ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.naewna.com/local/240912
วันพุธ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 19.28 น.
อดีตข้าราชการศูนย์อนามัยแม่และเด็กเขต 7 วัย 72 ปี ชาวราชบุรี เผยในหลวงทรงรับสั่ง “จงหาทางศึกษาต่อเพื่อจะได้มีความก้าวหน้า ในหน้าที่การงาน” จนทำให้มีแรงผลักดันตนเอง จากพนักงานขับรถยนต์วุฒิชั้น ป.4 มุมานะเรียนจนจบ ได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร และเข้ารับราชการในกระทรวงสาธารณสุขจนเกษียณอายุราชการ
19 ตุลาคม 2559 นายศรีวิชัย ทรงสุวรรณ อดีตข้าราชการศูนย์อนามัยแม่และเด็ก เขต 7 หรือ ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี อายุ 72 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 9 ต.ดอนตะโก อ.เมือง จ.ราชบุรี เผยถึงเรื่องราวความประทับใจที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างใกล้ชิดถึง 3 ครั้ง ซึ่งถือได้ว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ชีวิตและวงตระกูลทรงสุวรรณ พร้อมน้อมนำพระราชดำรัสมาใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันจนมีความเจริญก้าวหน้าจากพนักงานขับรถยนต์ความรู้ชั้น ป.4 ก้าวสู่ชีวิตข้าราชการในกระทรวงสาธารณสุข ประจำจังหวัดราชบุรี ด้วยวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีในคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
นายศรีวิชัย เผยภาพความทรงจำในอดีต ที่แม้จะล่วงเลยมาถึง 45 ปีแล้วแต่ทุกภาพยังคงตราตรึงอยู่ในหัวใจว่า ครั้งแรกที่ได้เข้าเฝ้าฯ คือ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2514 เวลา 13.00 น. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาถวายผ้าพระกฐินต้น ณ วัดเขาวัง ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี โดยที่ตนเองได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พร้อมกับนำพวงมาลัยดอกไม้สดจำนวน 2 พวง นั่งรอรับเสด็จฯ ด้วยความตั้งใจอยู่ที่บริเวณหน้าประตูทางเข้า ร.ร.วัดเขาวัง (แสงช่วงสุวนิช)
เมื่อทั้งสองพระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินต้นจนหมดภารกิจ ก็เสด็จฯ ลงมาจากวัดเขาวังให้ประชาชนได้ชื่นชมพระบารมี จนเสด็จฯ มาถึงยังหน้าประตูทางเข้าโรงเรียนที่ตนเองนั่งรอรับเสด็จฯ อยู่ ตนจึงได้ยื่นพานเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพวงมาลัยพระกร พระองค์ยื่นพระหัตถ์มารับมาลัยพระกรและทรงตรัสว่า “ขอบใจนะ” ขณะเดียวกันตนเองก็ทูลเกล้าฯ ถวายรายงานชื่อ นามสกุล และศูนย์อนามัยแม่และเด็ก ซึ่งเป็นสถานที่ทำงาน พระองค์ทรงรับสั่งกลับว่า “หน่วยงานนี้ฉันเคยมาเปิดเมื่อสองปีก่อนใช่หรือไม่” ซึ่งตนก็ทูลกลับว่า “ใช่พะย่ะค่ะ”
จากนั้น พระองค์ทรงรับสั่งว่า ไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์ ให้พูดธรรมดา และพระองค์ทรงตรัสถามถึงงานที่ทำ อายุ และการศึกษา เมื่อได้กราบบังคมทูลให้ทรงทราบว่า ตนอายุ 27 ปี ทำหน้าที่พนักงานขับรถยนต์ มีการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และพระองค์ทรงตรัสถามว่า ขับรถไปที่ไหนบ้าง ตนเองก็ทูลไปว่า ขับรถไปในพื้นที่ชนบท พื้นที่ทุรกันดาร ถนนหนทางลำบากมาก เนื่องจากศูนย์อนามัยแม่และเด็กเขต 7 ราชบุรี รับผิดชอบพื้นที่ 7 จังหวัด ตั้งแต่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไปจนถึง จ.สุพรรณบุรี จากนั้น พระองค์ทรงมีรับสั่งว่า “จงหาทางศึกษาต่อเพื่อจะได้มีความก้าวหน้า ในหน้าที่การงาน” ตนเองน้อมรับสั่งพร้อมทั้งก้มกราบที่พระบาทแล้วพระองค์เสด็จฯ ผ่านไป
ขณะเดียวกันที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมาประทับเบื้องหน้าทรงเอื้อมพระหัตถ์มารับมาลัยพระกรแล้วรับสั่งว่า “รับสั่งพระองค์ท่านไปแล้ว ต้องนำไปปฏิบัตินะ” ตนจึงทูลกลับว่า “พะย่ะค่ะ” จากนั้น ทั้งสองพระองค์ทรงเสด็จขึ้นประทับรถพระที่นั่งทรงเสด็จพระราชดำเนินกลับ
นายศรีวิชัย เล่าต่อว่า วันรุ่งขึ้น นางยุพา ประถมภัฏ หัวหน้าศึกษานิเทศก์ เขต 5 ได้เดินทางมาถามตนว่า ในหลวงรับสั่งอะไรแก่ตนเองบ้าง ตนจึงเล่าให้ฟังไปว่าพระองค์ท่านรับสั่งให้ตนหาทางศึกษาต่อ จากนั้น จึงพาไปสมัครเรียนที่ ร.ร.ผู้ใหญ่วัดเขาวัง (แสงช่วงสุวนิช) และได้เข้าเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
