9ภาพยนตร์ฉลองงานเปิดเทศกาลภาพยนตร์’German Film Week 2017’ปีที่ 5

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/269570

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2560, 10.00 น.

Toni Erdmann

ผู้กำกับ :          Maren Ade

ความยาว:        162 นาที

นักแสดงนำ:      Peter Simonischek, Sandra Hüller, Michael Wittenborn

เยอรมนี, 2016

ประเภทคอมเมดี้

ภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ที่สร้างความประทับใจให้ผู้ชมและกวาดรางวัลมาแล้วมากมายในปีที่ผ่านมาเรื่องนี้เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของพ่อกับลูกสาวในแนวร่วมสมัยได้อย่างน่าสนใจ    โทนี แอ็ดมันน์ (Winfried Conradi) เป็นพ่อวัยเกษียณที่รักสนุกและเคยเป็นครูสอนดนตรี ส่วนอินเนส ลูกสาวเป็นนักธุรกิจหญิงสุดแกร่งที่ไม่เคยมีเวลาให้กับให้กับเรื่องสนุกใดๆ นอกจากงานของเธอ  วันหนึ่งโทนีอยากเซอร์ไพรส์ลูกสาวด้วยการไปเยี่ยมเธอที่บูคาเรสโดยไม่บอกให้รู้ล่วงหน้า อินเนสเองก็กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในหน้าที่การงาน สถานการณ์จึงปั่นป่วนไปหมด

Herbert

ผู้กำกับ:                                Thomas Stuber

ความยาว:           109 นาที

นักแสดงนำ:      Peter Kurth, Lina Wendel, Edin Hasanovic

เยอรมนี, 2015

ประเภทดราม่า

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม(เหรียญเงิน) ในงานประกาศรางวัล German Film Awards 2016 และนักแสดงนำ เพเทอร์ ควร์ทได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากบทแฮร์แบร์ท เขาต้องทุ่มเทอย่างมาก ทั้งก่อนการมารับบทนี้ เขาต้องสร้างกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นถึง16 กิโลกรัมและในขณะที่ถ่ายทำก็ต้องลดน้ำหนักลงเพื่อถ่ายทอดให้เห็นถึงสุขภาพที่ทรุดโทรมลงของตัวละครด้วย

แฮร์แบร์ทเป็นอดีตนักมวยแชมเปี้ยนส์วัย 50 ปี อาศัยอยู่ในไลป์ซิก เมืองหนึ่งในเยอรมันตะวันออก ถึงแม้ว่ายุครุ่งเรืองทางอาชีพของเขาจะผ่านพ้นไปนานแล้ว แต่แฮร์แบทก็ยังแข็งแรงและหาเลี้ยงตัวเองได้ด้วยกำปั้นของเขา รอยแผลและรอยสักตามร่างกายกำยำเป็นเครื่องแสดงถึงการต่อสู้ทั้งแพ้และชนะของเขาได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันเขาฝึกนักมวยรุ่นใหม่ๆและทำงานเป็นคนเฝ้าประตูและคนตามทวงหนี้ทำให้บางครั้งก็มีบ้างที่ต้องทำร้ายผู้อื่น ต่อมาเขาถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS) ทั้งโรคร้ายและการพยายามกลับไปคืนดีกับครอบครัวเป็นเสมือนสนามรบครั้งสุดท้ายของเขาที่ต้องทนต่อสู้ไปให้ถึงที่สุด

Berlin Syndrome

ผู้กำกับ:            Cate Shortland

ความยาว:        116 นาที

นักแสดงนำ:     Teresa Palmer, Max Riemelt, Matthias Habich

เยอรมนี, 2017

ประเภทสยองขวัญ

ระหว่างการมาเยือนเบอร์ลินช่วงสั้นๆ นักข่าวและช่างภาพสาว แคลร์ ก็ได้พบกับชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ แอนดี้ ทั้งคู่ต่างดึงดูดเข้าหากันในทันทีและคืนนั้นก็จบลงที่ทั้งสองค้างคืนด้วยกัน    ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากนวนิยายเรื่อง Berlin Syndrome  ที่แต่งขึ้นในปี2012โดยนักเขียนชาวออสเตรเลีย Melanie Joosten  และเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2017 ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ฉายรอบปฐมทัศน์ในเทศกาลภาพยนตร์ซันแด๊นซ์และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล “World Cinema Dramatic Competition

