ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/242705

โลกสดใส กายสุขสันต์ : สร้างอาสาป้องกันเตือนภัย ตามรอยพระราชา‘เศรษฐกิจพอเพียง’
จากวิกฤตการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2553 และ 2554 เป็นปรากฏการณ์ที่บ่งบอกให้ทราบว่า ภัยพิบัติทางธรรมชาติในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและรวดเร็วมากขึ้น โดยที่ประชาชนไม่สามารถจัดการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเฉพาะหน้าได้ด้วยตนเอง ต้องรอความช่วยเหลือจากภาครัฐอันส่งผลให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาลภายในระยะเวลาอันสั้น
ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง ออกมาเตือนสติให้คนในสังคมตระหนักว่าจากวิกฤติต่างๆ ที่เกิดขึ้น คนไทยทุกคนจะต้องเตรียมความพร้อม เพื่อให้สามารถพึ่งตนเองเบื้องต้นให้ได้ในภาวะวิกฤติ ซึ่งวิธีการเตรียมพร้อมที่ง่ายและสะดวกรวดเร็วที่สุดคือการจัดตั้ง “อาสาป้องกันเตือนภัยในยามวิกฤติ” เอาไว้รองรับเมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้นมา
แต่อาสาสมัครภาคประชาชนจะต้องมาจากคนที่มีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับเรื่องของภัยพิบัติทางธรรมชาติ ดังนั้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากร จึงมีความจำเป็นต้องได้รับความรู้ทักษะ ความสามารถในการจัดการกับภาวะวิกฤติ ทั้งการป้องกัน การเตือนภัย ที่เป็นปัจจัยแรกที่จะต้องกระทำก่อน
“จึงเป็นการถึงเวลาแล้ว ที่พวกเราชาวไทยจะน้อมนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาปฏิบัติบูชาในการฟื้นฟู ป้องกันและเตือนภัยชุมชนในภาวะวิกฤติ เพื่อป้องกันวิกฤติ มิให้เกิดขึ้นมา ภายใต้ โครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำอาสาสมัครเพื่อการป้องกัน เตือนภัยและฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤติ (Crisis Management and Survival Camps : CMS) และเป็นโอกาสดีที่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าวและเข้ามาร่วมทำงานให้เกิดการขยายเครือข่ายการอบรมออกไปได้มากขึ้นอีก ซึ่งปัจจุบันมีผู้ผ่านการอบรมแล้วมากกว่า 500 คน” ดร.วิวัฒน์ กล่าว
ดร.วิวัฒน์ กล่าวให้ทราบต่อไปว่า โครงการดังกล่าวเป็นการฝึกอบรมผู้นำอาสาสมัครให้มีความพร้อมที่จะสามารถรับมือกับภาวะวิกฤติต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติจากธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง หรือพายุ หรือแม้แต่สงคราม ซึ่งคนที่ผ่านการอบรม CMS จะสามารถเผชิญหน้ากับสถานการณ์ได้อย่างมีสติ และสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ โดยการอบรมจะใช้เวลาประมาณ 6 วัน ซึ่งเริ่มทำมาแล้วตั้งแต่เมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา โดยผู้ที่ผ่านการอบรมจะมีความรู้เกี่ยวกับการเตือนภัย ทั้งในระดับวิชาการ และการเตือนภัยจากธรรมชาติ อาทิ รับรู้ได้ถึงพฤติกรรมของสัตว์ต่างๆ เช่น ปลา นก มีพฤติกรรมแบบนี้หมายถึงอะไร พร้อมกันนั้นยังได้สอนเรื่องความพอเพียง คือที่อยู่อาศัยที่มั่นคงปลอดภัยเป็นอย่างไร อาหาร อย่างไรถึงจะอุดมสมบูรณ์ การช่วยเหลือผู้อื่นโดยการสร้างเครือข่ายกันไว้ และเมื่อเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติจริงก็จะสามารถรับมือได้อย่างมีสติ และมีกิน มีใช้ สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ และสุดท้ายคือการสอนการฟื้นฟูเมื่อผ่านเหตุการณ์วิกฤติ
“แนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็คือเมื่อเราพอมี พอกิน พอใช้แล้ว เหลือที่จะแบ่งปันเพื่อเป็นบุญและทานแก่ผู้อื่น ก็ต้องรู้จักเก็บเผื่อในยามฉุกเฉิน หรือนำมาออกขาย ดังนั้นเมื่อเกิดภาวะวิกฤติ เมื่อเรามีความพอเพียง มีการเตรียมความพร้อมก็จะไม่เดือดร้อน และยังสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ด้วย ยิ่งทุกคนหันมาประพฤติตามแนวทางนี้ก็จะไม่อดตาย และสามารถช่วยเหลือเอาตัวรอดกันได้ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ท่านพระราชทานแนวทางนี้เพื่อเป็นทางรอดให้แก่คนไทยไว้นานแล้ว แต่คนนำมาปฏิบัติยังน้อย โครงการ CMS จะเป็นการน้อมนำเอาแนวทางของพระองค์มาขยายต่อแก่ผู้คน” ดร.วิวัฒน์ กล่าว
สิ่งสำคัญในการช่วยเหลือผู้อื่นคือ การสร้างเครือข่ายเพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์วิกฤติ ก็จะมีคนออกมาช่วยเหลือ ออกมาช่วยกัน แก้ปัญหา ซึ่งการอบรม CMS ก็เป็นการสร้างเครือข่ายทางหนึ่งในการที่ทุกคนมีแนวคิดเหมือนกันพร้อมที่จะออกมาช่วยเหลือเหมือนกันจึงถือได้ว่า เป็นโครงการหนึ่งในการน้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาแก้ปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม และสร้างความยั่งยืนให้กับคนไทยทั้งประเทศ