ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/264607

23 ปี ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย เชิญชาวไทยบริจาคอวัยวะผ่านบัตรประชาชน
ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย นำโดย นายแพทย์วิศิษฏ์ ฐิตวัฒน์ ผู้อำนวยการ จัดงาน “วันศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย ครบ 23 ปี” โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา ประธานกรรมการอำนวยการ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธี ณ โถงชั้นล่าง อาคารแพทยพัฒน์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้บริจาคอวัยวะที่ถึงแก่กรรมและสภากาชาดไทยได้นำอวัยวะไปปลูกถ่ายให้แก่ผู้ป่วยแล้ว อีกทั้งเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะเพิ่มมากขึ้น พร้อมเชิญชวนคนไทยแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะได้ที่สำนักงานเขต อำเภอ และเทศบาลทุกแห่งทั่วประเทศ
นายแพทย์วิศิษฏ์ ฐิตวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย กล่าวว่า วันศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย จัดขึ้นเพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์อุปนายิกาสภากาชาดไทย ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้วันที่ 2 เมษายน ของทุกปีเป็นวันศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ พร้อมจัดพิธีบำเพ็ญกุศลแก่ผู้บริจาคอวัยวะ เพื่อขอบคุณและระลึกถึงคุณความดีของผู้บริจาคอวัยวะ และขอบคุณหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมของศูนย์รับบริจาคอวัยวะ

“ในปี 2559 มีผู้ป่วยลงทะเบียนรอรับอวัยวะรวมทุกอวัยวะมากถึง 5,581 ราย แต่มีผู้ป่วยได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะเพียง 512 ราย จากผู้บริจาคอวัยวะที่เสียชีวิตด้วยจากสมองตายจำนวน 220 ราย ซึ่งยังคงมีผู้ป่วยอีกจำนวนมากที่ยังคงรอการปลูกถ่ายอวัยวะ อย่างทุกข์ทรมาน และเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมากในการรักษาตนเอง เพื่อรอโอกาสที่จะได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะที่อาจจะมาถึง จากสถิติดังกล่าวนี้ สามารถกล่าวได้อย่างชัดเจนว่า ศูนย์รับบริจาคอวัยวะยังคงขาดแคลนอวัยวะอีกเป็นจำนวนมากถึงแม้ว่า ในปี 2559 จะมีผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะทั้งหมด 55,881 คนก็ตาม แต่อวัยวะที่จะนำมาปลูกถ่ายให้แก่ผู้ป่วยได้ต้องเป็นอวัยวะที่มาจากผู้ที่เสียชีวิตด้วยภาวะสมองตาย และต้องได้รับความยินยอมจากญาติที่มีความประสงค์ต้องการมอบอวัยวะให้แพทย์นำไปรักษาช่วยชีวิตผู้ป่วยด้วยการปลูกถ่ายอวัยวะ“

ในการนี้ ศ.กิตติคุณ นพ.จรัส สุวรรณเวลา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารศูนย์รับบริจาคอวัยวะร่วมงาน นำโดย นายแพทย์วิศิษฏ์ ฐิตวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์รับบริจาคอวัยวะ, นายแพทย์สุภนิติ์ นิวาตวงศ์ รองผู้อำนวยการศูนย์รับบริจาคอวัยวะ, ดร.ประสาน ภิรัชบุรี กรรมการส่งเสริมกิจการศูนย์รับบริจาคอวัยวะ, อนุรุธ ว่องวานิช กรรมการส่งเสริมกิจการศูนย์รับบริจาคอวัยวะ, นายแพทย์ชลิต เชียรวิชัย ผู้ชำนาญการพิเศษคลังเนื้อเยื่อ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ, และ ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์, ศ.นพ.วิรัติ พาณิชย์พงษ์ กรรมการแพทยสภา,พล.อ.ท.อนุตตร จิตตินันทน์ เจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ พร้อมด้วย ผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ ครอบครัวผู้บริจาคที่เสียชีวิตแล้ว ผู้ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะและครอบครัว เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก
ภายในงานยังได้มีพิธีมอบโล่ขอบคุณหน่วยงานที่สนับสนุนกิจกรรมของศูนย์รับบริจาคอวัยวะ ประกอบด้วย เหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง, โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์, บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด, บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท พรีม่า คลีน จำกัด ตามด้วยการปาฐกถาธรรม เรื่อง “ธรรมของพระราชาและอานิสงส์ของการบริจาคอวัยวะ” โดย พระเทพสังวรญาณ (จิรพล อธิจิตฺโต) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร จากนั้นประธานในพิธี ร่วมกับญาติผู้บริจาคอวัยวะและผู้ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ ร่วมกันถวายผ้าบังสุกุลอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้บริจาคอวัยวะ และถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์เป็นอันเสร็จพิธี

