ตั้งกรรมการคุมแปรรูป ไม้จันทน์หอม ไว้สร้าง‘พระบรมโกศ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243497

ตั้งกรรมการคุมแปรรูป  ไม้จันทน์หอม  ไว้สร้าง‘พระบรมโกศ’

ตั้งกรรมการคุมแปรรูป ไม้จันทน์หอม ไว้สร้าง‘พระบรมโกศ’

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ตั้งกรรมการคุมแปรรูป

ไม้จันทน์หอม

ไว้สร้าง‘พระบรมโกศ’

เร่งปรับพื้นดินทำปะรำพิธี

รัฐบาลสั่งห้ามจัดกิจกรรม

นวดตัว-ตัดผม-สกรีนเสื้อ

ไม่เกี่ยวกับการถวายอาลัย

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน เวลา 15.07 น. พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีพระพิธีธรรมจากวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร และวัดสุทัศน์เทพวราราม สวดพระอภิธรรม

ไม่หวั่นแดด-ฝนรอคิวตั้งแต่ตี4

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวังเปิดให้พสกนิกรเข้าถวายสักการะพระบรมศพตั้งแต่เวลา 04.30 น. ผ่านทางประตูวิเศษไชยศรี เนื่องจากมีประชาชนบางส่วนตกค้างจากช่วงค่ำวันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายนและพักค้างคืนนอกสนามหลวง อีกทั้ง เป็นช่วงวันหยุด ทำให้มีผู้คนจากต่างจังหวัดและกรุงเทพมหานคร (กทม.) มารอต่อแถวอย่างล้นหลามตั้งแต่ช่วงเช้ามืด เป็นระยะทางยาวรอบสนามหลวงและวกเข้าสู่ช่วงกลางสนามหลวง โดยเจ้าหน้าที่ได้จัดระเบียบโดยเปิดให้เข้าทางประตูพิมานไชยศรี กระทั่งเวลา 08.30 น. ซึ่งสำนักพระราชวังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) จึงปรับให้พสกนิกรเข้าถวายสักการะทางประตูมณีนพรัตน์ ทั้งนี้ แม้สภาพอากาศจะร้อนอบอ้าว สลับกับมีฝนตก แต่ประชาชนต่างเข้าแถวรออย่างใจจดจ่อ ไม่มีใครย่อท้อ

ขณะที่การจราจรโดยรอบ เจ้าหน้าที่ปิดเส้นทางเดินรถ 27 สายที่เชื่อมต่อกับสนามหลวง ตั้งแต่เวลา 07.00-20.00 น. นอกจากนี้ ทุกหน่วยงานได้บูรณาการดูแลและอำนวยความสะดวกให้ประชาชน เพื่อแสดงพลังความรักความจงรักภักดีที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ขณะเดียวกัน มีจิตอาสาคอยให้บริการด้านสุขภาพ แจกสิ่งของ อาหารให้ประชาชนจำนวนมาก

ลูกถวัลย์แจกพระบรมฉายาลักษณ์

ด้านหน้าถนนหน้าพระลาน นายดอยธิเบศร์ ดัชนี ลูกชายอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) เดินทางมาแจกภาพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 โดยสัปดาห์นี้นำภาพพระบรมฉายาลักษณ์ที่ถ่ายโดยช่างภาพตามเสด็จฯ 9 แบบ จำนวน 6 หมื่นภาพ มาแจกให้ประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ บริเวณหน้าธนาคารคารกรุงไทย ตรงข้ามประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง

นายดอยธิเบศร์กล่าวว่า เป็นครั้งที่ 2 ที่มาแจกภาพพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง รัชกาลที่ 9 ภายใต้โครงการพ่อหลวงในดวงใจ ครั้งที่ 2 โดยครั้งนี้เลือกภาพพระบรมฉายาลักษณ์ที่ถ่ายโดยช่างภาพตามเสด็จฯที่หลายคนยังไม่มีโอกาสได้เห็นหรือมีเก็บไว้มาแจก ทั้งนี้ ตั้งใจนำภาพพระบรมฉายาลักษณ์มาแจกทุกวันอาทิตย์ทั้งหมด 9 ครั้ง รวม 81 แบบ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วแจกภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในชุดเต็มยศ ส่วนวันอาทิตย์หน้าภาพที่นำมาแจกเป็นภาพวาดพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผลงานจากศิลปินที่มีชื่อเสียงในประเทศ

