บิ๊กต๊อกไล่ล่าหมิ่นสถาบัน ประสานทูตส่งดำเนินคดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.naewna.com/local/240776

วันพุธ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาคดีความมั่นคงในราชอาณาจักร หรือคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กล่าวถึงการติดตามความคืบหน้าผู้กระทำผิดมาตรา 112 ว่า ตนได้ให้ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมืองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการติดตามคดีมาตรา112ดำเนินการอยู่ ซึ่งเราติดตามเรื่องนี้มาตลอดตามที่รัฐบาลมอบหมาย ปัจจุบันรัฐบาลได้จัดตั้งชุดเฉพาะกิจขึ้นคือ ชุดศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ตนจึงให้อธิบดีดีเอสไอประสานกับศตส.,กระทรวงการต่างประเทศ(กต.)และหน่วยงานด้านความมั่นคง ติดตามเรื่องนี้

‘บิ๊กต๊อก’สั่งล่าผิดม112ซุกตปท.

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า สำหรับรายชื่อผู้กระทำความผิดมาตรา112 เป็นกลุ่มเก่า มีประมาณ 6-7กลุ่ม โดยวันที่ 17ตุลาคมที่ผ่านมา ตนสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูว่า คนเหล่านี้ไปเคลื่อนไหวอยู่ประเทศใด แล้วร่างหนังสือส่งมาให้ตน ตนจะเซ็นในฐานะที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มอบหมายให้เป็นประธานคณะกรรมการติดตามคดี112 เพื่อส่งหนังสือไปยังเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยตามประเทศที่เขาเคลื่อนไหว เรื่องนี้ต้องเห็นใจคนทำงาน เพราะบางครั้งเคลื่อนไหวอยู่ต่างประเทศ เว็บไซต์ต่างๆ ออกมาจากต่างประเทศ ซึ่งเราติดเรื่องกฎหมายต่างประเทศ

ชี้เหตุรุมตื้บมาตรการทางสังคม

เมื่อถามถึงเหตุการณ์ประชาชนล้อมร้านขายน้ำเต้าหู้ชื่อดัง จ.ภูเก็ต หลังโพสต์ข้อความเข้าข่ายผิด มาตรา112 พล.อ.ไพบูลย์ ตอบว่า ตนเคยพูดแล้วว่า ไม่มีอะไรดีกว่ามาตรการทางสังคม เช่นเดียวกับคนที่ไปเคลื่อนไหวในต่างประเทศ เราก็มีประชาชนที่เคารพรักสถาบันดูอยู่ โดยเราทำหนังสือส่งไปตามประเทศต่างๆ ชี้แจงโดยอาศัยความเห็นใจในฐานะมิตรประเทศ ใช้ความรู้สึกในประเทศของกันและกัน เป็นความรู้สึกของคนไทยเพราะเราไม่เคยละเมิดกฎหมายเขา

DSIจับตาเว็บ-โซเชียลผิด112

ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามคดี112 สั่งการให้ดีเอสไอติดต่อขอข้อมูลเกี่ยวกับผู้กระทำความผิดมาตรา112 ว่า ดีเอสไอได้ติดตามอยู่ตลอดและมีข้อมูลเดิมของผู้กระทำผิดอยู่แล้ว โดยได้เฝ้าระวังและติดตามเว็บไซต์ต่างๆ รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ด้วย

สมช.ให้เชื่อข้อมูลของภาครัฐ

ขณะที่ พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวปลุกระดมผ่านโซเชียลมีเดียว่า เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องระวัง โซเชียลมีเดียกลายเป็นเรื่องที่คนโพสต์ไม่รับผิดชอบอะไร ใช้เวลานิดเดียว แค่เขียนอะไรขึ้นมาก็ได้เพื่อสร้างความวุ่นวาย ดังนั้น ต้องใช้วิจารณญาณในการอ่านข้อมูล ทางที่ดีให้รับฟังข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐ

แฉ’กลุ่มเดิม’เคลื่อนไหวตปท.

