พระบรมฯโปรดเกล้า สำนักพระราชวังย้ำ แจ้งความจำนง1พย.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242317

พระบรมฯโปรดเกล้า  สำนักพระราชวังย้ำ  แจ้งความจำนง1พย.

พระบรมฯโปรดเกล้า สำนักพระราชวังย้ำ แจ้งความจำนง1พย.

วันอาทิตย์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

พระบรมฯโปรดเกล้า

สำนักพระราชวังย้ำ

แจ้งความจำนง1พย.

ปรับแผนรองรับปชช.

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2559 เวลา 10.00 น. สำนักพระราชวังแจ้งว่าหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) ถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เพื่อนน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และถวายเป็นพระราชกุศล

โดยผู้มีความประสงค์ขอเป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สามารถแสดงความจำนงขอเป็นเจ้าภาพได้ตั้งแต่ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560

ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดตัวอย่างหนังสือการขอร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ที่ http://www.brh.thaigov.net ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป หรือ ขอตัวอย่างหนังสือได้ที่ฝ่ายทะเบียน สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) และเมื่อเขียนหรือพิมพ์ครบถ้วนแล้ว สามารถส่งมาที่สำนักพระราชวังได้ 4 ช่องทาง คือ 1. ส่งเอกสารด้วยตนเอง ที่ฝ่ายทะเบียน อาคาร 601 สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) ถนนศรีอยุธยา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ,2. ส่งเอกสารทางโทรสาร หมายเลข 022808708 ,3.ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ พร้อมจ่าหน้าซองถึง เรียน เลขาธิการพระราชวัง สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) ถนนศรีอยุธยา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 และ 4. ส่งทาง E-mail address:brh@palaces.mail.go.th โดยสแกนเป็นไฟล์ PDF

เมื่อผู้ขอได้ส่งเอกสารการจองเป็นเจ้าภาพร่วมในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แล้ว สำนักพระราชวังจะส่งหนังสือตอบรับ กำหนดวันและแจ้งรายละเอียดในการเป็นเจ้าภาพให้ทราบ ก่อนวันและเวลาที่ท่านเป็นเจ้าภาพ 15 วัน

ปรับแผนรองรับประชาชน

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้กำหนดแนวทางรองรับประชาชนที่จะเดินทางไปถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.เป็นต้นไป โดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานดูแลประชาชนอย่างเต็มที่และพร้อมปรับแผนได้ทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะในช่วง 2-3 วันแรก ที่คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางไปเป็นจำนวนมาก

“แผนหลักจะมีการแจกบัตรคิวแก่ประชาชนวันละ 10,000 ใบ ณ จุดรับบัตรบริเวณสนามหลวงด้านฝั่งศาลฎีกา โดยสีของบัตรจะเป็นสีตามวัน เพื่อความเรียบร้อยและป้องกันการปลอมแปลง แต่ขณะนี้มีประชาชนจำนวนมากเดินทางไปยังพระบรมมหาราชวัง จึงทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปรับแผนอำนวยความสะดวกประชาชนตามสถานการณ์ โดยอยากฝากไปถึงผู้ที่ยังไม่ได้เดินทางว่า ขอให้ประชาชนวางแผนการเดินทางไปในวันอื่น ๆ บ้าง ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบเดินทางไปในช่วงแรก ให้ทยอยกันไป เพราะยังเปิดให้เข้าถวายสักการะอีกเป็นเวลานาน”

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า รัฐบาลขอความร่วมมือผู้ที่จะเดินทางไปหรือไปถึงแล้ว ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เช่น ไม่นำรถส่วนบุคคลเข้าไปในพื้นที่โดยรอบพระบรมมหาราชวัง ต้องแต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยาวาจาให้เหมาะสม ส่วนการดูแลพี่น้องประชาชนนั้นจะยังคงเข้มข้นเช่นเดิม ทั้งเรื่องของอาหาร น้ำดื่ม สุขา การบริการทางการแพทย์ ซึ่งจะมีทีมอาสากู้ชีพเดินเท้าและโรงพยาบาลสนาม การป้องกันเด็กพลัดหลง และการจราจร

เปิด10จุดจอดรถรอบเมือง

“สำหรับผู้ที่ใช้รถส่วนบุคคล ขอความร่วมมือให้จอดรถในพื้นที่ 10 จุด คือ เมืองทองธานี เซ็นทรัลพระราม 2 เซ็นทรัลศาลายา เซ็นทรัลเวสต์เกต ลานพุทธมณฑลสาย 4 เมกะบางนา สโมสรตำรวจ แอร์พอร์ตลิงค์มักกะสัน ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต สนามม้านางเลิ้ง และเดินทางต่อด้วยรถ Shuttle bus ของ ขสมก. รถไฟฟ้า หรือเรือ เป็นต้น”