แรกเริ่มดูเหมือนจะเป็นจุดเริ่มต้นของความโรแมนติก ทว่าเหตุการณ์กลับพลิกผัน เมื่อแคลร์ตื่นขึ้นในเช้าวันถัดมาและพบว่าแอนดี้ออกไปทำงานแล้ว หนำซ้ำยังล็อคห้องของเขาเอาไว้ทำให้เธอติดอยู่ในห้อง ตอนแรกแคลร์คิดว่าแอนดี้อาจแค่เผลอลืมล็อคห้อง จนกระทั่งเธอพบว่าแอนดี้ไม่ได้ต้องการที่จะปล่อยเธอออกไปไหนอีกเลย

Wild

กำกับ :             Nicolette Krebitz

ความยาว:        97 นาที

นักแสดงนำ:     Lilith Stangenberg, Georg Friedrich, Nelson

เยอรมนี, 2016

ประเภท ดราม่า

“เรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมาเรียบง่าย แต่สร้างความฮือฮาได้อย่างมาก Wild  เป็นเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่รู้สึกแปลกแยกจากสังคมมนุษย์และพบความสุขกับสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่น   ชีวิตที่จำเจของอาเนียส์ได้เปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัวเมื่อเธอได้พบกับหมาป่าตัวหนึ่ง เธอรู้สึกถูกดึงดูดและไม่อาจหยุดคิดถึงหมาป่าตัวนั้นได้เลย เธอค่อยๆ พยายามเข้าใกล้มันทีละนิด จนในที่สุดเธอก็สามารถจับมันมาได้และพากลับไปอยู่ที่อพาร์ทเมนต์ของเธอการใช้ชีวิตร่วมกับหมาป่าที่เริ่มจริงจังและลึกซึ้งมากขึ้นเรื่อยๆ ถูกสะท้อนให้เห็นผ่านทางท่าทางและพฤติกรรมคล้ายสัตว์ของเธอเธอเริ่มปลดปล่อยสัญชาตญาณและความปรารถนาทางเพศออกมามากขึ้นในขณะเดียวกันก็ค่อยๆ สูญเสียการติดต่อกับผู้อื่นในสังคมลงไปเรื่อยๆ ท่าทางที่เมินเฉย ไม่สนใจใครแต่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของเธอทำให้เธอทั้งน่าดึงดูดพอๆกับเป็นที่ไม่ชอบใจของผู้คนรอบข้าง

24 Weeks

ผู้กำกับ:        Anne Zohra Berrached

ความยาว:      103 นาที

นักแสดง:          Julia Jentsch, Bjarne Mädel, Johanna Gastdorf

เยอรมนี 2016

ประเภทดราม่า

24 Weeks เป็นภาพยนตร์เยอรมันเพียงเรื่องเดียวที่ได้รับการเปิดตัวในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลินครั้งที่ 66 สิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้สมจริงก็คือ มีเพียงแค่ครอบครัวเท่านั้นที่แสดงโดยนักแสดงมืออาชีพ นอกนั้นทั้งหมอ นักจิตวิทยา และเด็กๆในเรื่องล้วนเป็นบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์จริง

