ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/244023

พสกนิกรหลั่งไหลเข้าแถวแต่เช้ามืด ฝรั่งออสซี่เดินจากสมุยเข้าสักการะพระบรมศพ(ประมวลภาพ)
10 ต.ค. 59 เวลา 05.00 น. ที่สำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนซึ่งเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พ่อหลวงผู้เป็นที่รักและศรัทธายิ่งของปวงชนชาวไทย
โดยบรรยกาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศกอาลัยด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างล้นพ้น ก่อนก้มกราบด้วยจิตอฐิษฐานขอให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย
ด้าน น.ส.ทัศนีย์ มลาราม อายุ 52 ปี ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธกส.) สาขาประสาทเมืองใหม่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ กล่าวภายหลังเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ว่า ตนและเพื่อนร่วมงานตั้งใจเดินทางมากราบสักการะพระองค์ที่ทรงเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจพอเพียงและทรงเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตแบบพอเพียงให้กับประชาชน โดยส่วนตัวครอบครัว ก็ได้น้อมนำหลักของพระองค์มาใช้ในชีวิตประจำวัน และด้วยหน้าที่ก็ได้นำหลักเศษรฐกิจพอเพียงของพระองค์ไปดูแลช่วยเหลือเกษตรกรในการทำเกษตรแบบพอเพียง

ขณะที่ นางสนิท เปลี่ยนดี อายุ 63 ปี ชาวบ้าน หมู่ 9 ต.กกแรต อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย เดินทางมากับเพื่อนบ้าน หมู่ 1 ต. บ้านใหม่ กล่าวว่า รู้สึกตื้นตันใจไม่คิดไม่ฝันว่าวันนี้จะได้มีโอกาสเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ ด้วยพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างแท้จริง ฝนก็ไม่ตก แดดก็ไม่ร้อน ทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกเสียใจไม่รู้ว่าจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดอย่างไร ดูทีวียิ่งเห็นว่าพระองค์ทำประโยชน์ให้กับประชาชนเยอะแยะมากมาย เมื่อช่วงต้นเดือน ต.ค. น้ำท่วมที่ อ.กกไกรลาศ ก็ได้รับถุงพระราชทานของพระองค์ที่พระราชทานไปช่วยเหลือประชาชน พระองค์ท่านเหมือนตัวแทนพระพุทธเจ้าของพวกเรา พวกเราก็จะทำความดีสนองพระคุณของพระองค์ตลอดจนชีวิตจะหาไม่
ด้านนายแฮมมิล ไมเคิล เดวิด อายุ 46 ปี ชาวออสเตรเลีย เดินเท้ามาแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จาก อ.สมุย จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. ถึงหน้าพระบรมมหาราชวัง ในช่วงกลางดึกของวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา รวม 21 วัน ระยะทางกว่า 900 กม. โดยมาพร้อมกับพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่เขียนคำว่า “Walk for king” ถือไว้เบื้องหน้า และสะพายกระเป๋าเป้คู่ใจเดินทางมาเพียงลำพัง โดยมีนายเมธีพิพัฒน์ เข้มตระกูล อาสากู้ภัยปอเต็กตึ๊งตลาดพลู 068 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนอยู่บริเวณสนามหลวง ได้พบเห็นนายแฮมมิลจึงได้พามาแจ้งกับเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง เพื่อให้เข้ากราบสักการะพระบรมศพ

นายแฮมมิล กล่าวว่า เพิ่งเคยเดินทางมาประเทศไทยเป็นครั้งแรก เป็นช่วงหยุดพักผ่อนเป็นเวลา 2 เดือน จึงเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย และระหว่างอยู่ที่นี่ได้เห็นประชาชนคนไทยรักในหลวง รัชกาลที่ 9 มาก พอมีประกาศว่าพระองค์เสด็จสวรรคตเป็นช่วงเวลาที่เห็นคนไทยทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและต่างประเทศมีความโศกเศร้ากับการสูญเสียพระองค์ แม้ตัวเองจะรู้เรื่องราวของพระองค์ท่านน้อยมาก แต่ขณะที่กำลังอยู่ในเมืองไทยจึงอยากทำอะไรสักอย่างที่เป็นการแสดงความอาลัย จึงเลือกที่จะเดินเท้ามากราบสักการะพระบรมศพ และขอแสดงความเสียใจต่อคนไทยทุกคน
“ขณะที่ได้เข้าไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ก้มลงกราบพระบรมศพศที่คิดก็คงเหมือนชาวไทยทุกคน ระลึกถึงว่าพระองค์ทรงทำอะไรหลายอย่างให้แก่ประชาชนของท่านไว้มากมาย ไม่สามารถที่จะอธิบายได้ว่าเหตุใดเราจึงต้องทำแบบนี้ และเหตุใดถึงรักเมืองไทย และคิดอยากจะใช้ชีวิตในประเทศไทยจนวันสุดท้ายของชีวิต”

