เปิดใจอดีตนักบิน’ฮ.พระที่นั่ง’ ถวายความปลอดภัย2ล้นเกล้าฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243375

เปิดใจอดีตนักบิน'ฮ.พระที่นั่ง' ถวายความปลอดภัย2ล้นเกล้าฯ

เปิดใจอดีตนักบิน’ฮ.พระที่นั่ง’ ถวายความปลอดภัย2ล้นเกล้าฯ

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 08.53 น.

เปิดใจอดีตนักบินขับ ฮ.พระที่นั่ง ทอ. ถวายความปลอดภัยล้นเกล้าฯ สองพระองค์เสด็จฯ ทรงเยี่ยมประชาชนในถิ่นทุรกันดาร ด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ ช่วยให้ขบวน ฮ.รอดพ้นพายุลูกเห็บอย่างอัศจรรย์

พล.อ.ท.ไพโรจน์ พุกจินดา หรือครูแจ๋ว อดีตเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารอากาศ (1 ต.ค.2539 – 30 ก.ย.2540) ได้บอกเล่าเรื่องราวความประทับใจสมัยตอนที่รับราชการอยู่กองทัพอากาศ ทำหน้าที่นักบินพระที่นั่ง เป็นเวลานาน 15 ปี สมัยดำรงตำแหน่ง นาวาอากาศโท เป็น ผบ.ฝูงบิน 302 สมัยนั้นใช้เครื่องเฮลิคอปเตอร์ฮิวอี้ (Huey) ซึ่งเป็นเครื่องบินรบของสหรัฐ นำมาดัดแปลงเป็นเครื่องบินที่ประทับในการเดินทางไปจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ  มีรหัสเรียกขานว่า สกอร์เปี้ยน 1 หรือเรียกกันทั่วไปว่า ฮ.สีฟ้า

ครั้งหนึ่งคราวเสด็จฯ หมู่บ้านในชนบท ซึ่งทุรกันดารใน อ.แม่จัน จ.เชียงราย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมประชาชน ให้แพทย์ตามเสด็จฯ รักษาประชาขนที่เจ็บป่วยจนเกือบมืดค่ำถึงจะพระราชดำเนินกลับ

พล.อ.ท.ไพโรจน์ ทบทวนความทรงจำย้อนเวลากลับไปเมื่อประมาณปลายปี พ.ศ.2520 ได้ร่วมปฏิบัติภารกิจ ที่เราตั้งชื่อว่า “ฮ.สีฟ้า” เที่ยวบินอันตราย ที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งขณะนั้นเป็นเวลาใกล้ค่ำ ดวงอาทิตย์เริ่มจะลับขอบฟ้า ตนในฐานะนักบินเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง นามเรียกขาน “หมายเลข 1” ซึ่งในขบวนเฮลิคอปเตอร์ราชพาหนะ จำนวน 12 ลำ ประกอบด้วย ฮ.ทหารอากาศ 5 ลำ ทัพบก และตำรวจ อีก 6 ลำ ตนได้มองดูนาฬิกาข้อมือเช็คเวลา ซึ่งพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า ตระหนักดีว่าภารกิจถวายความปลอดภัยทั้งสามพระองค์จะต้องมีความปลอดภัยสูงสุด นักบิน ฮ.พระที่นั่ง มองดูเส้นทางบินกลับจังหวัดเชียงรายด้วยความรู้สึกกังวล เนื่องจากแสงตะวันหายลับไปหมดแล้ว มีเพียงความมืดปรกคลุมไปหมด มองเห็นแค่เพียงเมฆสีดำหนาทึบในระยะไกล ซึ่งนักบินในขบวนฯ ทุกนายรู้ว่านั่นคือเมฆฝนเริ่มก่อตัว

พล.อ.ท.ไพโรจน์ กล่าวต่อ จากข้อมูลที่เคยศึกษาและรับทราบมาจากครูฝึกชาวอเมริกัน เคยมีอุบัติเหตุในสหรัฐอเมริกา เฮลิคอปเตอร์ที่บินผ่านพายุแบบนี้ โดนกระแสลมที่พัดเฮลิคอปเตอร์จนใบพัดหลักหลุด เครื่องเฮลิคอปเตอร์ประสบอุบัติเหตุทันที ทางกองทัพบกสหรัฐฯ จึงมีกฎระเบียบ ห้ามบินเข้าใกล้พายุฝนแบบนี้ในระยะ 5 ไมล์ทะเล ให้นักบินเฮลิคอปเตอร์ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางบินทันที

วันนั้นเมื่อเห็นสภาพอากาศเป็นแบบนั้น จึงตัดสินใจปรับขบวน ฮ.พระที่นั่ง ใหม่ จากจุดวิ่งขึ้น ตรงไปอำเภอแม่จัน แล้วบินเส้นทางขนานถนนเข้าสนามบินจังหวัดเชียงราย เผื่อว่าถ้าเกิดความจำเป็นจริงๆ ก็ต้องลงฉุกเฉินที่บริเวณอำเภอแม่จัน ก็ให้นำขบวนเฮลิคอปเตอร์พระราชพาหนะลงได้ตามเส้นทางถนน