อัสทริด (Julia Jentsch) เป็นนักแสดงเดี่ยวไมโครโฟนที่รักและทุ่มเทให้กับอาชีพเป็นอย่างมาก เธอมีมาร์คุส (Bjarne Mädel) ที่เป็นทั้งสามีและผู้จัดการคอยให้การสนับสนุนมาโดยตลอด ทั้งคู่มีลูกสาวอายุ 9 ปีและเธอกำลังตั้งท้องลูกคนที่สองอยู่แต่โชคก็กลับไม่เป็นใจทั้งคู่พบว่าลูกที่กำลังจะเกิดมานั้นมีความผิดปกติทั้งทางร่างกายและทางจิตใจกระนั้นพวกเขาก็ยังเชื่อมั่นว่าจะสามารถรับมือกับความท้าทายอันใหญ่หลวงนี้ได้ แต่เมื่อกำหนดการคลอดยิ่งใกล้เข้ามา อัสทริดก็ยิ่งเป็นกังวลมากขึ้นทั้งเรื่องอนาคตของลูกที่ยังไม่เกิด อนาคตของครอบครัวและอาชีพการงานของเธอ ในท้ายที่สุดแล้วเธอพบว่าผู้เป็นแม่จะเป็นเพียงผู้เดียวที่จะต้องตัดสินใจกับเรื่องนี้เอง

Fritz Lang

ผู้กำกับ:            Gordian Maugg

ความยาว:        104 นาที

นักแสดงนำ:     Heino Ferch, Christoph Bertram, Samuel Finzi

เยอรมนี, 2016

ประเภทดราม่า

ฟริทซ์ ลัง เป็นผู้กำกับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ ภาพยนตร์ขาวดำชื่อเดียวกันนี้เป็นการเอาทั้งเรื่องเล่าและข้อเท็จจริงมาผสมผสานกัน อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงจุดเริ่มต้นของภาพยนตร์เรื่องเอกของเขานั่นก็คือเรื่อง“M”

ปี 1929 ขณะที่ภาพยนตร์เรื่อง “Woman in the Moon” เปิดตัวฉายครั้งแรก ผู้กำกับ ฟริทซ์ ลัง (Heino Ferch) ต้องคิดหนักเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องถัดไปที่เขาจะทำ เขาได้อ่านข่าวเกี่ยวกับฆาตรกรต่อเนื่องที่โหดเหี้ยมจนผู้คนต่างขนานนามว่า “ปีศาจแห่งดุสเซลดอร์ฟ” และเกิดความสนใจ จึงได้ใช้เส้นสายของเขาผ่านทางสารวัตรเก็นนาท (Thomas Thieme) เพื่อที่จะตามติดและเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสืบสวนคดีนี้ และเมื่อนายเพเท่อร์ เคิร์ทเท็น ฆาตรกรสุดโหดถูกจับได้ ฟริทซ์ ลังก็ได้สิทธิ์พิเศษให้เข้าไปพบกับฆาตรกรในห้องขัง และการพบกันครั้งนี้เองก็เป็นจุดกำเนิดของบทภาพยนตร์เรื่อง “M” อันโด่งดังในเวลาต่อมา

M

ผู้กำกับ:            Fritz Lang

ความยาว:        117 นาที

นักแสดงนำ:     Peter Lorre,Ellen Widmann, Inge Landgut

เยอรมนี, 1931

ประเภทสืบสวน/ดราม่า

ภาพยนตร์เสียงเรื่องแรกของฟริทซ์ ลังไม่ได้เป็นเพียงผลงานชิ้นเอกของวงการภาพยนตร์เยอรมันช่วงก่อนสงครามโลกเท่านั้นแต่ยังเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่มีความสำคัญที่สุดของวงการหนังเยอรมันอีกด้วย

เยอรมนีในช่วงปี 1930 มีฆาตรกรโรคจิตที่ชอบล่อลวงเด็กไปฆ่า ตำรวจพยายามใช้ทุกวิถีทางเพื่อที่จะจับเขามาลงโทษ แต่ก็ต้องคว้าน้ำเหลวหลายต่อหลายครั้ง ประชาชนที่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงจึงตัดสินใจใช้ศาลเตี้ยหาผู้กระทำผิดมาลงโทษเอง ซึ่งวิธีนี้บางครั้งก็ทำให้คนบริสุทธิ์ต้องพลอยถูกลงโทษไปด้วย บรรดาหัวหน้าแก๊งค์อาชญากรทั้งหลายที่ต้องคอยระวังตัวจากการตรวจตราของตำรวจที่เพิ่มขึ้นจึงตัดสินใจออกตามล่าฆาตรกรคนนี้เสียเอง และหากจับได้ก็ต้องการที่จะตัดสินโทษกันเองด้วย ในขณะที่ทางตำรวจเองก็มีความคืบหน้าในการตามจับคนร้ายและก็มีความคิดเรื่องการลงโทษที่ต่างออกไป