สำหรับครั้งที่ 2 ที่ตนได้เข้าเฝ้าฯ คือ วันที่ 19 มิถุนายน 2515 ขณะที่ พระบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเสด็จฯ ณ วัดดอนตูม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ตนก็ได้นำมาลัยพระกรไปทูลเกล้าฯ ถวาย พระองค์ทรงเอื้อมพระหัตถ์มารับมาลัยพระกร ตนเองจึงกราบบังคมทูลถวายรายงานชื่อ นามสกุล และที่ทำงาน พระองค์ทรงยืนนิ่งไปชั่วครู่และมองหน้าตนเอง ทรงตรัสถามว่า “ไปเรียนแล้วหรือยัง” ในจังหวะนั้น ตนเองน้ำตาไหลด้วยความปลื้มปิติ และกราบทูลไปว่า กำลังเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ร.ร.ศึกษาผู้ใหญ่วัดเขาวัง ท่านก็รับสั่งว่า “ให้มีความพยายาม มันจะมีอุปสรรคเพราะเราอายุเยอะแล้วแต่ถ้าพยายามจะผ่านไปได้ มีอุปสรรคอะไรให้บอก” จากนั้นพระองค์ท่านก็เสด็จผ่านไป
จากนั้น ตนเองก็พยายามศึกษาเล่าเรียนจนจบในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.ศ.3) และได้มีโอกาสสอบชิงทุนเพื่อเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรพนักงานอนามัย ที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และถูกส่งไปศึกษาที่ศูนย์ฝึกอบรมกรมอนามัยภาคกลาง จ.ชลบุรี จนเรียนจบหลักสูตรก็ได้รับการบรรจุให้เข้ารับราชการและพ้นจากตำแหน่งลูกจ้างประจำหน้าที่พนักงานขับรถยนต์
หลายปีต่อมา ผู้บังคับบัญชาและกรมอนามัยสนับสนุนให้ตนเองลาราชการไปศึกษาต่อในหลักสูตรสาธารณสุขศาสตร์บัณฑิต ที่คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จนจบหลักสูตรปริญญาตรีเป็นรุ่นที่ 9 ในตอนนั้น ตนเองคิดว่าจะไม่มีโอกาสที่จะได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระองค์ท่าน เนื่องจากรุ่นพี่รุ่นที่ 8 พระองค์ท่าน ทรงประชวร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี พระราชทานแทน ในปี 2538
นายศรีวิชัย เผยด้วยความปลื้มปิติ พร้อมทั้งหลั่งน้ำตาว่า ราวต้นเดือนพฤษภาคม 2539 ตนจึงเขียนหนังสือกราบบังคมทูลผ่านกองราชเลขาฯ ใจความว่า “โปรดกรุณาทูลให้พระองค์ทรงทราบด้วยว่า กระผม นายศรีวิชัย ทรงสุวรรณ ผู้ที่พระองค์รับสั่งให้ไปหาทางศึกษาต่อ ซึ่งกระผมได้เรียนต่อจนจบชั้นปริญญาตรี ในหลักสูตรสาธารณสุขศาสตร์บัณฑิต ที่คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลแล้ว” พร้อมทั้งนำส่งไปรษณีย์ไปยังสำนักพระราชวัง
ภายหลังมหาวิทยาลัยมหิดลได้มีประกาศให้นักศึกษาที่จบในปี 2538-2539 เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ในเดือนกรกฎาคม 2539 ณ อาคารใหม่สวนอัมพร โดยในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานปริญญาบัตรด้วยพระองค์เอง ในพิธีรับพระราชทานปริญญาบัตรตนได้ยื่นมือไปเบื้องหน้าพร้อมถวายรายงานรับปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ด้วยความตื้นตันใจน้ำตาไหลด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งพระองค์ทรงแย้มพระสรวลให้ โดยที่ตนเองมีความปลาบปลื้มปิติด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงรับสั่งให้ตนไปหาทางศึกษาต่อ แล้วพระองค์เสด็จฯ มาพระราชทานปริญญาบัตรให้
นายศรีวิชัย กล่าวด้วยอาการเสร้าเสียใจว่า หลังจากที่ทราบข่าวการสวรรคตในวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมาตนและครอบครัวต่างเศร้าโศกเสียใจกันตลอดทั้งวัน และรู้สึกเสียใจ ซึ่งตนเองจะขอนำพระราชดำรัสที่พระองค์ทรงพระราชทานไว้เป็นในการดำรงชีวิตประจำวัน เพราะการที่ตนเองประสบความสำเร็จมาได้จากพนักงานลูกจ้างขับรถยนต์จบเพียงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จนจบการศึกษาสูงสุดปริญญาตรี และเข้ารับข้าราชการในกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จ.ราชบุรี จนอายุครบเกษียณราชการ
ปัจจุบัน นายศรีวิชัย ประกอบอาชีพเป็นคอลัมนิสต์เขียนบทความให้หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น มีภรรยาชื่อ น.ส.ยุพา ล้ำเลิศ อายุ 54 ปี มีบุตร 1 คน คือ ดร.จิรรัชวัลคุ์ ทรงสุวรรณวิภา เป็นอาจารย์สอนที่วิทยาลัยเฉลิมกาญจนา เพชรบูรณ์
