ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 ก.ค. 2560 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/997167

รายงานระบุว่า ประเทศไทยถือเป็นจุดศูนย์รวมท่องเที่ยวช้าง เพราะจำนวนช้าง 2,923 เชือกตามรายงานเอกสารของ WAP ที่ถูกใช้งานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในเอเชียนั้น ไทยมีช้างใช้งานมากที่สุด 2,198 เชือก ตามด้วยอินเดีย 617 เชือก ศรีลังกา 166 เชือก เนปาล 147 เชือก ลาว 59 เชือก และกัมพูชาเพียง 36 เชือก
ขณะเดียวกัน ทุกครั้งที่ไม่มีการแสดงหรือนักท่องเที่ยวขี่ช้าง พวกมันจะถูกล่ามโซ่ที่ยาวไม่ถึง 3 ม.ตลอดเวลา อีกทั้งยังกินอาหารไม่ดี มีการดูแลรักษาอย่างจำกัดและให้อยู่บนพื้นปูนซีเมนต์ ซึ่งช้างเลี้ยงในอินเดียมีความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่ที่สุด 4.4 คะแนน ตามด้วยไทย 4.6 คะแนน เนปาล 4.8 คะแนน ศรีลังกา 4.9 คะแนน และลาว 5.0 คะแนน ขณะที่กัมพูชาคะแนนเฉลี่ย 6.5 เนื่องจากมีช้างเพียง 36 เชือกใน 4 จุดท่องเที่ยว และ 2 จุดได้รับคะแนนดี
นอกจากนี้ ในรายงานยังเน้นที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือ ปางช้างของไทย ซึ่งมักเห็นช้างขี่จักรยานสามล้อ เดินกายกรรมไต่เชือก หรือแม้แต่เล่นบาสเกตบอล และนับแต่ปี พ.ศ.2553 ประชากรช้างในแหล่งท่องเที่ยวของไทยที่เพิ่มขึ้น 30% พบมีการเลี้ยงช้างดีเพียง 8 แห่ง เทียบกับอีก 114 แห่งที่เลี้ยงดูไม่ดี
ทั้งนี้ นายแจน สมิดช์เบอร์บาช ผู้เชี่ยวชาญประจำสมาคมพิทักษ์สัตว์โลก ประจำประเทศไทย เผยว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวสามารถที่จะช่วยปรับปรุงและพัฒนาความเป็นอยู่ของช้างให้ดีขึ้นได้ โดยเปลี่ยน ความต้องการตัวเองจากการขึ้นขี่ช้าง หรือการถ่ายรูปเซลฟี่และดูการแสดงของช้างเป็นการทำกิจกรรมอื่นๆ ที่เป็นมิตรกับช้าง เช่น สำรวจสังเกต เฝ้าดูและมีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับช้าง
อย่างไรก็ตาม นายอิทธิพันธ์ ขาวละมัย เลขาธิการมูลนิธิพระคชบาล และเป็นผู้จัดการวังช้างอยุธยา ซึ่งมีช้างอยู่ราว 90 เชือก ซึ่งไม่เห็นด้วยกับรายงานดังกล่าว เผยว่า คนเลี้ยงช้าง หรือควาญช้างดูแลและเลี้ยงช้างเป็นอย่างดี ส่วนใหญ่ที่ดูแลช้างเป็นอย่างดี ก็เพราะช่วยทำให้เกิดรายได้และสร้างสวัสดิการ.