ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/242796

ประชาชนทยอยเข้าแถว รอถวายสักการะพระบรมศพ
2 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับเป็นวันที่ 5 ที่มีพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ได้ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. ทุกวัน (ยกเว้นช่วงมีพระราชพิธีบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท)
ในวันนี้ เวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนที่เดินทางมารอเข้ากราบสักการะพระบรมศพทางประตูวิเศษไชยศรี ตามปกติ กระทั่งเวลา 08.30 น. ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าชมความงดงามของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว เจ้าหน้าที่จึงได้เปลี่ยนให้ประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะทางประตูมณีนพรัตน์ แล้วเดินตามทางพระระเบียงคด ภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ผ่านประตูศรีรัตนศาสดาราม เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนอมรวิถี หน้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน แล้วเลี้ยวขวาตั้งแถวบนถนนอมรวิถี หน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เพื่อเข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สถานที่ประดิษฐานพระบรมศพ ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง ได้นำภาพพระบรมโกศพระบรมศพสี่สี ขนาด 5 คูณ 7 นิ้ว ซึ่งพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานแก่พสกนิกรทุกคนที่เข้าถวายสักการะพระบรมศพเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย

ด้านนางสาวปวีณา สุภานิช อายุ 42 ปี ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร กล่าวว่า เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนบ้านจำนวนสองรถตู้ และเข้าจองคิวช่วง 04.00 น. จึงได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพเป็นคณะแรกๆ ว่ารู้สึกเสียใจมากที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต ในฐานะประชาชนคนหนึ่งก็จะตั้งใจเป็นคนดี ทำแต่สิ่งดีๆและจะเดินตามรอยพระองค์โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงปลูกผัก ผลไม้ ยางพารา ปาล์ม และจะรักสามัคคีกัน หากช่วยเหลือเพื่อนบ้านได้ก็จะทำเพื่อพระองค์ที่สถิตอยู่บนสวรรค์มองลงมาจะได้เห็นว่าประชาชนรักกัน
นางน้อยนารถ คงเทศ อายุ 81 ปี พักอยู่ในเขตบางเขน กทม. เดินทางมาพร้อมหลานสาวทั้ง 2 คน ที่เดินทางมาจากเมืองโตรอนโต้ ประเทศแคนนาดา กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เดินทางเข้ากราบพระบรมศพ ถึงแม้ร่างกายจะไม่ค่อยแข็งแรงเดินไม่ค่อยไหวเพราะปวดเข่า ก่อนมาก็ไหว้พระภาวนาว่าขออย่าให้เป็นลมหรือไม่สบายเลย วันนี้เดินทางมาถึงตั้งแต่ตีสามเพื่อจะให้ได้เข้ากราบสักการะ
“ดีใจมากที่ได้มาเพราะไม่เคยรับเสด็จพระองค์ท่านเลยแม้แต่ครั้งเดียว ปกติเห็นในจอโทรทัศน์ ท่านทรงงานหนักและมีโครงการในพระราชดำริมากมาย วันนี้จึงรู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก ที่ได้เดินทางมากราบสักการะและหากมีโอกาสก็อยากจะมาอีก” นางน้อยนารถ กล่าว

ขณะที่ น.ส.รมยกร สวัสดิรักษา อายุ 25 ปี และ น.ส.พัชรณัฐ จารุจินดา อายุ 28 ปี 2 พนักงานสาว บริษัทเอกชน ลางานเดินทางจากที่พักย่านดินแดง มาเข้าแถวรอตั้งแต่ 06.00 น. กระทั่ง 09.00 น. จึงได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพในพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กล่าวว่า รู้สึกทราบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณขององค์เหนือหัวที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย ในทุกอย่าง ทั้งโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ “ฝนเทียม” ที่ช่วยบรรเทาความทุกข์ยากของเกษตรกรชาวไร่ชาวนาในยามที่ฝนแล้ง ถึงแม้ในช่วงที่พระองค์ทรงพระประชวรก็ยังทรงงานมาโดยตลอด และเสด็จฯทอดพระเนตรการดำเนินงานของโครงการ “ชั่งหัวมัน” จ.ประจวบคิรีขันธ์ ซึ่งในชีวิตนี้ถึงแม้ไม่เคยรับเสด็จฯ ถวายความจงรักภักดีในหลวงมาก่อน วันนี้จึงอยากเดินทางมาแสดงความอาลัยพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย และหากมีโอกาสก็อยากมาถวายความอาลัยให้บ่อยครั้งที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ก็จะขอน้อมนำแนวพระราขดำริเรื่องความพอเพียงมาใช้ สิ่งใดไม่จำเป็นก็จะพยายามตัดและใช้ของทุกอย่างให้คุ้มค่าที่สุด สุดท้ายคิดว่าพ่อคงอยากให้พวกเราช่วยกันขับเคลื่อนประเทศต่อไป สิ่งที่อยู่กับเราตอนนี้คือคำสอนของพ่อ ที่พวกเราระลึกถึงและเดินตามคำสอนของท่าน และพ่อก็จะสถิตย์อยู่ในใจเรานิรันดร์