ปูแอสฟัลต์จัดระเบียบสนามหลวง

ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) พล.ต.กฤษณ์ดนัย อิทธิมณฑล เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 แถลงผลประชุม กอร.รส.ว่า การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการอำนวยความสะดวก และจัดระเบียบแถวประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และประชาชนให้ความร่วมมือปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ขณะนี้กทม.ได้ปูแอสฟัลต์ บริเวณสนามหลวงฝั่งเหนือ ด้านสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เพื่อจัดผังสถานที่ใหม่รองรับตั้งเต็นท์กองอำนวยการ จุดพักของประชาชน เต็นท์จิตอาสา บริการอาหารและเครื่องดื่มของหน่วยงานต่างๆ รวมถึงเส้นทางเดินของประชาชนเข้าสักการะพระบรมศพ ให้พร้อมจัดงานพระราชพิธีพระบรมศพให้สมพระเกียรติ และจะเริ่มตั้งเต็นท์ จัดระเบียบพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายนเป็นต้นไป

งดกิจกรรมตัดผม-นวด-สกรีนเสื้อ

พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (รองผู้ว่าฯกทม.) แถลงเพิ่มเติมว่า กอร.รส. จะไม่อนุญาตให้กิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวกประชาชนในการเข้าถวายสักการะ เบื้องหน้าพระโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ใช้พื้นที่รอบสนามหลวง เช่น บริการตัดผม นวด วาดภาพ หรือสกรีนเสื้อ ส่วนบริการจัดแต่งทรงผมผู้หญิงให้สุภาพเรียบร้อยก่อนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ทางกอร.รส.เห็นว่าเกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวกประชาชนจึงอนุญาต เนื่องจาก กทม.กำลังปรับเตรียมพื้นที่สำหรับจัดงานพระราชพิธี ซึ่งจะเหลือพื้นที่ 1 ใน 3 ของสนามหลวง จึงขอให้ปรับรูปแบบการให้บริการ โดยเน้นเฉพาะอาหารและเครื่องดื่มสำหรับผู้เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพเท่านั้น

5พย.กราบพระบรมศพ3หมื่นคน

สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยนั้น มีการติดกล้องวงจรปิดรอบสนามหลวง รวมถึงกระจายกำลังเจ้าหน้าที่เต็มพื้นที่ ที่สำคัญมีประชาชนคอยเป็นหูเป็นตา แต่อาจมีเรื่องของหายบ้าง อาจถูกล้วงก็เป็นไปได้ ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาเมื่อมีคนอยู่ในพื้นที่เยอะ แต่ยืนยันว่าคดีสำคัญยังไม่เกิด เช่นเดียวกับ มาตรการรักษาความสะอาดที่ทุกอย่างเข้าระบบ เพราะแจกอาหารเป็นเวลา ทำให้บริหารจัดการได้ง่ายขึ้น

ส่วนวันที่ 5 พฤศจิกายน มีประชาชนมาถวายสักการะพระบรมศพทั้งสิ้น 155,802 คน ได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพ 30,998 คน ในส่วนผู้ที่ยังไม่ได้เข้ากราบสักการะ กทม. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)ตลอดจนภาคเอกชนเปิดจุดบริการพักค้างรองรับประชาชนเพิ่มเติม อาทิ วัดสวนแก้ว และสนามม้านางเลิ้ง โดยสำนักพระราชวัง ยังไม่ได้กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดการเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ขอให้ประชาชนทยอยเดินทางมา เพื่อไม่ให้เกิดความแออัดบริเวณสนามหลวง