รหัท อุดมเวศย์ ผู้ได้รับการปลูกถ่ายหัวใจ ซึ่งได้มาร่วมงานในวันนี้ ได้เผยความรู้สึกถึงการได้รับโอกาสอันยิ่งใหญ่ให้มีลมหายใจอีกครั้งว่า ตนเองนั้นป่วยเป็นโรคหัวใจโตแต่กำเนิด ต้องเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งต้นปี 2558 อาการกำเริบทรุดหนักจนต้องอยู่ในห้อง ICU ที่โรงพยาบาลศิริราชนานกว่า 6 เดือน คุณหมอบอกว่าให้ทำใจ 50:50 สิ่งที่ช่วยได้คือต้องได้รับการปลูกถ่ายหัวใจอย่างเร็วที่สุด ระหว่างนั้นมีหัวใจหยุดเต้นไปสองครั้ง จนต้องใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจเพื่อรักษาชีวิต ตนเองและครอบครัวก็ได้แต่รอคอยความหวัง จนเดือนตุลาคม 2558 ก็ได้รับแจ้งว่าจะได้รับการปลูกถ่ายหัวใจแล้ว วินาทีแรกคือ รู้สึกทั้งเสียใจและดีใจ เสียใจเพราะรู้ว่ามีครอบครัวหนึ่งจะต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก และดีใจว่าตัวเองจะได้รับโอกาสให้มีลมหายใจต่อไป
“การได้รับปลูกถ่ายหัวใจจากผู้บริจาคที่เราไม่เคยรู้จัก ผมรู้สึกขอบคุณผู้บริจาคและครอบครัวที่ได้เสียสละและมอบหัวใจดวงนี้ให้ผม ผมตระหนักเสมอว่า สิ่งที่ผมได้มานั้นมาจากการสูญเสีย ดังนั้น ผมจะดูแลหัวใจ ดูแลร่างกายให้แข็งแรง จะใช้ชีวิตให้ดีที่สุด และจะทำสิ่งอันเป็นประโยชน์เพื่อตอบแทนความมีเมตตาและการเสียสละอันยิ่งใหญ่ ไม่เฉพาะเจ้าของหัวใจดวงนี้ แต่รวมถึงผู้บริจาคอวัยวะท่านอื่นๆ ด้วย”

ทั้งนี้ การแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะขณะที่มีชีวิตอยู่นั้น เป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์การบริจาคอวัยวะเพื่อให้ประชาชนได้เห็นถึงประโยชน์ในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และเป็นการบอกญาติให้ได้รับรู้ถึงเจตนารมณ์ของผู้บริจาคอวัยวะเมื่อยามที่เสียชีวิตไปแล้ว ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้ศูนย์รับบริจาคอวัยวะได้ร่วมมือกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยรณรงค์บริจาคอวัยวะเพื่อการปลูกถ่ายผ่านคำร้องทำบัตรประจำตัวประชาชน ไม่ว่าจะทำบัตรประชาชนครั้งแรก ต่อบัตรประชาชนใหม่ หรือแม้แต่บัตรประชาชนจะยังไม่หมดอายุก็สามารถไปแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะผ่านบัตรประชาชนได้ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเขต เทศบาล ทุกแห่ง กรมการปกครอง จะทำการประมวลผล และส่งข้อมูลของผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะให้กับ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ ดำเนินการจัดส่งบัตรประจำตัวผู้มีความจำนงบริจาคอวัยวะให้ต่อไป
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักบริหารการทะเบียน ส่วนประจำตัวบัตรประชาชน โทร.02-7917620 หรือแสดงความจำนงโดยตรงได้ที่ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย อาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) ชั้น 5 ถนนอังรีดูนังต์ ปทุมวัน กรุงเทพฯ โทร.02-2564045-6 และสายด่วน ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ โทร.1666