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ของวันที่ 9 พฤศจิกายน หลังปิดการเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ในเวลา 21.00 น. มีจำนวนทั้งสิ้น 33,042 คน รวม 12 วัน มี 345,850 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,538,854.75 บาท รวม 12 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 21,560,231.50 บาท

ด้าน นายสมพล สมเกียรติกุล อายุ 65 ปี นักเขียนแบบ ที่อาศัยแถวสะพานสูง กทม. กล่าวว่า ตนเดินทางมาเป็นครั้งที่ 4 แล้ว บางครั้งก็นั่งฟังพระสวดอยู่ในสนามหลวง วันนี้เป็นโอกาสอันดีที่ได้มาเข้ากราบสักการะ โดยตื่นตั้งแต่ตี 2 เดินทางมาต่อแถวตอนตี 4 เตรียมตัวทุกอย่างทั้งร่างกาย และเครื่องแต่งกาย ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยสบายๆเพราะต้องต่อแถวนานหลายชั่วโมง ช่วงสักการะก็ระลึกถึงสิ่งต่างๆที่พระองค์ทรงทำเพื่อคนไทย
“ตอนเป็นนักเรียนมัธยมต้นที่จังหวัดราชบุรี พระองค์เสด็จฯไปทรงเปิดงานโรงเรียนที่นั่น ตอนนั้นผมเป็นนักดนตรีแตรวง ทำให้ได้รับเสด็จฯใกล้เพียงเอื้อมมือ พระองค์รับสั่งว่า เด็กพวกนี้เล่นเก่งจัง ซ้อนนานไหม ยังเป็นเด็กเล็กๆอยู่เลย ซึ่เป็นสิ่งที่ทำให้ผมประทับใจมากและจดจำฝังใจจนถึงตอนนี้ หลังจากนั้นจึงได้ติดตามพระราชกรณียกิจต่าง ๆของพระองค์ตลอดมา โดยเฉพาะด้านศิลปะอย่างดนตรี และภาพวาด ที่พระองค์ทรงเป็นศิลปินที่มีอัจฉริยภาพหาใดเปรียบ ภาพวาดทุกภาพวาดจากใจ เหล่าศิลปินยกให้ท่านเป็นบรมครู เทิดทูนไว้เหนือเกล้า ถือว่าพระองค์เป็นที่สุดแล้วในประวัติศาสตร์โลกนี้” นายสมพลกล่าว

ขณะที่ นางวรรณี มีเนียม อายุ 58 ปี อาชีพทำสวนยาง นั่งรถไฟฟรีมาจากสุราษฎร์ธานี พร้อมกับลูกพี่ลูกน้อง 4 คน กล่าวว่า ได้นั่งรถไฟมาตั้งแต่เช้าของเมื่อวานนี้ มาถึงกรุงเทพฯช่วงค่ำ ได้เข้าพักที่ไทยญี่ปุ่นดินแดง เพื่อเดินทางมาพร้อมรถที่ทางการจัดให้ประชาชนมาเข้ากราบสักการะพระบรมศพ โดยตนเดินทางมาเป็นครั้งแรก แม้จะเดินทางมาไกลแต่ก็ไม่ท้อ เพราะพ่อหลวงทรงทำให้พวกเรามีความเป็นอยู่ที่สุขสบายบนแผ่นดินนี้ และช่วยเหลือประชาชนตลอดมา ทำให้เราอยากจะแสดงออกถึงความรักสักครั้ง