ผู้สื่อข่าวถามว่า พบกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังหรือไม่ พล.อ.ทวีป กล่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเดิมๆ ที่ต่อต้านและไม่หวังดีกับประเทศไทย ส่วนใหญ่กลุ่มคนเหล่านี้อยู่ต่างประเทศ มีการติดตามอยู่ตลอดเวลา ต่อข้อถามว่า พบเว็บไซต์หมิ่นสถาบันเยอะหรือไม่ พล.อ.ทวีป กล่าวว่า มีต่อเนื่อง เป็นกลุ่มเดิมที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ เชื่อว่าประชาชนคนไทยไม่ฟังกลุ่มบุคคลเหล่านี้อยู่แล้ว เพราะสิ่งที่เขาทำมันขัดต่อความรู้สึกของคนไทย ถ้าประชาชนรู้เบาะแสขอให้แจ้งด้วย จะได้จัดารตามกฎหมาย

คสช.ห่วงจี้ตร.ต้องดูแลให้ดี

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)กล่าวถึงมาตรการป้องกันความรุนแรงที่เกิดจากกลุ่มคนเข้าไปล้อมกรอบบุคคลที่โพสต์ข้อความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพว่า เท่าที่ตรวจสอบพบเกิดเหตุ 3กรณี คือที่ จ.ภูเก็ต สุราษฎร์ธานีและจ.พังงา ซึ่ง คสช.มีความเป็นห่วง เป็นหน้าที่ของตำรวจในการดูแลดำเนินการตามกฎหมาย โดยใช้มาตรการแยกบุคคลโพสต์หมิ่นออกมาเพื่อไม่ให้ถูกทำร้าย เจ้าหน้าที่ต้องไม่นำบุคคลนั้นไปขอขมาในสถานที่ที่ล่อแหลม เสี่ยงที่จะถูกทำร้าย หากเห็นว่าสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยก็ควรเลือกเวลาที่เหมาะสม

รุมตื้บ’หนุ่มชลบุรี’โพสต์จาบจ้วง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้โลกสังคมออนไลน์มีการวิพากษ์วิจารณ์ข้อความที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ในลักษณะจาบจ้วงเบื้องสูง จนมีผู้เข้ามาท้วงติงและเกิดวิวาทะโต้ตอบกันไปมา ต่อมาปรากฎว่า ชาวบ้านใน จ.ชลบุรี ได้สืบค้นจนพบบ้านพักงผู้โพสต์ข้อความดังกล่าว จึงนำตัวลงมาเพื่อให้กราบพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อขอขมาที่กระทำมิบังควร โดยระหว่างนั้นชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์มีความไม่พอใจเป็นอย่างมาก บางคนถึงขั้นลงมือทำร้ายร่างกายผู้โพสต์รายนี้และมีการถ่ายทอดสดผ่านเพจเฟซบุ๊กต่างๆ เป็นจำนวนมาก

‘บิ๊กตู่’วอนให้อภัยคนเห็นต่าง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า รู้ว่าประเทศต้องการอะไรในเวลานี้ แม้จะมีคนเห็นต่างแต่ก็ควรให้อภัย ข้อสำคัญคือ อย่าคิดไปไกล เพราะรัฐบาลจะดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน เราต้องทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์เข้มแข็งในยุคเรา สิ่งที่เราจะช่วยได้คือ รวมพลังรักสามัคคี ขออย่ากังวล โรดแมปก็คือโรดแมป

จับหนุ่มบางพลีจ่อ’ไปป์บอมบ์’

วันเดียวกัน พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการ สมช.กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 1คน ที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ว่า เนื่องจากมีเบาะแสมาว่า เกี่ยวข้องการแจ้งเตือนคาร์บอมบ์ช่วงวันที่ 23-25ตุลาคมนี้และเกี่ยวข้องกับ 5คนที่ถูกคุมตัวก่อนหน้านี้ ตำรวจทหารจึงไปพิสูจน์ทราบเพื่อให้ได้หลักฐานที่ชัดเจนและจะขยายผลต่อไป ซึ่งหลักฐานที่ได้ก่อนหน้านี้พบลักษณะเตรียมทำระเบิด’ไปป์บอมบ์’ส่วนจะเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุใน 7จังหวัดภาคใต้หรือไม่ กำลังสอบสวนอยู่ ถือเป็นความตั้งใจเดิมที่ต้องการก่อความไม่สงบ

‘บิ๊กป้อม’ยันหลักฐานมัดชัดเจน

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณี เลขาธิการ สมช.เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาที่จับได้เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว 5คน คาดว่าจะทำไปป์บอมบ์ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ว่า ถ้าไม่มีเหตุเราคงไม่ดำเนินการ มีเหตุมีพยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจน แต่ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก เพราะเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและฝ่ายการข่าวได้ดำเนินการที่อยู่แล้ว ขอฝากไปยังประชาชนที่อยู่พื้นที่สาธารณะ เช่น ลานจอดรถ หรือห้างสรรพสินค้า ต้องช่วยกันดูแล หากเห็นมีอะไรผิดปกติให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่

Leave a comment