‘FILTER BUBBLE’ กรองหรือล้างสมองชาวเนต?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/263439

วันจันทร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“คน 2 โลก”

ไม่ใช่เรื่องราวลี้ลับเกี่ยวกับคนเป็นที่ไปท่องโลกคนตายแต่หมายถึง ณ ปัจจุบันเป็นยุคสมัยที่ “โลกเสมือน” บนอินเตอร์เนตมีอิทธิพลต่อคนคนหนึ่ง และต่อสังคมโดยรวมเป็นอย่างยิ่ง ใครจะคิดว่าเราจะมีวันที่ผู้คนตั้งแต่เด็กถึงแก่ นอกจากบัตรประจำตัวประชาชนในชีวิตจริงที่ออกโดยรัฐที่คนคนนั้นเป็นพลเมืองแล้ว

แต่ละคนยังต้องมี “บัญชีผู้ใช้งานสื่อออนไลน์” (Account ID) ต่างๆ เช่น อี-เมล์ (E-Mail) เฟซบุ๊ค (Facebook) ทวิตเตอร์ (Twitter) ไลน์ (Line) และอื่นๆ อีกหลายโปรแกรม และระยะหลังๆ ผู้ให้บริการหลายเจ้ายัง “เชื่อมโยง” บัญชีเหล่านี้ให้ใช้ร่วมกันได้ จนดูคล้ายกับว่าบนโลกออนไลน์เราก็มีสถานะ..พลเมือง!!!

โลกที่เปลี่ยนไปขนาดนี้ ใครที่ตามไม่ทันคง “ลำบาก” จะอยู่แบบไม่มีตัวตนออนไลน์ได้อย่างไรในเมื่อสินค้าและบริการต่างๆ ขยับพื้นที่ไปอยู่ในนั้นแทบทั้งหมด แต่เมื่อมีตัวตนก็ “อยู่ยาก” หากเผลอไปทำอะไรที่ “พลาด” ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ มีแต่จะถูก “ถล่มเละ” ดังกรณีของสื่อมวลชนอาวุโสท่านหนึ่ง วิพากษ์วิจารณ์เว็บไซต์ข่าวบางเจ้าที่มีโฆษณาแนว “วาบหวิว” ว่าไม่เหมาะสม

จนถูกชาวเนต “ย้อน” ว่าโฆษณาดังกล่าวจะขึ้นตามการค้นหาของผู้ใช้ “คุณชอบดูชอบอ่านอะไร ระบบก็จะป้อนสิ่งนั้นมาให้คุณเรื่อยๆ” ก่อนจะพากันสรุปว่า“เผลอปล่อยไก่เพราะสูงวัยจนตามเทคโนโลยีไม่ทัน” และเรื่องก็ยิ่ง “ลาม” เมื่อมีการนำเรื่องราวดังกล่าวไป “ขยายความ” ซ้ำเติมให้ใหญ่โต แต่อีกมุม..ก็มีผู้ให้ข้อมูลอีกด้านเช่นกันว่า แม้คุณจะไม่ได้เข้าไปชมเว็บไซต์แนว “หมิ่นเหม่-ล่อแหลม” แต่ข้อมูลตัวตนออนไลน์ที่คุณสมัครยืนยันใช้บริการต่างๆ ก็สามารถ “ดึงดูด” สิ่งที่ไม่พึงประสงค์ดังกล่าวได้อยู่ดี

ปริญญา หอมเอนก

ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบความปลอดภัยไซเบอร์ ปริญญา หอมเอนก ผู้ก่อตั้งบริษัท เอซิส โปรเฟชชันแนล เซ็นเตอร์ (ACIS Professional Center) อธิบายกับ “แนวหน้าวาไรตี้” ว่า ทุกวันนี้ “บราวเซอร์” (brwoser) หรือโปรแกรมที่ใช้เล่นอินเตอร์เนต รวมถึง “เสิร์ซเอ็นจิ้น” (Search Engine) หรือเว็บไซต์สำหรับค้นหาข้อมูล ถูกพัฒนาให้ “ฉลาด” มากขึ้นเรื่อยๆ ในระดับที่ คน 2 คน ค้นหาด้วยคำคำเดียวกัน แต่ผลที่ได้กลับแตกต่าง..คนละเรื่อง!!!