ถกชลประทานโลกสดุดีในหลวง

วันเดียวกัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เเป็นเจ้าภาพจัดประชุมชลประทานโลกครั้งที่ 2 และการประชุมมนตรีระหว่างประเทศครั้งที่ 67 ระหว่างวันที่ 6 -12 พฤศจิกายนที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นการประชุมครั้งสำคัญเพื่อแก้ปัญหาด้านการบริหารจัดการน้ำ และเป็นเวทีระดับนานาชาติในการเผยแพร่ความรู้และนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการชลประทานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะความมั่นคงด้านอาหาร รวมถึงความสำคัญในการค้นหาแนวทางการแก้ปัญหาสำคัญระดับโลกด้านชลประทานและการระบายน้ำ โดยมีรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดี และนักวิชาการด้านชลประทานจาก 60 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมประชุมประมาณ 1,200 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนประชุม นายSaeed Nairizi ประธานคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยการชลประทานและการระบายน้ำ (ICID) ได้กล่าวถวายราชสดุดี และเชิญผู้เข้าร่วมประชุมชลประทานโลก ครั้งที่ 2 ยืนแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นเวลา 89วินาที เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และพระอัจฉริยภาพด้านการบริหารจัดการน้ำ

โดยนายSaeedกล่าวถวายราชสดุดีว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรทรมหาภูมิพลอดุยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทุ่มเทเพื่อการพัฒนาแหล่งน้ำการชลประทานอย่างเข้าใจปัญหาที่แท้จริงโดยเข้าถึงพื้นที่ปัญหาและการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งเป็นแบบอย่างที่หลายประเทศจะได้นำไปปรับใช้

โหรคมช.นำลูกศิษย์ถวายอาลัย

ขณะที่อาจารย์วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหรล้านนาชื่อดัง หรือโหร คมช. พร้อมลูกศิษย์ลูกหาจากทั่วประเทศร่วมทำบุญทอดกฐินให้แก่วัด 22 แห่ง ในจ.เชียงใหม่ รวมถึงไถ่ชีวิตโคกระบือ ที่วิหารสุขิโต จ.เชียงใหม่ โดยมี พล.อ.เทพพงศ์ ทิพย์จันทร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานฯ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อีกทั้ง ยังมีการยืนสงบนิ่งแสดงความอาลัยเป็นเวลา 89 วินาที โดยอาจารย์วารินทร์กล่าวว่า ถือเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 70 ปี ของคนไทย เห็นได้จากทุกผู้คนต่างร่วมแสดงความอาลัยและเมื่อความสูญเสียผ่านพ้นไป รัชกาลใหม่ที่จะปรากฏตามคำทำนายที่ว่า จะเป็นยุคของเมืองศิวิไลซ์ ความสุขความเจริญของบ้านเมืองก็จะปรากฏขึ้นในรัชกาลต่อไป

เร่งปรับพื้นที่บวงสรวงไม้จันทร์หอม

ความคืบหน้าการเตรียมพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกาญจนพันธ์ คำแหง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เร่งปรับพื้นที่บริเวณต้นไม้จันทน์หอมลำดับต้นที่ 10 ,11,14 และต้นที่ 15 รวม 4 ต้นภายในบริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติหลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี หลังนายจำลอง ยิ่งนึก ผู้อำนวยการกองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง และนายฉัตรชัย ปิ่นเงิน หัวหน้างานโหรพราหมณ์ ได้คัดเลือกต้นไม้จันทน์หอมจาก 19 ต้นภายในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เหลือ 4 ต้น เพื่อใช้จัดสร้างพระบรมโกศ ตกแต่งพระเมรุมาศ และทำดอกไม้จันทน์ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เลือกพื้นที่บริเวณต้นไม้จันทน์หอมลำดับต้นที่ 15 เป็นสถานที่ประกอบพิธีบวงสรวงตัดต้นไม้จันทน์หอมทั้ง 4 ต้นวันที่ 14 พฤศจิกายน โดยใช้ฤกษ์เวลา 14.09-14.39 น. โดยมีนายวุฒิ สุมิตร รองราชเลขาธิการ สำนักราชเลขาธิการเดินทางมาประกอบพิธีในวันดังกล่าว ซึ่งจะมีการหลั่งน้ำเทพมนต์ เจิมบริเวณต้นไม้จันทน์หอม และลงขวานทองที่ต้นไม้จันทน์หอมต้นที่ 15 เป็นปฐมฤกษ์ พร้อมโปรยข้าวตอกดอกไม้รอบต้นจันทน์หอม และจึงตัดต้นไม้จันทน์หอมที่เหลืออีก 3 ต้นพร้อมกัน