ตนตัดสินใจแบบนั้นก็ได้กราบบังคมทูลผ่านหัวหน้า รปภ.ประจำพระองค์ ให้พระองค์ทราบ ไม่กี่นาที่ต่อมาเมื่อทั้งสามพระองค์ได้เสด็จฯ ขึ้นมาประทับยังเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งเรียบร้อย จึงนำ ฮ.สีฟ้าขึ้น ท้องฟ้าก็มืดทันที

ตามปกติเราจะไม่เลือกบินในช่วงเวลากลางคืน เพราะเสี่ยงต่ออันตรายและการหลงทางได้ ตนตั้งสมาธิ อธิฐานในใจขอให้พระบารมี คุ้มครองให้เที่ยวบินนี้ปลอดภัย

ซึ่งเมื่อขบวน ฮ.พระที่นั่ง 12 ลำ บินเหนืออำเภอแม่จัน ได้ใช้วิธีบินไปตามเส้นทางถนนไปยังตัวจังหวัดเชียงราย ทางหอบังคับการบินสนามบินเชียงรายได้แจ้งสภาพอากาศให้ขบวนเฮลิคอปเตอร์ราชพาหนะของเราทราบว่า จะมีพายุฝนฟ้าคะนอง (ThunderStorm) พาดผ่านสนามบินเชียงราย

ตนคิดในใจว่า เมื่อภารกิจทุกครั้งความปลอดภัยจะต้องมาอันดับแรก ถ้าเส้นทางข้างหน้ามีพายุฝนรุนแรง ก็จะต้องนำขบวน ฮ.สีฟ้า ลงฉุกเฉินตามแนวถนนแทนทันที

เมื่อเฮลิคอปเตอร์บินจากแม่จันมาได้ระยะหนึ่ง ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยน แสงไฟที่พอมองเห็นจากบนเครื่องฯ เริ่มจะมองไม่เห็น เส้นทางถนนที่เราใช้เป็นเส้นทางบินมีแต่ความมืดสนิทแทน

ซึ่งเมื่อขบวนเฮลิคอปเตอร์ราชพาหนะบินมาเหลือระยะทางไม่ไกลจากสนามบิน แต่เนื่องจากทัศนวิสัยไม่ดี มองไม่เห็นอะไรเลย ทั้งบนทัองฟ้าและพื้นดิน หรือเส้นทางถนน เวลากลางคืนเสี่ยงต่ออันตราย ตนคิดในใจว่า จากเริ่มมองไม่เห็น ให้ ฮ.หมายเลข 2 นำขบวน ฮ.พระที่นั่ง แชงหน้า ฮ.หมายเลข 1 ไปลงสนามบิน

ก่อนถึงสนามบิน ฮ.หมายเลข 2 ได้รายงานผ่านวิทยุสื่อสารแจ้งว่า มีลมพัดรุนแรงมากแทบจะบังคับ ฮ.ไม่ได้เลย ขณะนั้นเริ่มมีเสียงวิทยุจาก ฮ.ในขบวนพูดกันไปมาผิดปกติ ได้ยินเสียงดังร้องแทรกมาว่า “ตกลงไปแล้วๆๆ”

(ในใจคิดว่าภารกิจเที่ยวบินครั้งนี้คงจะมีความสูญเสียเครื่องลำหนึ่งลำใดตกไปแล้ว แต่มารู้ภายหลังว่ามี ฮ.ลำหนึ่ง เกิดโดนกระแสลมดูดเครื่องวูบล่วงลงไป ก็พยายามบินกลับขึ้นมาเข้าขบวนใหม่ ทำให้นักบิน ฮ.ลำถัดไปวิทยุแจ้งเสียงหลงด้วยความตกใจนั่นเอง)

เมื่อขบวนราชพาหนะบินมาใกล้สนามบินเชียงราย ขณะที่ ฮ.กำลังบินเตรียมจะร่อนลงนั้น มีกระแสลมพัดมาปะทะอย่างรุนแรง จนเครื่อง ฮ.สั่นเหมือนกับนั่งเรือโต้คลื่นสูงๆ

แม้เจอกระแสลมพัดรุนแรงแบบนั้น แต่อัศจรรย์ที่ตนนำเครื่อง ฮ.สีฟ้า ลงจอดได้เหมือนอย่างปกติ เครื่องไม่แกว่งรุนแรงตามกระแสลมที่พัดกระหน่ำมารอบทิศทาง ไม่มีการเสียการทรงตัว เมื่อบังคับเครื่องให้ร่อนลงจอดพื้นได้ ทราบว่าทั้งสามพระองค์ก็ยังทรงประทับนิ่ง ไม่มีอาการตกพระทัยใดๆ