ที่เป็นเช่นนั้น เพราะเครื่องมือหนึ่งที่ชื่อ “ฟิลเตอร์ บับเบิ้ล” (Filter Bubble) ที่ผู้พัฒนาโปรแกรมสร้างขึ้นมาเพื่อ “ค้นหา” สิ่งที่ผู้ใช้แต่ละคนน่าจะ “ชอบ” โดยโปรแกรมดังกล่าวจะดูจาก “ประวัติการท่องโลกออนไลน์” ของแต่ละคน ว่าชอบค้นหาอะไร ส่งต่อสิ่งไหน พูดถึงเรื่องใด ฯลฯ ก่อนประมวลผล “เลือก” สิ่งที่สอดคล้องกับประวัติการค้นหานั้นมาให้ผู้ใช้งาน

“ผมค้นคำว่า Hotel Bangkok คุณค้นคำว่า Hotel Bangkok มันเสนอโรงแรมให้คุณกับผมก็ไม่เหมือนกัน มันดูจากประวัติการค้นหา จากการที่คุณไปกดถูกใจ (Like) นั่นนี่”ปริญญา ระบุ

ทว่าแม้ระบบจะทำงานด้วยวิธีการดังกล่าว แต่การที่จะ “ฟันธง” ไปว่าเพราะใครคนหนึ่งนิยมค้นหาสิ่งล่อแหลม ระบบจึงนำมาป้อนให้ ถือว่า “ด่วนสรุป” เร็วเกินไป“ไม่เป็นธรรม” ต่อผู้ถูกกล่าวหา กูรูออนไลน์ท่านนี้ กล่าวว่า สำหรับโฆษณาบนเว็บไซต์หลายครั้งก็เป็นการ “สุ่ม” ขึ้นมาเอง เช่น กรณีเว็บไซต์ขายของออนไลน์ชื่อดัง ขณะเดียวกัน..หลายกรณีแม้ไม่มีประวัติการค้นหา แต่โปรแกรมก็อาจ “เดา” สิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการได้ โดยดูจาก..

ข้อมูลส่วนบุคคล!!!

อาทิ เพศ ช่วงอายุ ระดับการศึกษา อาชีพ ฯลฯ ที่ผู้ใช้กรอกเมื่อสมัครใช้บริการอี-เมล์หรือโปรแกรมสื่อสังคมออนไลน์ แม้กระทั่ง “เพื่อน” ที่บุคคลหนึ่งไปกดรับในเฟซบุ๊ค หากเพื่อนคนนั้นไป “โพสต์-ไลค์-แชร์” เนื้อหาล่อแหลมบ่อยๆ ระบบของเฟซบุ๊คก็จะนำเนื้อหาเหล่านั้นขึ้นมาแสดงบนหน้าจอของบุคคลนั้น ด้วย แม้ตัวบุคคลนั้นเองจะไม่เคยกดตอบสนองใดๆ กับเนื้อหาทำนองดังกล่าวมาก่อนเลยก็ตาม

“มันขึ้นอยู่กับว่าคุณเข้าใช้เมล์หรือเฟซบุ๊คอยู่หรือเปล่า? ถ้าคุณเข้าใช้มันจะรู้ข้อมูลจากเมล์หรือเฟซบุ๊คของคุณ บราวเซอร์ก็เกี่ยว ลองเข้า url (ที่อยู่ของเว็บไซต์) เดียวกัน เวลาเดียวกัน อันหนึ่งเปิดด้วย Google Chrome อีกอันเปิดด้วย Line เชื่อไหม? ผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่เหมือนกัน” ปริญญา กล่าว

ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ควร “คิดให้ไกล” กว่าคำถามเชิงดราม่า ที่ใครคนหนึ่งเข้าหรือไม่เข้าเว็บฯล่อแหลมหรือไม่? จนมีเนื้อหาโฆษณาปรากฏบนหน้าจอของคนคนนั้น ปริญญา ชี้ว่า ข้อมูลที่นักท่องเนตแต่ละคนจะได้รับเมื่อเข้าใช้งานสื่อออนไลน์ ไม่ได้แสดงผลอย่างเป็นธรรมชาติ หากแต่“ถูกปรุงแต่ง” จากสารพัด “ร่องรอย” ที่แต่ละคนทิ้งไว้

ทั้งข้อมูลอัตลักษณ์ส่วนบุคคล และข้อมูลพฤติกรรมต่างๆ ที่กระทำไว้บนโลกออนไลน์ ซึ่งในต่างประเทศ นี่ถือเป็นเรื่อง “น่ากังวล” มีการตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้หมายถึง “อธิปไตยไซเบอร์” (Internet Sovereignty) หรือความเป็นส่วนตัวของแต่ละบุคคล กำลังถูก “ละเมิด” อยู่หรือเปล่า?

