป็นประธานชมรมคนรักในหลวงจังหวัดเลย เล่าว่า เมื่อครั้งทั้ง 2พระองค์ เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร จังหวัดเลยเป็นครั้งแรกตนอายุเพียง 5 ขวบพ่อ เล่าว่าระหว่างการเตรียมการรับเสด็จทางกรมป่าไม้ได้ติดต่อมาที่จังหวัดเลยให้คัดเลือกช้างขึ้นไปถวายเป็นพระราชพาหนะบนภูกระดึงพ่อของตนในขณะนั้นมีช้างอยู่หลายเชือก มีอาชีพรับจ้างชักลากไม้ด้วยจึงได้รับการคัดเลือก โดยก่อนที่จะเดินทางไปภูกระดึงนั้นต้องนำช้างมาเดินหน้าศาลากลางจังหวัดท่ามกลางผู้คนมากมายเพื่อคัดเลือกเอาช้างเชือกที่ไม่ตื่นกลัว 2 เชือก

โดยเป็นการฝึกให้ช้างนั้น คุ้นกับคนและสามารถถวายงานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในช่วงที่มีเสด็จบนภูกระดึงและผ้าปูรองประทับบนหลังช้าง ที่เห็นอยู่ แม่ของตนก็เป็นคนทำเองเพราะเรียนจบด้านเย็บปักถักร้อย จากพระนครมา หลังจากนั้นพ่อของตนและผู้ดูแลช้างทั้งหมด 5 คน ได้พาช้างทั้งหมดเดินทางขึ้นไปที่ภูกระดึง ใช้เวลา 2 วัน จึงเดินขึ้นถึง โดยขึ้นทางผาหมากดูก เพราะทางคนเดินปกติที่ใช้อยู่แล้วเป็นหุบเหวลาดชันมาก ซึ่งในบางช่วงเวลาช้างนั้นได้ใช้งวงพันต้นไม้แล้วตึงตัวขึ้นไป เป็นความยากลำบากแต่ช้างทั้ง 2 เชือกก็สามารถทำได้ในวันรับเสด็จพ่อของตนได้ทำหน้าที่เป็นควาญช้างและมีผู้ทำหน้าที่เท้าช้างอีกสองคนเดินควบคุมช้างอยู่ด้านล่าง ซึ่งได้เตรียมช้างไปสองเชือกเพื่อให้ทั้งสองพระองค์แยกกันประทับพระองค์ละเชือกแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงมีพระราชประสงค์ให้สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถมาประทับด้วยกัน ซึ่งช้างที่ทรงประทับชื่อ พลายคำหมื่นโดยหลังเสร็จสิ้นการเสด็จพระราชดำเนินบนภูกระดึงพระบาทสมเด็จพระเข้าอยู่หัวฯได้ทรงพระราชทานเหรียญที่ระลึกให้แก่ข้าราชบริพาร

ซึ่งพ่อของตนก็ได้รับพระราชทานด้วยการเสด็จพระราชดำเนินของทั้งสองพระองค์ครั้งนั้นนับเป็นสิริมงคลสูงสุดในชีวิตของครอบครัวสุดปลาบปลื้มหาที่สุดมิได้และเป็นสิ่งปลูกฝักให้ตนจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เรื่อยมาและนำพระราชดำรัสคำสอนของพระองค์มาใช้ในการดำเนินชีวิตและจะจดจำพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ท่านไว้ตราบชีวิตจะหาไม่

 

Leave a comment