ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย 20 มิ.ย. 2560 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/977047

จันทร์เมื่อวาน ผมเขียนถึงการอสัญกรรมของ ฯพณฯ เฮลมุท โคล อดีตนายกรัฐมนตรีสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีซึ่งเป็นผู้นำเยอรมันนาน 16 ปี นานที่สุดตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นคนดันนางแองเกลา แมร์เคิล ให้มีบทบาทในพรรคสหภาพคริสเตียนประชาธิปไตยแห่งเยอรมนี จนนางแมร์เคิลเป็นนายกรัฐมนตรีเยอรมันตั้งแต่ พ.ศ.2548 จนถึงปัจจุบันนี้ก็ 12 ปีแล้วครับ
คนจะเป็นนักการเมืองเยอรมันต้องเตรียมตัวดีมาก นายเฮลมุท โคล เรียนวิชากฎหมาย รัฐศาสตร์และประวัติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแฟรงก์เฟิร์ต และจบปริญญาเอกด้านรัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยไฮเดล-แบร์ก นักการเมืองเยอรมันมักจะเริ่มชีวิตการเมืองตั้งแต่อายุยังน้อย เฮลมุท โคล ก็เริ่มตั้งแต่การเป็นสมาชิกยุวชนของสหภาพคริสเตียนประชาธิปไตยแห่งเยอรมนี อายุ 29 ปี ก็เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งแคว้นไรน์แลนด์–พาลาทิเนต ต่อมาเป็นมุขมนตรีของแคว้น และเป็น ส.ส.ของเยอรมนีตะวันตกไปด้วย
โคลมีนโยบายบริหารสายกลาง มุ่งลดค่าใช้จ่ายภาครัฐ หนุนพันธกรณีที่เยอรมันตะวันตกมีกับสหรัฐฯ และนาโต เรื่องนี้ทำให้โคลโดนต่อต้านจากคนเยอรมัน เพราะสมัยนั้นคนเยอรมันไม่ค่อยพอใจสหรัฐฯ ที่นำขีปนาวุธนิวเคลียร์ของนาโตมาตั้งในแผ่นดินเยอรมนี แต่ที่คนยังยอมให้โคลเป็นนายกฯ เป็นเพราะท่านเก่งการบริหารประเทศและทำให้เศรษฐกิจดี
โคลเป็นนักยุโรปนิยม สัปดาห์แรกที่เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ไปเยือนฝรั่งเศสและเบลเยียมเพื่อกระชับความสัมพันธ์กับฝรั่งเศสและประชาคมยุโรป โชคดีที่สมัยนั้น ฝรั่งเศสมีประธานาธิบดีชื่อฟรองซัว มิเตรอง ซึ่งเป็นนักยุโรปนิยมเช่นเดียวกัน ทั้ง 2 คนก็เลยช่วยกันขับเคลื่อนประชาคมยุโรป โคลเป็นคนผลักดันให้มีกฎหมายยุโรปตลาดเดียว จนทำให้เกิดการรวมตลาดของชาติสมาชิกภายในประชาคมยุโรปได้อย่างสมบูรณ์ภายใน 31 ธันวาคม 2535 และเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างยุโรปที่ไร้พรมแดน
ตอนนั้นยังไม่มีสหภาพยุโรป โคลเร่งให้มีการจัดทำสนธิสัญญามาสตริกต์ เพื่อจัดตั้งสหภาพยุโรป โคลปราศรัยซ้ำๆซากๆ เพื่อให้ชาติต่างๆหนุนการจัดตั้งสหภาพยุโรปที่เป็นทั้งสหภาพทางเศรษฐกิจ การเงิน และการเมือง จนสนธิสัญญามาสตริกต์ลงนามกันได้
ตอนที่สหภาพยุโรปตั้งเสร็จใหม่ๆ ผู้นำรุ่นเดียวกันของชาติอื่นพ้นตำแหน่งกันไปหมดแล้ว เหลือเพียงโคลยังเป็นผู้นำเยอรมนี ท่านจึงต้องทำงานให้สหภาพยุโรปมากกว่าผู้นำของประเทศอื่น และก็โคลอีกนั่นแหละครับ ที่ดันให้มีการตั้งสหภาพเศรษฐกิจและการเงินจนถึงขั้นตอนสุดท้ายที่ประกาศใช้เงินยูโร
นโยบายของโคลเรื่องเงินยูโรถูกต้านจากทั้งคนเยอรมันและชาติอื่น โคลจึงต้องออกไปพูด พูด พูด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและให้เห็นแก่ประโยชน์ของการใช้เงินสกุลร่วมกัน จนบั้นปลายท้ายที่สุด ก็มีการประกาศใช้เงินยูโรอย่างเป็นทางการเมื่อ 1 มกราคม 2542
นโยบายอีกอย่างหนึ่งของโคลที่เด่นมากจนทำให้พวกเรายังจำได้ก็คือ การรับสมาชิกใหม่ทั้งจากประเทศยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก ที่เด่นคูณสองก็คือ การทำลายกำแพงเบอร์ลินและการรวมประเทศ สมัยนั้น ใครๆ ก็รู้เรื่อง Ten Point Plan หรือแผน 10 ประการ เรื่อง Two-plus-Four-Conference ซึ่งเป็นแผนการเจรจาที่นำไปสู่การรวมประเทศจนรวมสำเร็จเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2533
ก่อนรวมประเทศ โคลดังมาก แต่พอรวมแล้วชื่อเสียงท่านตกมาก เพราะเยอรมนีตะวันตกที่เศรษฐกิจดีต้องไปแบกเยอรมนีตะวันออกที่เศรษฐกิจแย่ ผู้คนเริ่มตกงาน คนที่มีแนวความคิดเหยียดเชื้อชาติเริ่มระบายความทุกข์จากปัญหาเศรษฐกิจด้วยการไปทำร้ายคนงานต่างชาติ สหภาพยุโรปที่โคลหนุนอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูก็ต้องการเงินเข้าไปดำเนินการ เยอรมนีซึ่งเป็นลูกพี่ใหญ่ต้องแบกภาระสุดท้าย พรรคของโคลแพ้พรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยเยอรมันและพรรคกรีนเมื่อการเลือกตั้ง พ.ศ. 2541 โคลต้องออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี
พ.ศ. 2542 โคลก็โดนสอบสวนดำเนินคดี ขณะเดียวกัน ภรรยาก็ป่วยและฆ่าตัวตายอย่างที่ผมเรียนไปแล้วเมื่อวาน บั้นปลายท้ายชีวิต โคลสู้อย่างโดดเดี่ยว
บัดนี้ ท่านได้พักชั่วนิรันดร์แล้ว
RIP ครับ ฯพณฯ เฮลมุท โคล.
นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com