“เอาเป็นว่าอิสรภาพบนอินเตอร์เนตมันไม่ค่อยมีแล้ว ผมว่ามันต้องทำใจ คุณอย่าให้มันรู้ตัวตนของคุณก็แล้วกัน เช่น ไม่ควร Login เมล์หรือเฟซบุ๊คค้างไว้ เสร็จธุระแล้วควรจะกดออก แต่คุณเล่นในมือถือ คุณไม่เคยกดออก จริงไหม? นั่นแหละคุณเสร็จมันแล้ว ทำใจเถอะ” ปริญญา ฝากทิ้งท้าย

เอลี ปารีเซอร์ (Eli Pariser)

ก่อนหน้านี้ เอลี ปารีเซอร์ (Eli Pariser) นักคิดและนักเคลื่อนไหวชาวอเมริกัน กล่าวในเวที TED Talk เมื่อปี 2554 ว่า มีความนิยมใช้โปรแกรม Filter Bubble ทั้งกับ Search Engine อย่าง Google หรือ Yahoo ทั้งเว็บไซต์สำนักข่าวต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ยอดนิยมอย่างเฟซบุ๊ค เช่น เอลี พบว่า ระยะหลังๆ ข่าวสารจากฝ่ายอนุรักษ์นิยม (Conservative) หายไปหน้าจอเฟซบุ๊คของตน

สาเหตุเพราะตนมีแนวคิดเสรีนิยม (Liberal) จึงมักโต้ตอบกับข่าวสารฝ่ายเสรีนิยมเป็นหลัก และเฟซบุ๊คก็มีระบบที่จดจำพฤติกรรมแล้วนำไปประมวลผลก่อนจะเลือกแต่สิ่งที่เราชอบส่งมาให้ ไม่ต่างจากเพื่อนของเขาอีก 2 คน ที่ค้นหาคำว่า “ประเทศอียิปต์” (Egypt) ใน Google แล้วพบว่า “หน้าแรกของการค้นหา” คนหนึ่งมีข่าวการประท้วงในอียิปต์โผล่ขึ้นมาเต็มไปหมด ขณะที่อีกคนหนึ่งไม่มีข่าวดังกล่าวปรากฏเลย ทั้งที่เป็นเรื่องใหญ่มาก ณ เวลานั้น

จากข้อค้นพบนี้ เอลี แสดงความเป็นห่วงว่า ผู้ใช้งานอินเตอร์เนตอาจจะได้รับข้อมูล “ไม่ครบถ้วนรอบด้าน” จากระบบที่ทำหน้าที่ “กรอง” สิ่งที่ผู้ใช้งานมีแนวโน้มไม่ชอบ หรือตรงข้ามกับทัศนคติของผู้ใช้งานออกไปหมด เหลือแต่สิ่งที่แต่ละคนพอใจเพียงด้านเดียวเท่านั้น พร้อมกับเปรียบเทียบว่าในอดีตเมื่อสื่อมวลชนอย่างหนังสือพิมพ์เริ่มมีสถานะเป็นวิชาชีพ ก็มีการพูดถึง “ความรับผิดชอบต่อสังคม” ในฐานะผู้กลั่นกรองข่าวสารก่อนเผยแพร่ จนเกิดเป็น “จรรยาบรรณสื่อ” ขึ้นมา แม้จะทำได้ไม่สมบูรณ์นัก แต่ก็ยังถือเป็นมาตรฐานได้ระดับหนึ่ง

ทว่าวันนี้ที่คอมพิวเตอร์ “ปัญญาประดิษฐ์” (AI) ทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการ พิจารณาว่าจะเผยแพร่หรือไม่เผยแพร่อะไรให้กับผู้รับสารแทนมนุษย์ ทั้งที่คอมพิวเตอร์ยังไม่เข้าใจหลักการเป็นบรรณาธิการที่ดี ซึ่งอินเตอร์เนตจะ “ทำให้คนเข้าใจกันมากขึ้น” ไม่ได้เลย หากไม่สามารถเชื่อมโยงทุกฝ่ายถึงกันให้แต่ละคนได้พบทั้งผู้ที่เห็นด้วยและเห็นต่าง เกิดการพูดคุยแลกเปลี่ยน ตรงกันข้ามกลับพยายาม “โดดเดี่ยว” ให้แต่ละคน“อยู่และเชื่อ” เฉพาะใน..

โลกส่วนตัว!!!

Leave a comment