คาดว่าสัปดาห์หน้านี้การปรับพื้นที่ทั้งหมดจะแล้วเสร็จทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ต่างพร้อมใจดำเนินการตามขั้นตอนตั้งแต่การตัด แปรรูป การลำเลียงขึ้นรถไปส่งมอบจน ลุล่วงเพื่อถวายความอาลัย และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาอุทยานแห่งชาติกุยบุรี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้สำรวจพบไม้จันทน์หอมยืนต้นตายตามธรรมชาติ บริเวณป่าดิบแล้งเส้นทางศึกษาธรรมชาติหลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี หมู่ 9 ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไว้ 4 ต้นจาก 19 ต้นโดยต้นที่ 14 มีขนาดความโต 203 เซนติเมตร สูง 15 เมตร ปริมาตร 4.92 ลูกบาศก์เมตร ต้นที่ 11 มีขนาดความโต 178 เซนติเมตร สูง 11 เมตร ปริมาตร 2.77 ลูกบาศก์เมตร ต้นที่ 10 มีขนาดความโต 175 เซนติเมตร สูง 14 เมตร ปริมาตร 3.41 ลูกบาศก์เมตร และต้นที่ 15 มีขนาดความโต 142 เซนติเมตร สูง 15 เมตร ปริมาตร 2.09 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งทั้ง 4 ต้นเนื้อไม้มีกลิ่นหอมปานกลาง และมีลักษณะไม้เปลาตรงกลม

ตั้งกก.คุมตัด-แปรรูปไม้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนี้นายธัญญา เนติธรรม อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้อนุมัติการตัดและแปรรูปไม้จันทน์หอมแล้ว โดยตั้งคณะกรรมการควบคุมการแปรรูปไม้ 3 ราย ประกอบด้วย นายวัฒนา พรประเสริฐ เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส ประธานคณะกรรมการ นายธีระ เต็มองค์หล้า นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ เป็นกรรมการ และนายพีรวัฒิ สิโรตม์พิพัฒ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการเป็นกรรมการและเลขานุการ หลังแปรรูปไม้เสร็จแล้วจะส่งมอบไม้ทั้งหมดให้สำนักพระราชวังต่อไป

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์มีการตัดต้นไม้จันทน์หอมไปใช้ในงานพระราชพิธีพระบรมศพ ทั้งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก

สำหรับไม้จันทน์หอมจัดเป็นไม้หายากมีค่ามีอยู่ในภูมิภาคแถบนี้เท่านั้นทั้งในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นไม้โตช้า ลำต้นไม่ใหญ่มากนักคนโบราณจัดว่า “ไม้จันทน์หอม” จัดเป็นไม้มงคลชั้นสูงที่มีกลิ่นหอมในทุกส่วนของลำต้น ไม่ว่าจะเป็นแก่น เปลือก กระพี้ เหตุเพราะไม้จันทน์หอม มีความหอมไม่ว่าจะเป็นหรือตาย จึงเปรียบเหมือนคนเมื่อเกิดมาทำความดี ตายแล้วก็ยังมีความดีอยู่คนโบราณจึงนำไม้จันทน์หอมมาเผาศพเรียกว่า “ดอกไม้จันทน์” จนถึงปัจจุบันนี้ ไม้จันทน์หอมใช้ในงานพระราชพิธีนับแต่สมัยพุทธกาล พบประวัติการใช้ไม้จันทน์หอมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายและสมัยกรุงรัตน์โกสินทร์ โดยที่ผ่านมามีการนำมาสร้างพระโกศ และพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพตราบถึงปัจจุบันนี้

ม.แม่ฟ้าหลวงถวายอาลัย

ส่วนบรรยากาศหลายจังหวัดยังคงพร้อมใจจัดกิจกรรมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างต่อเนื่อง เช่นที่ลานเฉลิมพระเกียรติฯ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อ.เมือง จ.เชียงราย สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจัดงานคืนสู่เหย้า “ลูกแม่ฟ้ากลับหอ เด็กมฟล.ปิ๊กบ้าน” โดยมีศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ผู้บริหารและประชาชน ร่วมใจน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยแปรอักษรสัญลักษณ์เลขเก้าอยู่ในใบโพธิ์ แทนความหมายว่า ปวงข้าพระพุทธเจ้าเป็นพสกนิกรภายใต้ร่มพระบารมี พร้อมร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และจุดเทียนถวายความอาลัย