Petterson and Findus: A Little Nuisance, a Great Friendship

ผู้กำกับ:               Ali Samadi Ahadi

ความยาว:        86 นาที

นักแสดงนำ:     Max Herbrechter, Stefan Kurt, Marianne Sägebrecht

เยอรมนี, 2014

ประเภทครอบครัว

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกยกย่องโดย FBW ให้เป็นภาพยนตร์ที่ควรดูอย่างยิ่ง และด้วยความที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก ในปี 2016 จึงได้มีภาคที่สอง “Pettersson und Findus 2 – The best Christmas ever” โดยเรื่องนี้มีฉายแบบพากษ์ไทยด้วย

Pettersson and Findus เป็นหนังสือชุดสำหรับเด็ก แต่งโดยนักเขียนชาวสวีเดน Sven Nordgvist เล่าชีวิตของเจ้าแมวจอมทะเล้น Findus ที่กำลังหาที่อยู่ใหม่และได้มาอาศัยหลบภัยอยู่ที่ลานบ้านของชายชรา Petterson เจ้าเหมียวได้ทำให้ชีวิตที่เงียบเหงาและโดดเดี่ยวของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เกิดเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพอันงดงามและเรื่องสนุกอีกมากมาย หนังสือเล่มนี้ขายได้มากกว่า 6ล้านเล่มทั่วโลกและได้รับการแปลถึง 44 ภาษา ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกจากหนังสือชุดดังกล่าว

Goodbye Berlin

ผู้กำกับ                  : Fatih Akin

ความยาว             : 93 นาที

บทภาพยนตร์      : Lars Hubrich, Hark Bohm

นักแสดงนำ         : Tristan Göbel, Anand Batbileg, Mercedes Müller

เยอรมนี, 2016

ประเภทดราม่า/ตลก

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายของผู้กำกับ Fatih Akin ที่ต้องทำให้นิยายขายดี “Tschick” ของนักเขียน Wolfgang Herrendorf มาอยู่บนจอเงิน แม้จะมีผู้คาดหวังมากมาย แต่เขาก็ทำออกมาได้อย่างประสบความสำเร็จและได้รับเสียงชื่นชมในหลายๆ ด้าน

ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนใกล้เข้ามาแล้ว แต่ทว่า “ไมค์ คลิงเงนแบร์ก” หนุ่มน้อยวัย 14 ปีก็ยังไม่ค่อยมีอะไรให้ทำแก้เซ็ง แม่ของเขาต้องไปเข้าคลินิคบำบัด ส่วนพ่อต้องไปเดินทางไปเจรจา “ธุรกิจ” กับเลขาสุดฮอต ไมค์ตกหลุมรักเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่ชื่อ “ทาเทียน่า” แต่ก็ไม่เคยอยู่ในสายตาของสาวเจ้าเลยและไม่ได้รับเชิญไปปาร์ตี้วันเกิดของเธออีกด้วย กระนั้นชีวิตของเขาก็ยังพอมีเรื่องดีๆ อยู่บ้างเมื่อเขาได้รู้จักกับนักเรียนใหม่ที่ชื่อ “อันเดรย์ ชิคคาช็อฟ” หรือเรียกสั้นๆ ว่า “ชิค”เขาย้ายมาจากเมืองที่ห่างไกลของรัสเซียและมาอยู่ในตึกสูงระฟ้าในเขตมาร์ซานของเบอร์ลิน วันหนึ่งชิคได้ปรากฏตัวที่หน้าบ้านของไมค์พร้อมกับรถหนึ่งคันที่เขาขโมยมา แล้วความตื่นเต้นก็เริ่มขึ้น ทั้งสองออกไปซิ่งกันทั่วเยอรมันตะวันออกโดยไม่มีแผนที่ เข็มทิศ หรือแม้กระทั่งจุดหมายปลายทาง

Leave a comment