เมื่อ ฮ.สีฟ้า จอดถึงพื้นเรียบร้อย กระแสลมพัดกระหน่ำอย่างรุนแรงเข้ามาปะทะลำตัว ฮ.อีกรอบ คราวนี้มาพร้อมกันทั้งสายฝน จากนั้นก็ตามมาด้วยลูกเห็บตกกระทบพื้นและลำตัวเฮลิคอปเตอร์จำนวนมากและรุนแรง

เมื่อดับเครื่องยนต์ ฮ.สีฟ้า แล้วตนได้ลงไปยืนรอส่งเสด็จฯ ที่บันไดเครื่องทันที ท่ามกลางสายฝนและลูกเห็บที่ยังไม่หยุด แม้จะเปียกโชกไปหมด โดนลูกเห็บตกใส่ก็ไม่รู้สึกอะไร เพราะความปีติที่ปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จ ถวายความปลอดภัยทั้งสามพระองค์ เป็นเพราะพระบารมีของพระองค์ที่ทำให้ทั้งขบวนได้รับความปลอดภัย

เมื่อฝนและลูกเห็บหยุดตก ทั้งสามพระองค์เสด็จฯ ลงจากเครื่อง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ลงมายกพระหัตถ์แตะที่บ่า ตรัสว่า “ขอบใจ”

วันนั้นนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ปลาบปลื้มใจที่สุดในชีวิตราชการทหารอากาศ ที่ได้มีโอกาสถวายงานขับพระราชพาหนะตลอด 15 ปีเต็ม

นอกจากนั้น พระองค์ยังได้พระราชทานเงินให้ขบวนเฮลิคอปเตอร์พระราชพาหนะ จำนวน 10,000 บาท ไปรับประทานอาหารกัน ซึ่งพวกเราเจ้าหน้าที่ทั้งหมดในขบวนฯ ได้ปรึกษากันและตกลงแบ่งคนละเท่าๆ กัน คนละ 300 บาท เก็บเงินพระราชทานไว้เป็นขวัญถุง เอาไว้เป็นมงคลชีวิต เก็บมาทุกวันนี้

พล.อ.ท.ไพโรจน์ เล่าอีกว่า ต่อมาภายหลังนักบินผู้ช่วย ฮ.สีฟ้า เกิดอาการเจ็บป่วยปวดหลังอย่างรุนแรงขึ้นมา ความทราบถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้โปรดให้ราชองครักษ์โทรสอบถามอาการ พอทราบว่าเป็นผู้ช่วยนักบิน ไม่ใช่ตน ท่านตรัสฝากมาว่า “คิดว่าเป็นตน” ผู้ช่วยนักบินไม่ได้โดนลูกเห็บตกใส่ตอนลงไปยืนรอส่งเสด็จฯ

แต่ก็ได้ทรงโปรดฯ ให้รับผู้ช่วยนักบินไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ผ่าตัดจนหายเป็นปกติ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้

พล.อ.ท.ไพโรจน์ เล่าเพิ่มว่า นอกจากพระองค์ยังเคยตรัสชมพวกเราว่า ถ้าไม่มีพายุลูกเห็บวันนั้นก็คงไม่รู้ว่านักบินของเรามีฝีมือ ซึ่งนักบินพวกเราได้กราบบังคมทูลว่า มีฝนตก มีพายุ เราบินได้ แต่ไม่อยากนำพระองค์ไปเสี่ยงอันตราย ซึ่งภารกิจของพวกเรา การถวายความปลอดภัยจะต้องมาอันดับแรก ท่านตรัสตอบกลับมาว่า พระองค์ไว้ใจฝีมือในการขับเฮลิคอปเตอร์ของนักบินในขบวนทั้งหมดมากที่สุด

ซึ่งทำให้พวกนักบินทหารอากาศ ทหารบก รวมทั้งตำรวจที่ร่วมขบวน ภาคภูมิใจกันมาก

ภารกิจงานปิดทองหลังพระของ ฮ.สีฟ้า สำเร็จลุล่วงปลอดภัย ด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นล้นพ้น

พล.อ.ท.ไพโรจน์ กล่าวเพิ่มเติม จากภารกิจถวายความปลอดภัยในการขับเฮลิคอปเตอร์ครั้งนี้แล้ว ก็ยังได้ถวายงานพระองค์อีกหลายครั้ง ทุกครั้งที่นำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินล้วนมีโอกาสเผชิญอันตรายได้ทั้งสิ้น แต่พระองค์ไม่เคยท้อ จะเสด็จฯ ไปดูแลทุกข์สุขประชาชนพสกนิกรของพระองค์ทุกหนแห่งโดยไม่เกรงภยันตราย นับเป็นบุญของคนไทยเราจริงๆ

Leave a comment