ผวจ.นนทบุรีพาปชช.เข้าวัง

เช้าวันเดียวกัน ที่ท่าน้ำนนทบุรี นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผวจ.นนทบุรี พร้อมประชาชนชาวจ.นนทบุรี 750 คน ลงเรือโดยสาร 6 ลำเดินทางเข้าถวายบังคมพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังตามภารกิจที่ได้รับมอบจากกระทรวงมหาดไทยทั้งหมด 4 รอบๆ ละ 750 คน รวม 3,000 คน โดยวันเดียวกันนี้เป็นรอบแรก ซึ่งทางจังหวัดแนะนำให้ประชาชนที่จะร่วมเดินทางเข้าถวายบังคม ให้แต่งกายสุภาพตามคำแนะนำของสำนักพระราชวัง

ชาวชัยบาดาลแปรอักษรเลข9

ด้าน นายศรีชัย ตันฑะโสภณ นายอำเภอชัยบาดาล พร้อมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ทั้ง 17 ตำบล 136 หมู่บ้านรวม 400 คน ร่วมแปรอักษรเป็นรูปเลข 9 เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และยืนสงบนิ่ง 89 วินาที เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่หน้าที่ว่าการอำเภอชัยบาดาล โดย นายศรีชัย กล่าวว่า พระองค์เสด็จเยี่ยมชาว อ.ชัยบาดาล ถึง 2 ครั้ง ในปี 2514 และ 2520 นำมาซึ่งความปลาบปลื้มปิติยินดีของพสกนิกรชาว อ.ชัยบาดาล อย่างหาที่สุดมิได้

เมืองกาญจน์จัดกิจกรรมรำลึก

ขณะที่นายอิทธิพัทธ์ รัตนสุวรรณาชัย นายกอบต.หลุมรัง อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรีเปิดเผยว่า วันที่ 14 พฤศจิกายน ซึ่งตรงกับประเพณีลอยกระทง อบต.หลุมรังกำหนดจัดกิจกรรมจุดเทียนร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีการแปรอักษรเลข 9 และผู้เข้าร่วมงานจะร่วมกันยืนสงบนิ่ง 89 วินาที ที่สนามหน้า อบต.หลุมรังตั้งแต่เวลา 15.30 น.

ชาวเมืองคอนร่วมถวายอาลัย

ที่จ.นครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางดึกวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร คณะนักเรียนรางวัลพระราชทาน ชมรมอาสายุวมัคคุเทศก์เมืองลิกอร์ จัดกิจกรรมจุดเทียน โดยมีพระเทพวินยาภรณ์ รองเจ้าคณะภาค 16 – 1 – 7 – 18 (ธรรมยุติ ) / เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นประธานสงฆ์ กล่าวนำสวดมนต์ กล่าวรำลึกในมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีผู้เข้าร่วมพิธี 2,000 คน จากนั้นได้เจริญจิตภาวนาสงบนิ่ง 9 นาที และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เวียนเทียนประทักษิณรอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ถวายเป็นพระราชกุศล

ชมรมจักรยานตามรอยเสด็จฯ

ขณะเดียวกัน นายโอฬาร ประจักทิพย์ ประธานชมรมจักรยานนครศรีธรรมราช พร้อมกลุ่มจักรยานฯประมาณ 100 คัน อันเชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นำหน้าขบวนปั่นจักรยานในกิจกรรมตามรอยเสด็จประพาสอุทยานแห่งชาติเขาหลวง รวมระยะทาง 20 กิโลเมตร ก่อนเดินเท้าไปยังรอยจารึกพระปรมาภิไธย ที่หน้าผาชั้นที่ 1 หนานวังน้ำวน แล้วประกอบพิธีถวายอาลัย ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และยืนสงบนิ่ง 9 นาที เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

Leave a comment