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ รถ Shuttle bus ของ ขสมก. จะให้บริการรับส่งทั้งจากจุดจอดรถยนต์ทั้ง 10 จุดดังกล่าว รวมถึงท่าอากาศสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง สถานีขนส่งหมอชิต สถานีขนส่งเอกมัย สถานีขนส่งสายใต้ใหม่สถานีรถไฟฟ้า MRT บางซื่อ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอนุสาวรีย์ชัยฯ สถานีรถไฟหัวลำโพง สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ ส่วนจุดจอดรับส่งของรถโดยสาร ขสมก และอื่น ๆ ที่ใกล้สนามหลวงจะมี 4 จุดหลัก คือ หน้ากองสลาก (เดิม) หน้า รร.รัตนโกสินทร์ หน้าหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน และบริเวณใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

สำหรับผู้ที่จะใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยา พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า สามารถใช้เส้นทางท่าสาทร-ท่าช้าง ส่วนเรือโดยสารขนาด 200-400 คน ใช้บริการจากท่าสาทร – ท่าปิ่นเกล้า และท่าเขียวไข่กา-ท่าปิ่นเกล้า และเรือข้ามฟาก มีบริการจากท่าพระจันทร์ใต้ (มหาราชเหนือ)-ท่าพรานนก และท่าพระจันทร์ใต้ (มหาราชเหนือ)-ท่าวัดระฆัง โดยหากประชาชนมีข้อสงสัยเรื่องการเดินทางสามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม โทร 1356 ตลอด 24 ชม.

แนะน้ำข้อควรปฎิบัติ

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) เปิดเผยว่า ได้มีการเปลี่ยนแปลงจุดรับบัตรคิว โดยย้ายไปอยู่บริเวณสนามหลวงด้านตรงข้ามศาลฎีกา ใกล้กับถนนผ่านกลางสนามหลวง เพื่อรองรับประชาชนที่มีจำนวนมากให้ได้รับความสะดวกยิ่งขึ้น โดยจะมีป้ายเป็นบอลลูน เขียนว่า “จุดรับบัตรคิว” เพื่อให้ประชาชนเห็นได้สะดวก

นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่ ข้อควรปฏิบัติในการเข้ากราบสักการะพระบรมศพในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทด้วย คือ 1.เดินตรงจากประตูบนพระที่นั่งด้านมุขตะวันออกเข้าไปในพื้นที่กราบสักการะพระบรมศพ 2.เจ้าหน้าที่กรมวังจัดเรียงผู้เข้ากราบสักการะเป็นแถวหน้ากระดาน (แถวละ 4 ท่าน) ตรงไปยังหน้าพระบรมโกศ 3.ผู้เข้ากราบแถวแรกนั่งพับเพียบ ปลายเท้าหันไปทางขวา มือทั้งสองประสานไว้บนตัก 4.ผู้เข้ากราบแถวที่สอง สาม และแถวต่อ ๆ ไปตามลำดับ นั่งพับเพียบให้ตรงกับแถวแรก 5.เจ้าหน้าที่กรมวังเรียนเชิญทุกท่านกราบพระบรมศพพร้อมกัน 1 ครั้ง โดยทอดแขนทั้งสองออกไปให้ข้อศอกคร่อมที่หัวเข่า มือพนมกับพื้นไว้ ไม่แบมือแล้วน้อมศีรษะลงให้หน้าผากจรดที่นิ้วหัวแม่มือ 6.เงยหน้าขึ้นแล้วนั่งพักทอดสายตาไปข้างหน้าก่อนลุกขึ้นยืน 7.เจ้าหน้าที่กรมวังเชิญทุกท่านเดินลงจากพระที่นั่งทางด้านมุขเหนือ ซึ่งมีทางลงบันได 2 ช่องทาง 8.เมื่อลงจากพระที่นั่งแล้วให้เดินไปทางด้านซ้ายมือเพื่อไปสวมรองเท้าที่ถอดไว้ที่ริมกำแพงแก้วทิศตะวันตก 9.ออกทางประตูศรีสุนทร ผ่านประตูเทวาภิรมย์ ด้านถนนมหาราช ท่าราชวรดิษฐ์

Leave a comment